สงครามล้างเผ่าพันธุ์ที่กาซ่าจะยุติเมื่อไหร่

ประกาศหยุดยิงในฉนวนกาซ่าเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว  ถือเป็นก้าวสำคัญที่ประชาชนชาวปาเลสไตน์รอคอยมาน พวกเขาหวังว่าการประกาศครั้งนี้จะเป็นจุดจบของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่ถูกก่อขึ้นโดยระบอบไซออนิสต์ผู้ยึดครอง ต่อประชาชนในกาซ่า

ความขัดแย้งนี้คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์มากกว่า 100 ชีวิตต่อวัน ทั้งเด็ก ผู้หญิงและพลเรือน ไม่นับรวมการทิ้งระเบิดอย่างบ้าคลั่งที่ทำลายทุกด้านของชีวิตในฉนวนกาซ่าที่ถูกอิสราเอลปิดล้อม ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ย่ำแย่อยู่แล้วก่อนการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์นี้จะเริ่มขึ้น

สงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ทำให้การปิดล้อมเลวร้ายลงไปอีก และนำไปสู่การละเมิดกฎหมายและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ เช่น  ตัดน้ำของประชาชน ปิดกั้นการรักษาพยาบาลและอาหาร ใช้ความอดอยากเป็นอาวุธที่ชั่วร้าย บุกโรงพยาบาลและสังหารผู้ป่วย จับกุมเด็กและผู้หญิงโดยพลการ และมีการข่มขืนในเรือนจำ 

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของรายการการละเมิดอย่างร้ายแรงและอาชญากรรมสงคราม

การหยุดยิงควรจะเป็นพื้นที่ที่เหยื่อของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในกาซ่ารอคอย เพื่อฟื้นฟูชีวิตปกติบางส่วน พักจากการถูกสังหารแบบสุ่มทุกวัน รักษาผู้บาดเจ็บ ดูแลเด็กกำพร้า ฟื้นฟูการศึกษาให้ลูกหลาน ซ่อมแซมเต็นท์ และกลับไปยังซากบ้านและที่ดินที่ถูกอิสราเอลทำลาย

แผนสันติภาพ

ความหวังนี้ตั้งอยู่บน “แผนสันติภาพสำหรับกาซ่า” ที่เรียกว่า “แผนครอบคลุมของประธานาธิบดีโดนัลด์ เจ. ทรัมป์ เพื่อยุติสงครามในกาซ่า” 

ในแผนระบุว่า: “หากทั้งสองฝ่ายตกลงตามข้อเสนอนี้ สงครามจะยุติทันที”

การหยุดยิงยังไม่ได้นำมาซึ่งสันติภาพที่แท้จริงสำหรับกาซ่า เพราะการสังหาร การปิดล้อม และความทุกข์ของชาวปาเลสไตน์ยังคงดำเนินต่อไป

สัญญาที่กลายเป็นแค่ลมปาก

ประเด็นสำคัญหนึ่งในแผนคือการส่งคืนตัวประกันชาวอิสราเอล และข้อความที่ว่า 

“ทันทีที่ข้อตกลงนี้ได้รับการเห็นชอบ ความช่วยเหลือครั้งใหญ่จะถูกส่งไปยังฉนวนกาซ่าทันที” 

“อย่างน้อย ปริมาณความช่วยเหลือต้องเทียบเท่ากับที่ระบุในข้อตกลงวันที่ 19 มกราคม 2025 เกี่ยวกับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม รวมถึงการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน เช่น น้ำ ไฟฟ้า สุขาภิบาล โรงพยาบาล และร้านขนมปัง รวมถึงอุปกรณ์ที่จำเป็นในการเคลียร์ซากปรักหักพังและเปิดถนน”

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับตรงข้ามกับแผนที่ได้รับการยกย่องและได้รับการสนับสนุนจากประชาคมระหว่างประเทศส่วนใหญ่ 

