รายงานความช่วยเหลือจากคนในพื้นที่ (2)

วันดำเนินการ 6 พฤศจิกายน 2568

จำนวนครอบครัวที่ได้รับประโยชน์ : 1,000 ครอบครัว

ส่วนประกอบของถุงยังชีพ : ข้าว – น้ำตาล – เกลือ – ถั่ว – เส้นพาสต้า 800 กรัม – น้ำมันพืช – กระป๋องถั่ว – กระป๋องเนื้อ – กระป๋องซอสงาบด- กระป๋องเนย – กระป๋องข้าวโพด

Dr. Sharif Abushamala ประธานมูลนิธิอัลกุดส์ ได้กล่าวรายงานผลการดำเนินงานในส่วนที่ 3 ว่า

“ด้วยการบริจาคของชาวมือบนชาวไทย ผ่านมูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน (หลังจากการได้รับอนุมัติจากอัลลอฮ์) เราได้ดำเนินการโครงการ “การแจกจ่ายถุงยังชีพแก่ครอบครัวผู้พลัดถิ่นและผู้ได้รับผลกระทบจากสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” ในเขตฉนวนกาซาและฉนวนกาซาเหนือ โดยมีผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ 1,000 ครอบครัว หรือประมาณ 7,000 – 8,000 คน”

“ถุงยังชีพแต่ละถุงประกอบด้วยอาหารสำคัญสำหรับครอบครัวชาวปาเลสไตน์ เช่น ข้าว น้ำตาล น้ำมันพืช เนย เนื้อกระป๋อง ถั่ว เส้นพาสต้า กระป๋องถั่ว ซอสงา ชีส และเกลือ ซึ่งแต่ละครอบครัวที่มีสมาชิก 5-8 คน สามารถบริโภคได้ 10-14 วัน ”

“โครงการนี้เกิดขึ้นในระยะเวลาการฟื้นฟูจากผลกระทบของสงครามที่ส่งผลต่อวิถีชีวิตของประชาชนทุกด้านในฉนวนกาซา ในนามของพี่น้องของเราในฉนวนกาซา เราขอขอบคุณและชื่นชมทุกท่านที่ได้บริจาคและร่วมมือกับเรา และเราจะพูดเหมือนที่ท่านศาสดาของเราสอนเราว่า ขอให้อัลลอฮ์ตอบแทนคุณด้วยความดีงาม”

มูลนิธิเรือนร่างเดียวกันได้มอบเงินความช่วยเหลือแก่มูลนิธิอัลกุดส์จัดโครงการเร่งด่วนแก่ชาวกาซ่าจำนวนเงินทั้งสิ้น 3,000,000 บาท ซึ่งมูลนิธิอัลกุดส์ได้จัดสรรงบประมาณจัดโครงการย่อย 3 โครงการ คือ 1) โครงการซื้อเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าที่โรงพยาบาลอัลวาฟา 2) โครงการซื้อน้ำดื่ม ซึ่งทั้งสองโครงการได้ดำเนินการแล้ว ( ดู รายงานความช่วยเหลือจากพื้นที่ (1) https://www.theustaz.com/?p=8200) 3) โครงการแจกถุงยังชีพ ซึ่งได้ดำเนินโครงการแล้วเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

الحمد لله الذي بنعمته تتم الصالحات


ทีมข่าว theustaz.com

เข้าร่วมเวิร์กช็อปฉุกเฉินที่จาการ์ตา

1 พฤศจิกายน 2568

วัตถุประสงค์ของเวิร์กชอปฉุกเฉินครั้งนี้ เพื่อตอบรับสถานการณ์ล่าสุดหลังการสิ้นสุดสงครามและการหยุดยิงในฉนวนกาซ่า โดยมีเนื้อเนื้อหาให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในกาซ่าในปัจจุบัน หารือและพัฒนากลไกความร่วมมือด้านมนุษยธรรมในการช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วน กับมูลนิธิที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ระดมกำลังและดำเนินโครงการช่วยเหลือเร่งด่วนก่อนสิ้นปี 2025 โดยเน้นที่การบรรเทาทุกข์ในพื้นที่วิกฤตที่ได้รับผลกระทบในกาซ่า

