ประธานมูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน ร่วมแสดงความยินดี “นายกอบต.เขาตูม คนใหม่”

เมื่อเวลา 08.40 น. ณ องค์การบริหารส่วนตำบลเขาตูม ผศ.มัสลัน มาหะมะ ประธานมูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน พร้อมด้วยคณะทำงาน ได้เดินทางเข้าพบปะเยี่ยมเยียนและร่วมแสดงความยินดีกับ นายไซพูดิง กาโน เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาตูม (อบต.เขาตูม) ท่านใหม่

ในการพบปะครั้งนี้ นายไซพูดิง กาโน ได้แสดงวิสัยทัศน์และวางหลักการทำงานที่น่าสนใจ โดยเน้นย้ำถึงจิตสำนึกของการให้บริการประชาชนว่า

“วิธีหนึ่งที่จะทำให้ผู้แทนและข้าราชการมีจิตสำนึกการบริการ คือการตระหนักว่า คนกินเงินเดือนทุกคนคือ ‘ลูกจ้างของประชาชน’ ประชาชนคือผู้หาเงินมาจ่ายค่าจ้าง และมอบหมายให้เราไปทำงานสาธารณะแทนเขา ไม่ใช่ไปใช้อำนาจเหนือเขา”

นายก อบต.เขาตูม กล่าวเสริมว่า แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับหลักการที่ท่านนบีมูฮัมหมัด (ซ.ล.) และบรรดาซอฮาบะห์ได้วางรากฐานไว้ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องว่า “ผู้นำคือผู้รับใช้ ไม่ใช่เจ้าของอำนาจ”


โดยทีมข่าว theustaz.com

มูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน ร่วมประชุมใหญ่สภาเครือข่ายฯพร้อมมอบเงิน 1 ล้านบาท สนับสนุน รพ.ชาฮีด อัล-อักศอ ผ่านท่านจุฬาราชมนตรี

1 กุมภาพันธ์ 2569

สาระสำคัญของการประชุม: การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อรายงานผลการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมา พิจารณาแก้ไขธรรมนูญของสภาเครือข่ายฯ และดำเนินกระบวนการสรรหาประธานสภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี สำหรับวาระถัดไป

บรรยากาศในที่ประชุมสะท้อนถึงบทบาทสำคัญของสภาเครือข่ายฯ ในฐานะองค์กรกลางของเครือข่ายมุสลิมด้านเศรษฐกิจ โดยมุ่งเน้นการสร้างธรรมาภิบาล ความต่อเนื่องทางธุรกิจในเชิงสถาบัน และความรับผิดชอบต่อสังคม ภายใต้กรอบหลักการศาสนา หลักนิติธรรม และมาตรฐานสากล

การมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม: ในโอกาสเดียวกันนี้ นายเมธา เมฆารัฐ รองประธานมูลนิธิฯ ได้เป็นตัวแทนมอบเงินบริจาคจากพี่น้องประชาชน จำนวน 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) เพื่อนำไปจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น ให้แก่ โรงพยาบาลชาฮีด อัล-อักศอ

โดยได้รับเกียรติจาก นายอรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรี เป็นผู้รับมอบเงินบริจาคดังกล่าว เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือผ่านกลไกของสภาเครือข่ายความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี ต่อไป


ทีมข่าว theustaz.com

ประธานมูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน เข้าพบประธาน กอจ.นราธิวาส เชิญเป็นประธานเปิดงาน IFTAR #4UGAZA@TABA

1 กุมภาพันธ์ 2569

10.15 น.

