วันที่ 7 มกราคม 2569
มหาวิทยาลัยฟาฏอนีขอแสดงความยินดีอย่างยิ่ง เนื่องในโอกาสที่ อธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาฏอนี ได้รับเกียรติสูงสุดให้ร่วมปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในการคัดเลือกผู้สมควรได้รับ “รางวัลกษัตริย์ไฟศ็อล (King Faisal Prize)” ประจำปี ค.ศ. 2026 ซึ่งเป็นรางวัลระดับนานาชาติอันทรงเกียรติ และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในแวดวงวิชาการและสังคมมุสลิมทั่วโลก
การประชุมคณะกรรมการคัดเลือกครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้กรอบ รางวัลกษัตริย์ไฟศ็อล ครั้งที่ 48 โดยมี สมเด็จพระราชกุมาร ตุรกี บิน ไฟศ็อล ประธานคณะกรรมการบริหารศูนย์กษัตริย์ไฟศ็อลเพื่อการวิจัยและการศึกษาอิสลาม ทรงเป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาคัดเลือกผู้ได้รับรางวัล สาขาบริการอิสลาม ประจำปี ค.ศ. 2026
การพิจารณาดังกล่าวมีนักวิชาการ ผู้นำศาสนา และผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายประเทศเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง โดยยึดหลักเกณฑ์ทางวิชาการที่เข้มงวด โปร่งใส และรอบคอบ เพื่อคัดเลือกบุคคลหรือสถาบันที่มีผลงานโดดเด่น สร้างคุณูปการอย่างเป็นรูปธรรมต่ออิสลาม มุสลิม และสังคมมนุษยชาติ
การได้รับความไว้วางใจให้ร่วมทำหน้าที่ในคณะกรรมการคัดเลือกระดับนานาชาติครั้งนี้ สะท้อนถึง ความเชื่อมั่นในบทบาททางวิชาการ ความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ด้านการศึกษาอิสลามของอธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาฏอนี อีกทั้งยังเป็นการยกระดับภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยฟาฏอนีในเวทีโลก และตอกย้ำบทบาทของสถาบันการศึกษาอิสลามจากประเทศไทยในการมีส่วนร่วมส่งเสริมคุณค่าทางวิชาการ จริยธรรม และการรับใช้อิสลามและมนุษยชาติ
ทั้งนี้ รางวัลกษัตริย์ไฟศ็อล ประจำปี ค.ศ. 2026 จะมีการประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัลครบทั้ง 5 สาขา ได้แก่
บริการอิสลาม
การศึกษาอิสลาม
ภาษาอาหรับและวรรณกรรม
การแพทย์
วิทยาศาสตร์
ในพิธีประกาศผลซึ่งจะจัดขึ้น ณ หอประชุมเจ้าชายสุลต่านใหญ่ ศูนย์อัลไฟศอลียะฮ์ กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยจะมีนักวิชาการ ปัญญาชน และสื่อมวลชนจากนานาประเทศเข้าร่วม พร้อมถ่ายทอดสดผ่านเว็บไซต์ทางการและแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ของรางวัลกษัตริย์ไฟศ็อล
ประกาศผลผู้ได้รับรางวัลกษัตริย์ไฟศ็อล ประจำปี ค.ศ. 2026 ครบทั้ง 5 สาขา
ศูนย์กษัตริย์ไฟศ็อลเพื่อการวิจัยและการศึกษาอิสลาม ได้ประกาศผลผู้ได้รับ รางวัลกษัตริย์ไฟศ็อล (King Faisal Prize) ประจำปี ค.ศ. 2026 อย่างเป็นทางการ ครบทั้ง 5 สาขา ภายใต้การอุปถัมภ์ของ เจ้าชายตุรกี อัลไฟศ็อล ประธานคณะกรรมการบริหารศูนย์กษัตริย์ไฟศ็อลฯ
ดร.อับดุลอะซีซ อัสสุบัยย์ เลขาธิการรางวัลกษัตริย์ไฟศ็อล เปิดเผยว่า คณะกรรมการคัดเลือกในแต่ละสาขาได้จัดการประชุมอย่างต่อเนื่อง พิจารณาผลงานที่ได้รับการเสนอชื่ออย่างรอบคอบ พร้อมศึกษารายงานจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้ประเมินอิสระ ก่อนมีมติเอกฉันท์มอบรางวัลแก่ผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและสร้างคุณูปการอย่างโดดเด่นในแต่ละสาขา