ทันทีที่อิสราเอลได้ตัวประกันทั้งหมดคืน พวกเขากลับมาเริ่มการสังหารหมู่และการฆ่าชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซ่าอีกครั้ง และมีอัตราเพิ่มขึ้นทุกวัน 

พวกเขายังไม่ปฏิบัติตามคำมั่นที่จะส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและรถบรรทุกสินค้าตามจำนวนที่ตกลงกัน โดยปริมาณที่เข้ามาจริงไม่ถึงหนึ่งในสาม

แม้ว่าอิสราเอลจะอนุญาตให้เชื้อเพลิงเข้ามาเล็กน้อยเพื่อใช้กับเครื่องปั่นไฟในโรงพยาบาลและร้านขนมปังบางแห่ง แต่พวกเขายังคงห้ามสินค้าพื้นฐานหลายพันรายการที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชนไม่ให้เข้ากาซ่า ซึ่งทำให้สถานการณ์ด้านมนุษยธรรมเลวร้ายลงไปอีก

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น สินค้าที่ถูกห้ามนำเข้ากาซ่าได้แก่ ตะปู สกรู ไขควง แบตเตอรี่ ไฟแช็ก ไม้ ฟืนสำหรับหุงต้ม ซีเมนต์ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ นาฬิกา แผงโซล่าเซลล์ น้ำมันเครื่องรถยนต์ และอื่นๆ

นอกจากนี้ยังมีการขยายและรุกล้ำพื้นที่ที่เรียกว่า “เส้นสีเหลือง” ทุกวัน 

“เส้นสีเหลือง” คือเส้นสมมติที่หมายถึงเขตแดนที่ทหารอิสราเอลควรจะถอนกำลังออกไปตามข้อตกลงหยุดยิงที่ลงนามในเดือนตุลาคม 2025 

แต่ในความเป็นจริง พวกเขากลับทำตรงข้าม ทหารไซออนิสต์ยิงทุกคนที่พยายามเข้าใกล้บ้านหรือไร่นาของพวกเขาที่อยู่หลังเส้นนี้ 

พื้นที่นี้ครอบคลุม 52% ของพื้นที่กาซ่าในวันที่ประกาศหยุดยิง แต่ตอนนี้ขยายไปถึงประมาณ 70% ของพื้นที่ทั้งหมดของฉนวนกาซ่าแล้ว

แม้ข้อตกลงจะระบุให้มีการถอนกำลังของฝ่ายยึดครองแบบเป็นขั้นเป็นตอน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือตรงกันข้าม 

กล่าวอีกนัยหนึ่ง ฝ่ายยึดครองกำลังกักขังมนุษย์ 2.3 ล้านคนไว้ในพื้นที่ที่มีนาดน้อยกว่า 30% ของฉนวนกาซ่า (ประมาณ 100 ตารางกิโลเมตร) 

ส่วนใหญ่พวกเขาอาศัยอยู่ในเต็นท์ผ้าใบเก่าๆ ที่ร้อนเหมือนเตาอบในฤดูร้อน และเน่าเปื่อยเหมือนผ้าขี้ริ้วในฤดูหนาว เพราะไม่สามารถกันความหนาวหรือฝนได้

กลับมาที่เรื่องการสังหารรายวัน ตัวเลขชัดเจนว่า ณ วันที่เขียนบทความนี้ มี “ชูฮาดา” หรือผู้เสียชีวิตประมาณ 1,200 คนที่ถูกอิสราเอลสังหารนับตั้งแต่เริ่มหยุดยิง 

ไม่นับรวมผู้บาดเจ็บอีกหลายพันคน ทำให้ยอดผู้บาดเจ็บสะสมตั้งแต่เริ่มการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เกิน 130,000 คน

ลองนึกภาพโศกนาฏกรรมเมื่อเครื่องบินรบหรือโดรนของผู้ยึดครองทิ้งระเบิดใส่ครอบครัวที่กำลังรวมตัวกันใต้เต็นท์ผ้าและพลาสติกเก่าๆ 