โครงการดังกล่าวจะจัดขึ้น ณ ตลาดการค้าชายแดนเมืองตากใบ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนถึงความประเสริฐของเดือนรอมฎอนที่กำลังจะมาถึง พร้อมทั้งเป็นสื่อกลางในการระดมทุนจัดหาอาหารละศีลอดและช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชาวกาซ่าที่กำลังเผชิญวิกฤตขาดแคลนอาหาร ซึ่งถือเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกแห่งการแบ่งปัน การช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก และส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างสันติและเอื้ออาทร

ในการนี้ ทางมูลนิธิฯ ได้เรียนเชิญ บาบอซาฟีอี เจ๊ะเลาะ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีและ บรรยายพิเศษ ในช่วงเวลา 16.00 – 17.00 น. เพื่อให้โอวาทและแนวทางในการปฏิบัติศาสนกิจแก่ผู้เข้าร่วมงาน ซึ่งคาดว่าจะมีกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยนักเรียน ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมโครงการกว่า 1,000 คน


โดยทีมข่าว Theustaz.com

ขอแสดงความยินดีกับ นพ.อนันต์ชัย ไทยประทาน ได้รับเลือกเป็นประธานสภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี อีกสมัย

ในการนี้มูลนิธิเรือนร่างเดียวกันขอแสดงความยินดีกับ นพ.อนันต์ชัย ไทยประทาน ที่ได้รับความไว้วางใจในที่ประชุมสามัญประจำปี 2568 สภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี จากคณะกรรมการชูรอ ให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาเครือข่ายฯ (อีกสมัย) วาระปี 2569-2572

نسأل الله لنا وله التوفيق والسداد لما فيه خير للإسلام ورفعة راية المسلمين ، إنه سميع مجيب


ทีมข่าว theustaz.com

ต้อนรับคณะ DAKWAH UNLIMITED จากมาเลเซีย เปิดแคมเปญ PEDULI ACEH

16 มกราคม 2569

เวลา 09.00 น.

โดยในเบื้องต้น ทั้งสององค์กรได้มีข้อตกลงร่วมก้นในการให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ผู้ประสบมหาอุทกภัยที่อาเจะห์ ประเทศอินโดนีเซีย ที่ได้สร้างผลกระทบอย่างหนักแก่ชาวอาเจะห์

“หลายหมู่บ้านได้หายไปเพราะโดนโคลนและทรายจมทั้งหมู่บ้านพร้อมด้วยพื้นที่เกษตรกรรมจำนวนหลายพันไร่ บางหมู่บ้านดินทับเข้าไปในบ้านจนเต็มบ้าน ไม่สามารถใช้เป็นที่อยู่อาศัยต่อไป โรงเรียนศาสนาหลายแห่งต้องย้ายที่สถานเดียว เพราะสถานที่เดิมได้กลายเป็นแม่น้ำและกลายเป็นพื้นที่เสี่ยง ” นายไฟซุลกล่าว

“ พี่น้องกำลังเดือดร้อนอย่างหนัก ชาวบ้านหลายพันชีวิตยังต้องอาศัยเต้นท์ชั่วคราว มัสยิดและโรงเรียนบางแห่งเป็นที่พักอาศัย ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างล่าช้ามาก” ผอ. DU กล่าวเพิ่มเติม

#PEDULI_ACEH

#เราไม่ทิ้งกัน

#มูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน


ทีมข่าว theustaz.com

ร่วมแสดงความยินดีกับผู้ว่าฯยะลาคนใหม่

คณะผู้บริหารมูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน นำโดย ผศ. มัสลัน มาหะมะ ประธานมูลนิธิฯ ร่วมแสดงความยินดีกับผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาคนใหม่ “ก้องสกุล จันทราช” เดินหน้านโยบาย “คนยะลาคือครอบครัว” มุ่งสู่สันติสุขจังหวัด

วันนี้ (16 ธันวาคม 2568 เวลา 07.00 น.) ผศ.มัสลัน มาหะมะ และคณะผู้บริหาร ร่วมแสดงความยินดีและมอบกระเช้าแด่ นายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ หลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำรงตำแหน่ง เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2568

ท่านผู้ว่ายะลาให้เกียรติเปิดจวนผู้ว่า ฯเพื่อต้อนรับคณะท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง โอกาสนี้ นายก้องสกุล จันทราช ได้กล่าวขอบคุณมูลนิธิเรือนร่างเดียวกันที่ร่วมแสดงความยินดี พร้อมชูแนวนโยบายสำคัญในการทำงาน โดยให้ความสำคัญ 2 ประการ ได้แก่ “คนยะลาคือคนในครอบครัว” และ “ยึดหลักการให้บริการประชาชนด้วยความเป็นมิตร” ดูแลกันอย่างพี่น้อง การทำงานแบบบูรณาการร่วมกับทุกหน่วยงาน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนจังหวัด แก้ไขปัญหา และสร้างความสงบสุขอย่างยั่งยืน