🔹 สาขาที่ 1 : บริการอิสลาม
คณะกรรมการมีมติมอบรางวัล ร่วมกัน แก่
เชคอับดุลลาฏีฟ บิน อะห์มัด อัลเฟาซาน (ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย)
ศาสตราจารย์ ดร.มุฮัมมัด มุฮัมมัด อบูมูซา (สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์)
เชคอับดุลลาฏีฟ อัลเฟาซาน ได้รับการยกย่องจากบทบาทด้านการกุศลเชิงระบบ โดยเฉพาะการก่อตั้ง “วะกัฟอัจวาด” เพื่อขับเคลื่อนโครงการมนุษยธรรม การสร้างมัสยิด ศูนย์อิสลาม โรงเรียน บ่อน้ำ และที่พักนักศึกษาในหลายประเทศ ตลอดจนการจัดตั้งศูนย์สำหรับสตรี เด็ก และผู้มีความต้องการพิเศษ รวมถึงการก่อตั้งรางวัลสถาปัตยกรรมมัสยิดระดับโลก และสารานุกรมดิจิทัลด้านสถาปัตยกรรมมัสยิด
ขณะที่ ศาสตราจารย์ ดร.มุฮัมมัด อบูมูซา ได้รับรางวัลจากผลงานทางวิชาการด้านภาษาอาหรับและวาทศิลป์ โดยเฉพาะการอธิบายความอัศจรรย์ของอัลกุรอาน การประพันธ์หนังสือมากกว่า 30 เล่ม การเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งคณะนักปราชญ์อัลอัซฮัร และการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เยาวชนมุสลิมอย่างต่อเนื่อง
🔹 สาขาที่ 2 : การศึกษาอิสลาม
หัวข้อ “เส้นทางการค้าในโลกอิสลาม”
มอบรางวัล ร่วมกัน แก่
ศาสตราจารย์ ดร.อับดุลฮะมีด ฮุเซน ฮะมูดะฮ์ (อียิปต์)
ศาสตราจารย์ ดร.มุฮัมมัด วะฮีบ ฮุเซน (จอร์แดน)
ทั้งสองท่านได้รับการยกย่องจากผลงานวิจัยเชิงลึกด้านเส้นทางการค้าทางบกและทางทะเลในโลกอิสลาม ที่ผสานองค์ความรู้ทางประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และโบราณคดี ควบคู่การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นระบบ
🔹 สาขาที่ 3 : ภาษาอาหรับและวรรณกรรม
มอบรางวัลแก่ ศาสตราจารย์ ปีแยร์ ลาร์เชต์ (ฝรั่งเศส) จากผลงานด้านการแปลและวิเคราะห์วรรณกรรมอาหรับคลาสสิกเป็นภาษาฝรั่งเศส ด้วยระเบียบวิธีทางวิชาการที่มีคุณภาพและได้รับการยอมรับในระดับสากล
🔹 สาขาที่ 4 : การแพทย์
มอบรางวัลแก่ ศาสตราจารย์ สเว็ตลานา มอยซอฟ (สหรัฐอเมริกา) จากการค้นพบเปปไทด์ GLP-1 ซึ่งนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมการรักษาโรคเบาหวานและโรคอ้วน สร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างยิ่งต่อวงการแพทย์โลก
🔹 สาขาที่ 5 : วิทยาศาสตร์
หัวข้อ “คณิตศาสตร์”
มอบรางวัลแก่ ศาสตราจารย์ คาร์ลอส เคอนิก (สหรัฐอเมริกา) จากผลงานการวิเคราะห์ทางคณิตศาสตร์ขั้นสูง ที่ช่วยยกระดับความเข้าใจสมการเชิงอนุพันธ์ไม่เชิงเส้น และเปิดมิติใหม่ของการประยุกต์ใช้ทางวิทยาศาสตร์
ในโอกาสนี้ สำนักงานเลขาธิการรางวัลกษัตริย์ไฟศ็อล ขอแสดงความยินดีอย่างยิ่งแก่ผู้ได้รับรางวัลทุกท่าน พร้อมขอบคุณคณะกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ประเมินผลงาน ตลอดจนสถาบันการศึกษา องค์กรวิชาการ และสื่อมวลชน ที่มีส่วนร่วมสนับสนุนและเผยแพร่คุณค่าของรางวัลอันทรงเกียรตินี้สู่สังคมโลก
วันที่ 9 มกราคม 2569