หรือการยิงจรวดใส่ขบวนแห่ศพ หรือผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังเดินกลับเต็นท์พร้อมขนมปังให้ลูกๆ

การปิดล้อม การทำลาย และการสังหารที่ยังคงดำเนินอยู่ เป็นการยืนยันข้อเท็จจริงที่หายไปหรือถูกทำให้หายไปจากสื่อและข่าวระหว่างประเทศ นั่นคือ การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์นี้ยังไม่หยุด แต่ยังคงดำเนินต่อไปด้วยความโหดร้ายเช่นเดิม

กาซายังคงหลั่งเลือด ในขณะที่ประชาคมระหว่างประเทศ รวมถึงคณะมนตรีความมั่นคงและผู้ไกล่เกลี่ย ล้มเหลวที่จะนำสันติภาพมาให้แม้เพียงไม่กี่วันแก่ประชาชนที่ยังคงประสบภัยพิบัติ 

ผู้ยึดครองไซออนิสต์ยังคงเดินหน้าตามแผนของพวกเขาเพื่อกำจัดชาวปาเลสไตน์ผ่านการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และการกวาดล้างชาติพันธุ์

ข้อเรียกร้องในตอนนี้มีความเร่งด่วนและสำคัญอย่างยิ่ง โลกต้องลุกขึ้นมารวมกันเพื่อฟื้นฟูคุณค่าความเป็นมนุษย์ ปกป้องชีวิตของเด็กเล็กๆ ที่ต้องตายทุกวัน และหยุดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่ยังคงดำเนินอยู่ เพื่อที่ความเงียบของโลกจะไม่ถูกมองว่าเป็นการสมรู้ร่วมคิดและมีส่วนร่วมในอาชญากรรมนี้

ดร. ชารีฟ อาบู ชัมมาลา  ประธานมูลนิธิอัลกุดส์ มาเลเซีย

CR: https://www.utusan.com.my/premium/2026/07/sejauh-mana-kebenaran-perang-genosid-di-gaza-berhenti/


ทีมข่าวต่างประเทศ

อธิการบดี ม.ฟาฏอนี ร่วมประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยอิสลามโลก ณ ตุรกี

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยฟาฏอนีเป็นมหาวิทยาลัยอิสลามแห่งเดียวจากประเทศไทยที่ได้รับเชิญเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ สะท้อนถึงการยอมรับในบทบาทและศักยภาพของมหาวิทยาลัยในฐานะสถาบันอุดมศึกษาอิสลามที่มีบทบาทโดดเด่นในระดับนานาชาติ และมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการอุดมศึกษาของโลกมุสลิม

การประชุมครั้งนี้นับเป็นเวทีความร่วมมือระดับนานาชาติครั้งสำคัญที่รวบรวมอธิการบดีและผู้บริหารระดับสูงของมหาวิทยาลัยอิสลามจาก 41 ประเทศ 73 มหาวิทยาลัย ครอบคลุม 4 ทวีป เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางการพัฒนาการอุดมศึกษาอิสลามในระดับโลก ภายใต้แนวคิด “Towards an Effective Global Islamic University Space” หรือ “สู่พื้นที่ความร่วมมือของมหาวิทยาลัยอิสลามระดับโลกที่มีประสิทธิภาพ”

สาระสำคัญของการประชุมมุ่งเน้นการสร้างวิสัยทัศน์ร่วมของมหาวิทยาลัยอิสลาม การพัฒนาความร่วมมือทางวิชาการ การกำหนดวาระการวิจัยร่วม การแลกเปลี่ยนคณาจารย์ นักวิจัย และนักศึกษา ตลอดจนการพัฒนากลไกความร่วมมือที่ยั่งยืนผ่านเครือข่ายและแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อยกระดับบทบาทของมหาวิทยาลัยอิสลามในการรับมือกับความท้าทายของโลกยุคใหม่