ผศ.มัสลัน มาหะมะ กล่าวว่า การประชุมเวิร์กชอปในครั้งนี้ นอกจากได้รับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในกาซ่าจากผู้ได้รับผลกระทบจริง ยังเปิดโอกาสในการสร้างเครือข่ายระดับนานาชาติและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับองค์กรระดับโลกที่ทำงานด้านมนุษยธรรมและพัฒนาสังคม โดยเฉพาะ การพบปะและปรึกษาหารืออย่างใกล้ชิดกับ Imam Qasim Rashid Ahmad ประธานมูลนิธิอัลค็อยร์  ( AL- Khair Foundation-AKF) และประธานกรรมการบริหาร IQRA TV โดย Imam Qasim ได้ส่งสัญญาณที่ดีในการสร้างความร่วมมือทวิภาคีกับมูนิธิเรือนร่างเดียวกันในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและพัฒนาสังคมในประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

เช่นเดียวกันกับการได้รับฟังข้อมูลและสถิติอันน่าทึ่งจาก Prof.Dr.Kamalain Shaath อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยอิสลามกาซ่า (2005-2015) ที่เล่าถึงความมุ่งมั่นและการยืนหยัดของชาวกาซ่าที่เป็นสังคมแห่งการแสวงหาความรู้ถึงแม้จะใช้ชีวิตในสถานการณ์ที่ยากลำบากและข้อจำกัดอันมากมายก็ตาม


ทีมข่าว theustaz.com

โรงเรียนฟาฏอนีแห่งกาซ่า ความฝันที่เป็นจริง

ประธานมูนิธิเรือนร่างเดียวกัน ผศ. มัสลัน มาหะมะ กล่าวว่าหลังจากได้ทำข้อตกลงร่วมกับ iESCO ในคราวจัดงาน #4UGAZA@AseanMall, Pattani เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568 ทางมูลนิธิได้รณรงค์เพื่อระดมทุนสร้างโรงเรียนฟาฏอนีแห่งกาซ่า โดยได้รับความร่วมมือจากพี่น้องอย่างล้นหลาม จนสามารถระดมเงินบริจาคจำนวน 5 ล้านบาทครบตามเป้าที่กำหนด เพื่อเป็นงบก่อสร้างอาคารเรียนจำนวน 10 ห้อง รองรับนักเรียนได้ 300 คน

บัดนี้ มูลนิธิเรือนร่างเดียวกันได้รับรายงานจากฝ่ายรับผิดชอบในพื้นที่ว่า การก่อสร้างโรงเรียนได้สำเร็จลุล่วงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้เปิดรับนักเรียนเข้าเรียนอย่างเป็นทางการตามแผนทุกประการ โดยได้จัดพิธีเปิดโรงเรียนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568

وجزاك الله خيرا

والحمد لله رب العالمين


ทีมข่าวต่างประเทศ

#4UGAZA 12th

มูลนิธิเรือนร่างเดียวกันมอบเงินช่วยเหลือกาซ่ารอบที่ 12 จำนวน 4.1 ล้านบาท

4 มิถุนายน 2568

10.00 น.

ผศ.มัสลัน มาหะมะ ประธานมูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน กล่าวว่า : “ จากการที่มูลนิธิเรือนร่างเดียวกันจับมือ 39 องค์กรในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้จัดงาน #4UGAZA@MENARA ภายใต้สโลแกน Goncang Menara เมื่อ 31 พฤษภาคม 2568 โดยในเบื้องต้นได้จัดสรรให้ความช่วยเหลือแก่ 3 องค์กรที่ทำงานในพื้นที่ จำนวน 4,100,000 บาทได้แก่

1) International Education Scientific and Cultural Organization (iESCO) จำนวน 2,800,000 บาท (รอบที่ 3) เพื่อสมทบโครงการสร้างโรงเรียนฟาฏอนีแห่งกาซ่า โดยมี Mr. Ayman Hussein CEO,iESCO เป็นผู้รับมอบ ซึ่งบัดนี้ได้ส่งมอบครบ 5 ล้านบาทตามที่ได้ตกลงระหว่างสองฝ่ายแล้ว

2) Salam for Humanity จำนวน 650,000 บาท เพื่อสมทบโครงการกุรบาน 1446 ฮิจเราะห์ศักราช และอาหารถุงยังชีพ โดยมี Mr. Bilal A.K. Alhamadin ผู้อำนวยการสำนักงาน ฯ เป็นผู้รับมอบ