มหาวิทยาลัยฟาฏอนี จัดพิธีมอบ ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาชะรีอะฮ์ (กฎหมายอิสลาม) แด่ ศาสตราจารย์ ดร.อับดุลลอฮฺ บิน มุหัมมัด บิน อับดุรเราะหฺมาน อัลมุฏลัก สมาชิกคณะอุละมาอ์อาวุโส และที่ปรึกษาแห่งราชสำนักราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ณ กรุงริยาด ท่ามกลางบรรยากาศอันทรงเกียรติและเปี่ยมด้วยความยินดี
พิธีดังกล่าวมี รองศาสตราจารย์ ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา อธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาฏอนี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ดร.ตัรมีซี วาเเตลี ผู้อำนวยการศูนย์อัลวะสะฏียะฮ์ และหัวหน้าสาขาอัลกุรอานและซุนนะฮ์ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี ในฐานะประธานการดำเนินงาน โดยมีที่ปรึกษาอธิการบดี ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ และแขกผู้มีเกียรติจากหลากหลายสถาบันเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน
การมอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อ ยกย่องและเชิดชูเกียรติผลงานอันโดดเด่นของศาสตราจารย์ ดร.อับดุลลอฮฺ อัลมุฏลัก ในฐานะนักวิชาการด้านกฎหมายอิสลามระดับนานาชาติ ผู้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาองค์ความรู้ทางวิชาการ การเผยแผ่อิสลาม ตลอดจนการสนับสนุนกิจการด้านวิชาการของมหาวิทยาลัยฟาฏอนีอย่างต่อเนื่องและยาวนาน
พิธีดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยฟาฏอนีกับนักวิชาการและสถาบันชั้นนำในโลกมุสลิม สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยฟาฏอนีในเวทีการศึกษาระดับนานาชาติ และเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการศึกษาศาสนาอิสลามอย่างยั่งยืน
วันที่ 11 มกราคม 2569
รองศาสตราจารย์ ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา อธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาฏอนี พร้อมด้วย ดร.ตัรมีซี วาเเตลี ผู้อำนวยการศูนย์อัลวะสะฏียะฮ์ และหัวหน้าสาขาอัลกุรอานและซุนนะฮ์ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี ได้เดินทางเข้าพบและเยี่ยมคารวะ ศาสตราจารย์ ดร.อาหมัด บิน ซาเล็ม อัลอามิรี อธิการบดีมหาวิทยาลัยอิหม่ามมุฮัมมัด บิน ซะอูด อิสลามียะฮ์ ณ สำนักงานอธิการบดี กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย
การเข้าพบในครั้งนี้เป็นไปด้วยบรรยากาศแห่งมิตรภาพ ความเคารพ และความร่วมมือทางวิชาการ โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาการศึกษาอิสลามในระดับอุดมศึกษา การส่งเสริมงานวิจัยเชิงวิชาการ ตลอดจนแนวทางการสร้างความร่วมมือระหว่างสถาบันในระดับนานาชาติ อาทิ การแลกเปลี่ยนนักศึกษาและคณาจารย์ การพัฒนาหลักสูตรร่วม และการจัดกิจกรรมทางวิชาการที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมมุสลิมในภูมิภาคต่าง ๆ ของโลก