นอกจากนี้ การเข้าร่วมเวทีระดับโลกครั้งนี้ยังเป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอศักยภาพของระบบการศึกษาไทย โดยเฉพาะการศึกษาที่ผสานองค์ความรู้สมัยใหม่กับอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและศาสนา ซึ่งเป็นจุดแข็งของประเทศไทยในการสร้างความเข้าใจข้ามวัฒนธรรมและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในสังคมพหุวัฒนธรรม การมีส่วนร่วมของมหาวิทยาลัยฟาฏอนีจึงไม่เพียงสะท้อนบทบาทของสถาบันเท่านั้น แต่ยังเป็นการยกระดับภาพลักษณ์ของการศึกษาไทยในเวทีนานาชาติ

การเข้าร่วมประชุมของรองศาสตราจารย์ ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา ในฐานะผู้แทนประเทศไทย สะท้อนถึงบทบาทและการยอมรับของมหาวิทยาลัยฟาฏอนีในเวทีการอุดมศึกษานานาชาติ และเป็นโอกาสสำคัญในการขยายเครือข่ายความร่วมมือด้านการศึกษา การวิจัย และการพัฒนาวิชาการกับมหาวิทยาลัยอิสลามชั้นนำจากทั่วโลก อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัยและการสร้างประโยชน์ต่อสังคมไทยและประชาคมมุสลิมในระดับสากลต่อไป อินชาอัลลอฮฺ


Credit :

ข่าว : กองประชาสัมพันธ์ สสน. มฟน.

ภาพ : ผู้ติดตามอธิการบดี

4UGAZA 15th (2/2026)

มูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน ส่งมอบเงินบริจาค 7 แสนบาท ร่วมโครงการ #QURBAN4UGAZA1447 H.

ณ เมือง Arau รัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2569 ผศ.มัสลัน มาหะมะ ประธานมูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิฯ เดินทางไปยังเมือง Arau รัฐเปอร์ลิส (Perlis) ประเทศมาเลเซีย เพื่อส่งมอบเงินบริจาคในโครงการ #Qurban4UGAZA1447 ซึ่งมีเป้าหมายช่วยเหลือประชาชนชาวกาซ่า ปาเลสไตน์ ที่กำลังเผชิญกับความยากลำบากจากสถานการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่

โครงการดังกล่าว สามารถระดมเงินบริจาครวมทั้งสิ้น 700,000 บาท โดยมูลนิธิฯ ได้แบ่งมอบให้แก่ 2 องค์กรด้านมนุษยธรรม องค์กรละ 350,000 บาท ได้แก่

1. Al-Quds Foundation โดยมี Dr. Sharif Abu Shammalah ประธานมูลนิธิฯ เป็นผู้รับมอบ

2. Peace for Humanity โดยมี Mr. Bilal A.K. Alhamadin ผู้อำนวยการสำนักงานฯ ให้เกียรติเป็นผู้รับมอบ

ทั้งสององค์กรจะนำเงินบริจาคดังกล่าวไปดำเนินการเชือดวัวกุรบานจำนวน 30 ตัว เพื่อแจกจ่ายเนื้อกุรบานให้แก่ประชาชนชาวกาซ่าที่ได้รับผลกระทบ ตามเจตนารมณ์ของผู้บริจาคในโครงการ Qurban4UGAZA1447

การส่งมอบเงินบริจาคในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจของมูลนิธิเรือนร่างเดียวกันในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ประชาชนในพื้นที่ความขัดแย้ง ผ่านความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงผู้ที่ต้องการอย่างทันท่วงที อินชาอัลลอฮ์