(3) Al-Quds Foundation-Malaysia จำนวน 650,000 บาท เพื่อสมทบโครงการกุรบาน 1446 ฮิจเราะห์ศักราช และอาหารถุงยังชีพ โดยมี Dr. Sharif Abu Shammalah ประธานมูลนิธิ ฯเป็นผู้รับมอบ” ประธานมูลนิธิเรือนร่างเดียวกันกล่าวเพิ่มเติม

‎تقبل الله صالح أعمالنا وجزاكم الله خيرا


ทีมข่าวต่างประเทศ

#4UGAZA 11th

17 พฤษภาคม 2568

นายซาฟีอี เจ๊ะเลาะ ประธานกกอ.นราธิวาส กล่าวว่า “ช่วงเดือนรอมฎอน 1446 ที่ผ่านมา ตนได้ทำหนังสือไปยังอีมามทั่วจังหวัดนราธิวาส จำนวน 692 ท่าน เพื่อขอความร่วมมือให้แต่ละมัสยิดระดมให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชาวกาซ่าที่กำลังเดือดร้อน ซึ่งได้รับการตอบรับจากชาวนราธิวาสอย่างล้นหลาม โดยสามารถรวบรวมเงินบริจาคทั้งสิ้น 1,755,000 บาท จึงขอถือโอกาสนี้ขอบคุณบรรดาอีมาม คณะกรรมการมัสยิดและชาวนราธิวาสทุกท่านที่ให้ความสำคัญกับโครงการเพื่อมนุษยธรรมครั้งนี้ Jazakumullah Khairan”

ผศ.มัสลัน มาหะมะ ประธานมูลนิธิเรือนร่างเดียวกันกล่าวว่า โครงการ “รอมฎอนนี้เพื่อชาวกาซ่า” ที่ดำริโดย นายซาฟีอี เจ๊ะเลาะ ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส ถือว่าได้รับการตอบรับจากประชาชนชาวนราธิวาสอย่างดี ถือเป็นการส่งกำลังใจให้พี่น้องที่กำลังประสบภัยสงครามที่รุนแรง รวมทั้งสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกฝ่ายลุกขึ้นร่วมมือปฏิบัติภารกิจด้านมนุษยธรรมระดับนานาชาติครั้งนี้ ซึ่งมูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน ได้สมทบในโครงการนี้อีกจำนวน 827,520 บาท ทำให้สามารถระดมเงินช่วยเหลือครั้งนี้จำนวน 2,582,520 บาท

“เงินสมทบจำนวนนี้ เราได้จัดสรรให้ความช่วยเหลือแก่ 3 องค์กรที่ทำงานในพื้นที่ ได้แก่

1) International Education Scientific and Cultural Organization (iESCO) จำนวน 1,030,000 บาท เพื่อสมทบโครงการสร้างโรงเรียนฟาฏอนีแห่งกาซ่า โดยมี Mr. Ayman Hussein CEO,iESCO เป็นผู้รับมอบ 

2) Salam for Humanity จำนวน 776,260 บาท เพื่อสมทบโครงการกุรบาน 1446 และอาหารถุงยังชีพ โดยมี Mr. Bilal A.K. Alhamadin ผู้อำนวยการสำนักงาน ฯ เป็นผู้รับมอบ

(3) Al-Quds Foundation-Malaysia จำนวน 776,260 บาท เพื่อสมทบโครงการกุรบาน 1446 และอาหารถุงยังชีพ โดยมี Dr. Sharif Abu Shammalah ประธานมูลนิธิ ฯเ ป็นผู้รับมอบ” ประธานมูลนิธิเรือนร่างเดียวกันกล่าวเพิ่มเติม

“หลังเหตุการณ์พายุแกร่งแห่งอักศอ (ฏูฟาน อักศอ) เมื่อ 7 ตุลาคม 2566 ชาวกาซ่าได้รับผลกระทบด้านมนุษยธรรมครั้งรุนแรงที่สุด มูลนิธิเรือนร่างเดียวกันได้เป็นสื่อกลางยื่นมือให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนมาแล้ว 10 ครั้งรวมครั้งนี้เป็นครั้งที่ 11 โดยสามารถระดมความช่วยเหลือจากพี่น้องชาวไทยรวม 15,522,108 บาท” ประธานมูลนิธิเรือนร่างด้านเดียวกันกล่าวเพิ่มเติม