ประวัติและเส้นทางการทำงานของผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา

ชื่อ: นายก้องสกุล จันทราช

 เกิด: 26 ตุลาคม 2508

  ภูมิลำเนา: จังหวัดนราธิวาส

  เริ่มรับราชการ: 24 สิงหาคม 2535

  วุฒิการศึกษา  นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง (2532)

   การบริหารการพัฒนาสังคมมหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) (2560)

ตำแหน่งสำคัญที่ผ่านมา

 13 ม.ค. 2568 — รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา

 16 ธ.ค. 2565 — รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง

 7 มี.ค. 2565 — รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา

 24 พ.ค. 2564 — ปลัดจังหวัดยะลา

 24 พ.ย. 2563 — ปลัดจังหวัดนราธิวาส

 20 ก.ค. 2563 — ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการ ศอ.บต.

 15 พ.ย. 2561 — นายอำเภอเมืองสตูล

 9 พ.ย. 2558 — นายอำเภอเมืองยะลา

ในช่วงท้าย นายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้ฝากข้อคิดและมอบหลักการทำงานในการทำงานภาคเอกชนโดยให้มุ่งเน้นเรื่องการปฏิบัติภารกิจอย่างโปร่งใส มีความจริงใจและจิตสาธารณะที่แท้จริง การพบปะครั้งนี้ปิดท้ายด้วยดุอาให้อัลลอฮ์ทรงดลบันดาลความถูกต้องและความเที่ยงตรงแก่ท่านผู้ว่าฯ ยะลาคนใหม่ในการบริหารราชการอันนำมาซึ่งสันติสุข สันติภาพที่ยั่งยืนตลอดไป


ทีมข่าว theustaz.com

สานต่อความหวัง: ดูแลเด็กกำพร้ากาซ่าต่อเนื่อง 12 เดือน

ความสำเร็จในครั้งนี้ -หลังจากได้รับเตาฟิกจากอัลลอฮ์ – เกิดจากการรวมพลังของเครือข่ายภาคี โดยงบประมาณส่วนหนึ่งจำนวน 593,500 บาท ได้รับการสมทบทุนจาก สภาความร่วมมือองค์กรสตรีมุสลิมเพื่อสันติภาพ (สอส.) ซึ่งนำโดย ผศ. ซอลีฮะห์ หะยีสะมะแอ

การส่งมอบความช่วยเหลือในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในเชิงวัตถุเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความห่วงใยและสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นจากพี่น้องชาวไทยที่ส่งผ่านไปยังชาวกาซ่า ภายใต้หลักการ “เรือนร่างเดียวกัน” ที่จะไม่ทอดทิ้งกันในยามวิกฤต


บริจาคอย่างต่อเนื่องได้ที่

ธนาคารอิสลาม

054-1-30696-0

ชื่อบัญชี : กองทุนกาซ่าเพื่อเด็กกำพร้า

ทีมข่าว theustaz.com

#เราไม่ทิ้งกัน_2025

20 ธันวาคม 2568

#เราไม่ทิ้งกัน

จากสถานการณ์น้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องในพื้นที่ภาคใต้ 2025 ที่ผ่านมา มูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน ร่วมกับ International Aid Campaign จากประเทศมัลดีฟได้เร่งลงพื้นที่มอบถุงยังชีพจำนวน 270 ชุด เพื่อเยียวยาและให้กำลังใจผู้ได้รับผลกระทบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามจุดต่าง ๆ ดังนี้