ในโอกาสนี้ อธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาฏอนีได้แสดงความขอบคุณต่อการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากผู้บริหารมหาวิทยาลัยอิหม่ามมุฮัมมัด บิน ซะอูด อิสลามียะฮ์ พร้อมย้ำถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยฟาฏอนีในการยกระดับคุณภาพการศึกษาอิสลาม ควบคู่กับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำของโลกอิสลาม เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจด้านวิชาการ การเผยแผ่ศาสนา และการรับใช้สังคมอย่างยั่งยืน
การเยี่ยมคารวะและการหารือครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองสถาบัน และเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาความร่วมมือทางวิชาการอย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต
เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569
รองศาสตราจารย์ ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา อธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาฏอนี พร้อมด้วย ดร.ตัรมีซี วาแเตลี ผู้อำนวยการศูนย์อัลวะสะฏียะฮ์และหัวหน้าสาขาอัลกุรอานและซุนนะฮ์ ได้เข้าพบ ดร.ศอลิห์ บาบาอีร์ เลขาธิการองค์การยุวมุสลิมโลก (WAMY) ณ สำนักงานเลขาธิการ กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย
การเข้าพบเป็นไปในบรรยากาศแห่งความร่วมมือ โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือแนวทางการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการศึกษาและการพัฒนา เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการดำเนินงานเพื่อสังคมในระดับนานาชาติ
ในโอกาสนี้ อธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาฏอนีได้แนะนำบทบาทและพันธกิจของมหาวิทยาลัยในการจัดการศึกษาอิสลามควบคู่กับศาสตร์สมัยใหม่ พร้อมย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อการพัฒนาเยาวชนและการรับใช้สังคมอย่างยั่งยืน
การพบปะครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัยฟาฏอนีและองค์การยุวมุสลิมโลก และเป็นพื้นฐานสู่ความร่วมมือทางวิชาการในอนาคต
วันที่ 12 มกราคม 2569
รองศาสตราจารย์ ดร.อิสมาอีล ลุตฟี จะปะกียา อธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาฏอนี พร้อมด้วย ดร.ตัรมีซี วาแเตลี ผู้อำนวยการศูนย์อัลวะสะฏียะฮ์และหัวหน้าสาขาอัลกุรอานและซุนนะฮ์ ได้เข้าเยี่ยมชมและศึกษาภารกิจของ ศูนย์ช่วยเหลือบรรเทาทุกข์และงานด้านมนุษยธรรมสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน King Salman Humanitarian Aid and Relief Centre (KSrelief) ณ กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย
การเยี่ยมชมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเรียนรู้แนวทางการดำเนินงานด้านมนุษยธรรม การบรรเทาทุกข์ และการพัฒนาสังคมในระดับนานาชาติ พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาทของสถาบันการศึกษาในการสนับสนุนงานด้านมนุษยธรรม รวมถึงแนวทางความร่วมมือทางวิชาการและกิจกรรมเพื่อสังคมในอนาคต
การพบปะดังกล่าวนับเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัยฟาฏอนีกับองค์กรด้านมนุษยธรรมระดับนานาชาติ เพื่อการบูรณาการองค์ความรู้กับการรับใช้สังคมอย่างยั่งยืน
ที่มาข่าว : Fatoni University มหาวิทยาลัยฟาฏอนี
https://www.facebook.com/FTUofficial?locale=th_TH
โดยทีมข่าว Theustaz.com