โดยทีมข่าวต่างประเทศ

#4UGAZA 10th

วันที่ 22 เมษายน 2568

ผศ.มัสลัน มาหะมะ ประธานมูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน พร้อมด้วยนายเมธา เมฆารัฐ รองประธานมูลนิธิฯ ดร.ไพศาล อาแซ เลขานุการ นายอัสอารีย์ เจะเลาะ นายทะเบียน และนายอูซามะห์ มาหะมะ เจ้าหน้าที่ธุรการ ได้เดินทางไปยังกรุงกัวลาลัมเปอร์ เพื่อส่งมอบความช่วยเหลือสร้างโรงเรียนฟาฏอนีแห่งกาซ่า (รอบแรก) จำนวน 1,200,000 บาท โดยมี Mr. Ayman Hussein  ในฐานะ CEO, International Education Scientific and Cultural Organization (IESCO) เป็นผู้รับมอบและผู้รับผิดชอบโครงการ

Mr. Ayman Hussein กล่าวขอบคุณมายังพี่น้องชาวไทยทั่วประเทศที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาที่กาช่า และยืนยันจะดำเนินโครงการสร้างโรงเรียนฟาฏอนีแห่งกาซ่าให้สำเร็จสมกับความตั้งใจของชาวไทยทั่วประเทศ

คณะมูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน ได้เดินทางต่อไปยังกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อมอบความช่วยเหลือให้แก่เด็กกำพร้าชาวกาซ่า ผ่านมูนิธิ HAYAT YOLU จำนวนเงิน 1,300,000 บาท โดยมี Mr. Mohamad Rami ผู้อำนวยการภาคเอเชียตะวันออก HAYAT YOLU และคณะให้การต้อนรับ และรับมอบในวันที่ 23 เมษายน 2568 ณ สำนักงานใหญ่ที่กรุงจาการ์ตา

ผศ. มัสลัน มาหะมะ กล่าวว่า เงินสมทบครั้งนี้เป็นการช่วยเหลือเด็กกำพร้าชาวกาซ่าจำนวน 160 ราย ภายในระยะเวลา 12 เดือน โดยส่วนหนึ่งของงบประมาณนี้ได้รับการสมทบจากสภาความร่วมมือองค์กรสตรีมุสลิมเพื่อสันติภาพ (สอส.) จำนวน 593,500 บาท โดยมีผศ. ซอลีฮะห์ หะยีสะมะแอและคณะเป็นผู้มอบ

หลังเหตุการณ์พายุแกร่งแห่งอักศอ (ฏูฟานอักศอ) วันที่ 7 ตุลาคม 2566 มูลนิธิเรือนร่างเดียวกันได้มอบเงินบริจาคเพื่อให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชาวกาซ่าไปแล้ว 8 ครั้ง ซึ่งได้ดำเนินกิจกรรมด้านต่าง ๆ จำนวน 10 โครงการ ผ่านองค์กรในภาคสนามจำนวน 3 องค์กรหลักโดยใช้งบประมาณจำนวนทั้งสิ้น 9,739,588 บาท  และในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568 ได้จัดงาน #4UGAZA ที่อาเซี่ยนมอลล์ปัตตานี โดยได้รับเงินบริจาคจำนวน 5,710,740 บาท (ข้อมูล ณ วันที่ 13 เมษายน 2568 )

พี่น้องสามารถส่งมอบความข่วยเหลือแก่พี่น้องกาซ่าได้อย่างต่อเนื่อง ผ่านโอนเข้าบัญชี

ธนาคารอิสลาม

054-1-25763-3

กองทุนเรือนร่างเดียวกันเพื่อมนุษยธรรม

ธนาคารกสิกรไทย

172-3-89822-2

มูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน


ทีมข่าวต่างประเทศ

#4UGAZA 9th [2]

#4UGAZA 9th [2]

Iftar Ramadan 1446

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2568 ผศ. มัสลัน มาหะมะ ประธานมูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน พร้อมด้วยทีมงานมูลนิธิ ฯ ได้มอบความช่วยเหลือเพื่อโครงการ Iftar Ramadan 1446 ที่ GAZA ผ่านองค์กรที่ 2 ที่ร่วมจัดโครงการ Iftar Ramadan 1446 คือมูลนิธิ Ghirass ซึ่งได้จัดโครงการนี้ที่เบตฮานูน ทางภาคเหนือกาซ่า ใกล้กับค่ายทหารผู้บุกรุกเพียง 2-3 กม. เท่านั้น โครงการได้จัดขึ้นในวันพฤหัสที่ 13 รอมฎอน 1446 ก่อนพื้นที่แห่งนี้โดนถล่มอีกครั้งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ครอบครัวอาสาสมัครของมูลนิธิเรือนร่างเดียวกันทั้ง 2 ท่านที่ปรากฏในคลิปโดนระเบิดเสียชีวิตหลายคน الله المستعان

มูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน ขอประกาศปิดรับบริจาคเพื่อโครงการ Iftar Ramadan ปีนี้ ส่วนโครงการ #สร้างโรงเรียนฟาฏอนีแห่งกาซ่า จะยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง

إن شاء الله

พี่น้องสามารถส่งมอบความข่วยเหลือแก่พี่น้องกาซ่าได้อย่างต่อเนื่อง ผ่านโอนเข้าบัญชี

ธนาคารอิสลาม

054-1-25763-3

กองทุนเรือนร่างเดียวกันเพื่อมนุษยธรรม

ธนาคารกสิกรไทย

172-3-89822-2

มูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน


ทีมข่าวต่างประเทศ

#4UGAZA 9th [1]

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2568 ผศ. มัสลัน มาหะมะ ประธานมูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน พร้อมด้วยกรรมการบริหารมูลนิธิ ฯ ได้มอบความช่วยเหลือเพื่อโครงการ Iftar Ramadan 1446 ที่ GAZA ผ่านมูลนิธิอัลกุดส์- มาเลเซียโดยมีดร. ชารีฟ อบูชะมาละฮ์ ประธานมูลนิธิฯ เป็นผู้รับมอบจำนวน 350,000 บาท

ประธานมูลนิธิอัลกุดส์ – มาเลเซีย ได้รายงานว่าทีมงานมูลนิธิฯ ในพื้นที่ได้จัดโครงการละศีลอดแก่พี่น้องกาซ่า ที่อยู่ในเขตซัยตูน บริเวณมัสยิดหะซัน อัลบันนา ระหว่างวันที่ 16,18 และ 20 มีนาคม 2568 โดยสามารถเลี้ยงอาหารละศีลอดให้แก่พี่น้องจำนวน 4,500 คน

#การบริจาคของพี่น้องได้เข้าถึงในพื้นที่เป้าหมายแล้ว

พี่น้องสามารถส่งมอบความข่วยเหลือแก่พี่น้องกาซ่าได้อย่างต่อเนื่อง ผ่านโอนเข้าบัญชี

ธนาคารอิสลาม

054-1-25763-3

กองทุนเรือนร่างเดียวกันเพื่อมนุษยธรรม

ธนาคารกสิกรไทย

172-3-89822-2

มูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน

تقبل الله منا ومنكم صالح الأعمال

وجزاكم الله خيرا


ทีมข่าวต่างประเทศ

อธิการ มฟน. เข้าร่วมประชุมนานาชาติ ณ มหานครมักกะฮ์

สันนิบาตมุสลิมโลก (MWL) จัดการประชุมนานาชาติครั้งที่ 2 ภายใต้หัวข้อ

((بناء الجسور بين المذاهب الإسلامية))

“การสร้างสะพานเชื่อมระหว่างสำนักคิดอิสลาม: สู่ความร่วมมือของชาวมุสลิมที่มีประสิทธิภาพ” ที่มหานครมักกะฮ์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ในวันที่ 6 – 7 มีนาคม 2568 โดยมีนักวิชาการมุสลิมทั่วโลกกว่า 100 คน เข้าร่วม โดยในจำนวนนี้ รศ. ดร. อิสมาอีลลุตฟี จะปะกิยา อธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาฏอนีในฐานะสมาชิกก่อตั้งสันนิบาตมุสลิมโลก จากประเทศไทยได้รับเกียรติให้เข้าร่วมประชุมนานาชาติครั้งนี้ด้วย

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้การอุปถัมภ์ของกษัตริย์ซัลมาน บิน อับดุลอาซิซ อัล ซาอุด ผู้ถวายบริการสองมัสยิดอันทรงเกียรติ  ที่มหานครมักกะฮ์มักกะฮ์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ระหว่างวันที่ 6 – 7 มีนาคม 2568

1. เป้าหมายของการประชุม

 • ส่งเสริมความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างมัซฮับสำนักคิดต่าง ๆ ในอิสลาม