 1. จังหวัดยะลาแจกจ่ายที่อิสลามิคเซ็นเตอร์ ศปง. ยะลา จำนวน 70 ชุด

 2. จังหวัดปัตตานีแจกจ่ายที่มัสยิดคอดียะห์ โสร่งปาแดตือเบาะ ต. เขาตูม อ. ยะรัง จ. ปัตตานี และโรงเรียนสามารถดี อ. สายบุรี จ. ปัตตานี จำนวน 100 ชุด

 3. จังหวัดนราธิวาสแจกจ่ายที่มัสยิดบ้านบือเระ ต. บาเระใต้ อ. บาเจาะ และบ้านลาโละ อ. รือเสาะ จ. นราธิวาส จำนวน 100 ชุด

ถุงยังชีพในแต่ละชุดประกอบด้วย ข้าวสาร 5 กก. น้ำมันพืช 1 ขวด น้ำตาลทราย 1 กก. ปลาซาร์ดีนตราสามแม่ครัว 5 กระป๋อง เงินสด 200 บาทโดยสิ่งของเหล่านี้ ถูกบรรจุในถังพลาสติกปิดฝาอย่างสวยงาม

พวกเราขอเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อความช่วยเหลือเพื่อมนุษยธรรม และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

default
default

https://www.facebook.com/reel/813337358367618

#อุทกภัย2025

#มูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน #International_Aid_Campaign

#ช่วยเหลือผู้ประสบภัย

#ยะลา

#ปัตตานี

#นราธิวาส

#เราไม่ทิ้งกัน


ทีมข่าว theustaz.com

รายงานความช่วยเหลือจากคนในพื้นที่ (2)

วันดำเนินการ 6 พฤศจิกายน 2568

จำนวนครอบครัวที่ได้รับประโยชน์ : 1,000 ครอบครัว

ส่วนประกอบของถุงยังชีพ : ข้าว – น้ำตาล – เกลือ – ถั่ว – เส้นพาสต้า 800 กรัม – น้ำมันพืช – กระป๋องถั่ว – กระป๋องเนื้อ – กระป๋องซอสงาบด- กระป๋องเนย – กระป๋องข้าวโพด

Dr. Sharif Abushamala ประธานมูลนิธิอัลกุดส์ ได้กล่าวรายงานผลการดำเนินงานในส่วนที่ 3 ว่า

“ด้วยการบริจาคของชาวมือบนชาวไทย ผ่านมูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน (หลังจากการได้รับอนุมัติจากอัลลอฮ์) เราได้ดำเนินการโครงการ “การแจกจ่ายถุงยังชีพแก่ครอบครัวผู้พลัดถิ่นและผู้ได้รับผลกระทบจากสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” ในเขตฉนวนกาซาและฉนวนกาซาเหนือ โดยมีผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ 1,000 ครอบครัว หรือประมาณ 7,000 – 8,000 คน”

“ถุงยังชีพแต่ละถุงประกอบด้วยอาหารสำคัญสำหรับครอบครัวชาวปาเลสไตน์ เช่น ข้าว น้ำตาล น้ำมันพืช เนย เนื้อกระป๋อง ถั่ว เส้นพาสต้า กระป๋องถั่ว ซอสงา ชีส และเกลือ ซึ่งแต่ละครอบครัวที่มีสมาชิก 5-8 คน สามารถบริโภคได้ 10-14 วัน ”

“โครงการนี้เกิดขึ้นในระยะเวลาการฟื้นฟูจากผลกระทบของสงครามที่ส่งผลต่อวิถีชีวิตของประชาชนทุกด้านในฉนวนกาซา ในนามของพี่น้องของเราในฉนวนกาซา เราขอขอบคุณและชื่นชมทุกท่านที่ได้บริจาคและร่วมมือกับเรา และเราจะพูดเหมือนที่ท่านศาสดาของเราสอนเราว่า ขอให้อัลลอฮ์ตอบแทนคุณด้วยความดีงาม”