——————–

พี่น้องสามารถโอนความช่วยเหลือได้อย่างต่อเนื่องได้ที่

ธนาคารอิสลาม

เลขบัญชี : 054-1-30697-9

ชื่อบัญชี : กองทุนกาซ่าเพื่อกุรบานและปัจจัยยังชีพ

جزاكم الله خيرا

#อัลกุดส์คือความรับผิดชอบของทุกคน

#ช่วงเหลือด้านมนุษยธรรมคือภารหลักของมุสลิม

#อย่าทอดทิ้งพี่น้องที่กำลังเดือดร้อน

#เราจะช่วยเหลือชายกาซ่าอย่างต่อเนื่อง

อธิการบดี ม.ฟาฏอนี รับเสด็จมกุฎราชกุมารรัฐเปอร์ลิส-พระชายา พร้อมร่วมเป็นองค์ปาฐกงาน Perkampungan Sunnah 11/2026

วันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2569

ต่วนกูไซยิดฟาอิสซุดดิน ไซยิดจามาลุลไลล์ มกุฎราชกุมารแห่งรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย พร้อมด้วยพระชายา เสด็จฯ เป็นองค์ประธานเปิดงาน Program Perkampungan Sunnah  Siri 11/2026 ณ มัสยิดอัลอาลาวี กางาร์ รัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่   24-26 เมษายน 2569 โดยมี Datuk Dr.  Mohd Asri Zainul Abidin มุฟตีรัฐเปอร์ลิสในฐานะประธานจัดงาน หัวหน้าส่วนราชการ แขกผู้มีเกียรติและประขาชนมาร่วมเฝ้ารับเสด็จมกุฎราชกุมารแห่งรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซียและพระชายาอย่างล้นหลาม

ในโอกาสนี้ รศ. ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา อธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาฏอนีได้รับเกียรติอย่างสูงจากสำนักมุฟตีแห่งรัฐเปอร์ลิส เชิญเป็นแขกพิเศษร่วมเฝ้ารับเสด็จมกุฏราชกุมารแห่งรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซียและพระชายา  รวมทั้งได้รับเชิญจาก Program Perkampungan Sunnah  Siri 11/2026 เป็นองค์ปาฐกในงานอีกด้วย

ในนามชาวมหาวิทยาลัยฟาฏอนี คณะผู้บริหาร คณาจารย์ นักศึกษา ศิษย์เก่าและผู้ปกครองขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ขออัลลอฮ์ ผู้ทรงกรุณา โปรดประทานเตาฟิกและทรงชี้นำตวนกูไซยิดฟาอิสซุดดิน ไซยิดจามาลุลไลล์ มกุฎราชกุมารแห่งรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซียและพระชายา  อันนำมาซึ่งความผาสุขและสงบสันติทั้งในดุนยาและอาคิเราะฮ์สืบไป


Cr: https://www.facebook.com/muhammad.mazlan.98/posts/pfbid0k2BiHjWD4WVjzAtVAiXdZ9uFLYeiYS4tBBdMBhxnXFfhBGgwXbX4MsaeFffbfeVl

ส่งมอบความช่วยเหลือแก่ชาวกาซ่ารอบสองในเดือนรอมฎอน 1447

18 มีนาคม 2569

ผศ. มัสลัน มาหะมะ ประธานมูลนิธิเรือนร่างเดียวกันแจ้งว่า หลังจากมูลนิธิ ฯ ได้ดำเนินโครงการมอบอาหารละศีลอดแก่ชาวกาซ่าในเดือนรอมฎอน 1447 จำนวน 2,222,222 บาท เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569 ปรากฏว่า มีพี่น้องให้ความสนใจบริจาคอย่างต่อเนื่อง ทางมูลนิธิฯ จึงได้มีมติส่งมอบความช่วยเหลือรอบสองในเดือนรอมฎอนนี้เป็นเงินจำนวน 320,000 บาท ( ประมาณ 10,000 ดอลล่าร์) เพื่อจัดซื้อเสื้อผ้าและมอบของขวัญให้กับหนูน้อยขาวกาซ่าจำนวน 500 คน ในจำนวนนี้มีเด็กกำพร้า 300 คน โดยมีมูลนิธิ AL-Quds Foundation เป็นฝ่ายรับผิดชอบดำเนินโครงการและประสานงานในพื้นที่