 • ย้ำถึงบทบาทของนักวิชาการอิสลามในการเสริมสร้างเอกภาพ

 • ประสานจุดยืนเพื่อตอบสนองต่อความท้าทายร่วมกัน

 • เน้นบทบาทของซาอุดีอาระเบียในการสร้างความสามัคคีของโลกมุสลิม

2. หัวข้อหลักของการประชุม

 • หลักการของ “ฟิกฮ์แห่งความแตกต่าง”: อธิบายหลักจริยธรรมและแนวทางการจัดการความเห็นต่างในอิสลาม

 • พื้นฐานของความเป็นเอกภาพอิสลาม: การสร้างจุดร่วมทางความเชื่อและกฎหมายศาสนา

 • แนวทางปฏิบัติร่วมกันระหว่างมัซฮับและสำนักคิดต่าง ๆ : พัฒนาความร่วมมือในทางปฏิบัติ

 • ปัญหาของประชาชาติมุสลิม: เช่น ปัญหาปาเลสไตน์, ซีเรีย, ซูดาน และสถานการณ์ของชนกลุ่มน้อยมุสลิม

 • พัฒนาการของ “การเสวนาระหว่างมัซฮับอิสลาม”: ความคืบหน้าของโครงการส่งเสริมความเข้าใจระหว่างมัซฮับและสำนักคิดต่าง ๆ

 3. ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

 • เปิดตัวแผนปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างมัซฮับ

 • ก่อตั้ง “คณะกรรมการประสานงานระหว่างมัซฮับอิสลาม”

 • จัดทำสารานุกรม “แนวคิดร่วมของอิสลาม” เพื่อแสดงจุดร่วมของทุกมัซฮับ

 • มอบรางวัลสำหรับผู้ที่มีส่วนช่วยส่งเสริมเอกภาพของมุสลิม

ขอบคุณเนื้อหาข่าว และ รูปภาพ : FB : Muhammad Ibnu Abdullah Assomadee 


ทีมข่าว theustaz.com

จุฬาราชมนตรีพร้อมอธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาฏอนีและคณะร่วมสัมมนานานาชาติที่กรุงบาห์เรน

ในคำให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวบาห์เรน (BNA) ดร.อิสมาอีลลุตฟี ระบุว่าการประชุมครั้งนี้จัดขึ้นโดยมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัรและสภาสูงเพื่อกิจการอิสลามแห่งราชอาณาจักรบาห์เรน ถือเป็นก้าวสำคัญที่รวบรวมนักวิชาการ ผู้นำศาสนา และนักคิดมุสลิม เพื่อเสริมสร้างความเป็นเอกภาพของประชาชาติมุสลิม ตอกย้ำจุดร่วม และร่วมกันเผชิญความท้าทายต่างๆ

ดร.อิสมาอีลลุตฟี กล่าวเพิ่มเติมว่า นักวิชาการมุสลิมได้พยายามอย่างต่อเนื่องในการส่งเสริมเอกภาพของประชาชาติมุสลิมผ่านยุคสมัยต่างๆ ด้วยการขจัดความแตกแยกและความขัดแย้ง ในส่วนนี้ ท่านกล่าวถึงหนังสือ (أمة واحدة)“ประชาชาติหนึ่งเดียว” ที่ท่านได้ประพันธ์ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงศาสนาและกิจการอิสลามของประเทศคูเวต ซึ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญของวัฒนธรรมอิสลาม ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และการยอมรับความแตกต่างในสังคม เพื่อส่งเสริมความเข้าใจและลดความขัดแย้ง

นอกจากนี้ ดร.อิสมาอีลลุตฟี ยังแสดงความขอบคุณต่อสมเด็จพระราชาธิบดีฮาหมัด บิน อีซา อัลคอลีฟะฮ์ แห่งบาห์เรน ที่ทรงให้การสนับสนุนและเป็นเจ้าภาพการประชุมครั้งนี้ พร้อมยืนยันว่าราชอาณาจักรบาห์เรนเป็นศูนย์กลางของการประชุมและกิจกรรมที่ส่งเสริมสันติภาพ ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และความสามัคคีทั้งในระดับศาสนาและมนุษยธรรม

ที่มาข่าว : A Fattah Lutfy Japakiya  & bnanewsen


โดยทีมข่าว theustaz