มูลนิธิเรือนร่างเดียวกันได้มอบเงินความช่วยเหลือแก่มูลนิธิอัลกุดส์จัดโครงการเร่งด่วนแก่ชาวกาซ่าจำนวนเงินทั้งสิ้น 3,000,000 บาท ซึ่งมูลนิธิอัลกุดส์ได้จัดสรรงบประมาณจัดโครงการย่อย 3 โครงการ คือ 1) โครงการซื้อเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าที่โรงพยาบาลอัลวาฟา 2) โครงการซื้อน้ำดื่ม ซึ่งทั้งสองโครงการได้ดำเนินการแล้ว ( ดู รายงานความช่วยเหลือจากพื้นที่ (1) https://www.theustaz.com/?p=8200) 3) โครงการแจกถุงยังชีพ ซึ่งได้ดำเนินโครงการแล้วเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

الحمد لله الذي بنعمته تتم الصالحات


ทีมข่าว theustaz.com

รายงานความช่วยเหลือจากพื้นที่ (1)

#4UGAZA 13th

หลังจากเราได้รับมอบเงินบริจาคจำนวน 3 ล้านบาทจากมูลนิธิเรือนร่างเดียวกันในวันที่   25 ตุลาคม 2568  เราได้ทำข้อตกลงว่าจะจัดสรรงบประมาณนี้เพื่อดำเนินโครงการใน 3 โครงการย่อย ดังนี้

            1.         ซื้อเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าและอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่ AL-Wafa Hospital

            2.         โครงการซื้อน้ำดื่ม

            3.         โครงการแจกถุงยังชีพ

ในเบื้องต้นมูลนิธิฯ ได้ซื้อเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าให้แก่โรงพยาบาลอัลวาฟา เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าที่ห้องผู้ป่วยฉุกเฉินซึ่งมีผู้ป่วยและผู้รับบาดเจ็บหลายร้อยคนกำลังรอคอยความช่วยเหลืออยู่ โดยเครื่องผลิตออกซิเจนและอุปกรณ์การแพทย์อื่น ๆ ต้องการกระแสไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก แต่โรงพยาบาลยังขาดแคลนอุปกรณ์เหล่านี้และที่มีอยู่ก็ใช้งานไม่ได้

“ถึงแม้ราคาอุปกรณ์ทางการแพทย์ดังกล่าวจะมีราคาเพิ่มสูงถึง 10 เท่าหากเทียบกับราคาก่อนสงคราม แต่เราจำเป็นต้องซื้อ เช่นเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้า ก่อนสงครามเราสามารถซื้อได้ในราคาเพียง 300 ดอลลาร์แต่ปัจจุบันราคาสูงถึง 3,000 ดอลลาร์” ดร. ชารีฟกล่าว

ส่วนโครงการที่ 2 โครงการซื้อน้ำดื่ม ทั้งนี้เนื่องจากปัจจุบันชาวกาซ่ากำลังประสบภาวะขาดแคลนน้ำดื่มขั้นวิกฤต ในขณะที่อิสลามสอนว่า การบริจาคทานที่ประเสริฐที่สุดคือการบริจาคน้ำดื่ม (นัยหะดีษรายงานโดยนะซาอีย์/3664,อะบูดาวูด/1681) เราจึงมุ่งมั่นจัดโครงการนี้  ซึ่งในวันศุกร์ ที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา เราสามารถซื้อน้ำบริสุทธิ์จำนวน 150,000 ลิตร และแจกจ่ายให้ชาวกาซ่าจำนวน 250,000 คน โดยแต่ละคนสามารถรับน้ำดื่มได้เฉลี่ยคนละ 6 ลิตรเพื่อบริโภคในระยะเวลา 2-3 วัน

ดร.ชารีฟอธิบายเพิ่มเติมว่า ชาวกาซ่าต้องการน้ำดื่มวันละ 7 ล้านลิตร แต่ปัจจุบันพวกเขาได้รับเพียงวันละไม่เกิน 5 แสนลิตรเท่านั้น

ส่วนโครงการแจกถุงยังชีพ มูลนิธิอัลกุดส์จะดำเนินการในระยะเวลาอันใกล้นี้และจะรายงานให้ทราบเป็นระยะ ๆ ต่อไป

الحمد لله الذي بنعمته تتم الصالحات


ทีมข่าว theustaz.com