“บรรดาการสรรเสริญ เป็นสิทธิ์ของอัลลอฮ์ ผลจากการจัดงาน 4UGAZA@TABA เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เราสามารถระดมเงินบริจาคจำนวน 2,542,222 บาท  ส่วนการบริจาคที่เกิดขึ้นหลังจากนี้ มูลนิธิ ฯ จะจัดสรรในโครงการต่อไป  إن شاء الله จึงใคร่ถือโอกาสนี้ขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการทำความดีครั้งนี้ และขอเชิญชวนพี่น้องบริจาคเพื่อชาวกาซ่าอย่างต่อเนื่องผ่านบัญชีทางการของมูลนิธิ” ประธานมูลนิธิเรือนร่างเดียวกันกล่าวทิ้งท้าย

——————–

โดยสามารถโอนความช่วยเหลือได้อย่างต่อเนื่องได้ที่

ธนาคารอิสลาม

เลขบัญชี : 054-1-30697-9

ชื่อบัญชี : กองทุนกาซ่าเพื่อกุรบานและปัจจัยยังชีพ

มูลนิธิเรือนร่างเดียวกันจัดงานต้อนรับรอมฎอน 1447 และ#4UGAZA@TABA

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา ณ ตลาดการค้าชายแดนเมืองตากใบ อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส “มูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน” ได้จัดกิจกรรม “โครงการต้อนรับรอมฎอน 1447 และระดมทุนช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชาวกาซ่า” โดยบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและพลังแห่งการแบ่งปัน มีนักเรียน ผู้ปกครอง ตลอดจนประชาชนทั่วไปในพื้นที่ให้ความสนใจเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่นกว่า 1,000 คน

การจัดโครงการในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก บาบอซาฟีอี เจ๊ะเลาะ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส เดินทางมาเป็นประธานในพิธี พร้อมกล่าวให้โอวาทและพบปะปะพี่น้องประชาชนที่มาร่วมงาน

สำหรับวัตถุประสงค์หลักของโครงการ จัดขึ้นเพื่อรณรงค์ให้ประชาชนได้ตระหนักรู้ถึงความประเสริฐและเตรียมความพร้อมต้อนรับเดือนรอมฎอน ฮ.ศ. 1447 ที่กำลังจะมาถึง ควบคู่ไปกับการเปิดพื้นที่ระดมทุนเพื่อนำปัจจัยไปช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและจัดเตรียมอาหารละศีลอด (อิฟฏอร) ส่งมอบให้แก่พี่น้องชาวกาซ่าที่กำลังประสบความเดือดร้อนและอยู่ในภาวะขาดแคลนอาหารอย่างหนัก

นอกจากนี้ กิจกรรมดังกล่าวยังมุ่งหวังที่จะเป็นเวทีในการขัดเกลาจิตใจ ส่งเสริมการพัฒนาตนเองของผู้เข้าร่วมงาน ให้รู้จักการเสียสละ การแบ่งปัน และการหยิบยื่นความช่วยเหลือแก่เพื่อนมนุษย์ที่กำลังตกทุกข์ได้ยาก ตลอดจนเป็นการสร้างจิตสำนึกที่ดีในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ เอื้ออาทร และตอกย้ำอุดมการณ์ของมูลนิธิที่เปรียบประชาชาติมุสลิมดั่งเรือนร่างเดียวกัน เมื่อส่วนใดส่วนหนึ่งได้รับความเจ็บปวด ส่วนที่เหลือย่อมรับรู้และร่วมเยียวยา

การรวมพลังของพี่น้องชาวตากใบและพื้นที่ใกล้เคียงในครั้งนี้ จึงไม่เพียงแต่เป็นการทำบุญต้อนรับเดือนอันประเสริฐ แต่ยังเป็นการส่งต่อแสงสว่างแห่งความหวังและกำลังใจอันยิ่งใหญ่จากประเทศไทย ข้ามพรมแดนไปยังพี่น้องชาวกาซ่าอีกด้วย

สามารถดูรูปภาพบรรยากาศงานได้ตามลิงค์ข้างล่างนี้
https://photos.google.com/share/AF1QipOYqYorIHtNwPC05FQPeU8182E4wf4OK8gU4rFA0sXJqD71vrLMJ1_E9Bi6mWUaAQ?key=TDQ3TlcyblNQSTRBQ2JSNXBaRWhVMVowSEVhM013

https://photos.google.com/share/AF1QipP2Wr10AvjFAHlIF59qRM-ou_bYnX-n56Ra7A_SJ2OHWACfuVSXv5uvyqqzx3eAyw?key=OEJDN2Q5YnBlX3JJdDJ1YnZUd28yQmtOTkdQLUZ3


ภารกิจส่งมอบความช่วยเหลือกาซ่า 14th (1/26)

การส่งมอบเงินช่วยเหลือในครั้งนี้ ได้ถูกกระจายผ่าน 3 องค์กรพันธมิตรระดับนานาชาติ เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงพื้นที่และเกิดประโยชน์สูงสุด ดังนี้:

องค์กรที่ 1: มอบให้ International Education Scientific and Cultural Organization (iESCO) จำนวน 740,740 บาท เพื่อนำไปจัดสรรเป็นอาหารละศีลอดและของขวัญวันอีด โดยมีผู้แทนจาก iESCO เป็นผู้รับมอบ

ใบเสร็จรับเงิน

องค์กรที่ 2: มอบให้ Salam for Humanity จำนวน 740,740 บาท เพื่อนำไปจัดทำถุงยังชีพรอมฎอน โดยมี Mr. Bilal A.K. Alhamadin ผู้อำนวยการสำนักงานฯ ให้เกียรติเป็นผู้รับมอบ

ใบเสร็จรับเงิน

องค์กรที่ 3: มอบให้ Al-Quds Foundation-Malaysia จำนวน 740,740 บาท เพื่อสมทบทุนในการจัดเตรียมอาหารละศีลอด โดยมี Dr. Sharif Abu Shammalah ประธานมูลนิธิฯ เป็นผู้รับมอบ

ใบเสร็จรับเงิน

ผศ. มัสลัน มาหะมะ เปิดเผยว่า เงินบริจาคจำนวนกว่า 2.2 ล้านบาทในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากพลังศรัทธาและการรวบรวมธารน้ำใจจากพี่น้องประชาชน ภายหลังจากการจัดงานอีเว้นท์เพื่อการกุศล “IFTAR#4UGAZA@TABA” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ณ ตลาดการค้าชายแดนตากใบ

มูลนิธิเรือนร่างเดียวกันขอขอบคุณต่อทุกภาคส่วนและผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน ที่ได้ร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการหยิบยื่นความช่วยเหลือ ข้ามผ่านพรมแดนเพื่อส่งต่อความหวังและกำลังใจไปยังพี่น้องชาวกาซ่าในยามยากลำบากนี้

——————–

โดยสามารถโอนความช่วยเหลือได้อย่างต่อเนื่องได้ที่

ธนาคารอิสลาม

เลขบัญชี : 054-1-30697-9

ชื่อบัญชี : กองทุนกาซ่าเพื่อกุรบานและปัจจัยยังชีพ

ประธานมูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน ร่วมแสดงความยินดี “นายกอบต.เขาตูม คนใหม่”

เมื่อเวลา 08.40 น. ณ องค์การบริหารส่วนตำบลเขาตูม ผศ.มัสลัน มาหะมะ ประธานมูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน พร้อมด้วยคณะทำงาน ได้เดินทางเข้าพบปะเยี่ยมเยียนและร่วมแสดงความยินดีกับ นายไซพูดิง กาโน เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาตูม (อบต.เขาตูม) ท่านใหม่

ในการพบปะครั้งนี้ นายไซพูดิง กาโน ได้แสดงวิสัยทัศน์และวางหลักการทำงานที่น่าสนใจ โดยเน้นย้ำถึงจิตสำนึกของการให้บริการประชาชนว่า

“วิธีหนึ่งที่จะทำให้ผู้แทนและข้าราชการมีจิตสำนึกการบริการ คือการตระหนักว่า คนกินเงินเดือนทุกคนคือ ‘ลูกจ้างของประชาชน’ ประชาชนคือผู้หาเงินมาจ่ายค่าจ้าง และมอบหมายให้เราไปทำงานสาธารณะแทนเขา ไม่ใช่ไปใช้อำนาจเหนือเขา”

นายก อบต.เขาตูม กล่าวเสริมว่า แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับหลักการที่ท่านนบีมูฮัมหมัด (ซ.ล.) และบรรดาซอฮาบะห์ได้วางรากฐานไว้ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องว่า “ผู้นำคือผู้รับใช้ ไม่ใช่เจ้าของอำนาจ”


โดยทีมข่าว theustaz.com

มูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน ร่วมประชุมใหญ่สภาเครือข่ายฯพร้อมมอบเงิน 1 ล้านบาท สนับสนุน รพ.ชาฮีด อัล-อักศอ ผ่านท่านจุฬาราชมนตรี

1 กุมภาพันธ์ 2569

สาระสำคัญของการประชุม: การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อรายงานผลการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมา พิจารณาแก้ไขธรรมนูญของสภาเครือข่ายฯ และดำเนินกระบวนการสรรหาประธานสภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี สำหรับวาระถัดไป

บรรยากาศในที่ประชุมสะท้อนถึงบทบาทสำคัญของสภาเครือข่ายฯ ในฐานะองค์กรกลางของเครือข่ายมุสลิมด้านเศรษฐกิจ โดยมุ่งเน้นการสร้างธรรมาภิบาล ความต่อเนื่องทางธุรกิจในเชิงสถาบัน และความรับผิดชอบต่อสังคม ภายใต้กรอบหลักการศาสนา หลักนิติธรรม และมาตรฐานสากล

การมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม: ในโอกาสเดียวกันนี้ นายเมธา เมฆารัฐ รองประธานมูลนิธิฯ ได้เป็นตัวแทนมอบเงินบริจาคจากพี่น้องประชาชน จำนวน 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) เพื่อนำไปจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น ให้แก่ โรงพยาบาลชาฮีด อัล-อักศอ

โดยได้รับเกียรติจาก นายอรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรี เป็นผู้รับมอบเงินบริจาคดังกล่าว เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือผ่านกลไกของสภาเครือข่ายความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี ต่อไป


ทีมข่าว theustaz.com

ประธานมูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน เข้าพบประธาน กอจ.นราธิวาส เชิญเป็นประธานเปิดงาน IFTAR #4UGAZA@TABA

1 กุมภาพันธ์ 2569

10.15 น.

โครงการดังกล่าวจะจัดขึ้น ณ ตลาดการค้าชายแดนเมืองตากใบ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนถึงความประเสริฐของเดือนรอมฎอนที่กำลังจะมาถึง พร้อมทั้งเป็นสื่อกลางในการระดมทุนจัดหาอาหารละศีลอดและช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชาวกาซ่าที่กำลังเผชิญวิกฤตขาดแคลนอาหาร ซึ่งถือเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกแห่งการแบ่งปัน การช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก และส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างสันติและเอื้ออาทร

ในการนี้ ทางมูลนิธิฯ ได้เรียนเชิญ บาบอซาฟีอี เจ๊ะเลาะ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีและ บรรยายพิเศษ ในช่วงเวลา 16.00 – 17.00 น. เพื่อให้โอวาทและแนวทางในการปฏิบัติศาสนกิจแก่ผู้เข้าร่วมงาน ซึ่งคาดว่าจะมีกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยนักเรียน ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมโครงการกว่า 1,000 คน


โดยทีมข่าว Theustaz.com