สานต่อความหวัง: ดูแลเด็กกำพร้ากาซ่าต่อเนื่อง 12 เดือน

ความสำเร็จในครั้งนี้ -หลังจากได้รับเตาฟิกจากอัลลอฮ์ – เกิดจากการรวมพลังของเครือข่ายภาคี โดยงบประมาณส่วนหนึ่งจำนวน 593,500 บาท ได้รับการสมทบทุนจาก สภาความร่วมมือองค์กรสตรีมุสลิมเพื่อสันติภาพ (สอส.) ซึ่งนำโดย ผศ. ซอลีฮะห์ หะยีสะมะแอ

การส่งมอบความช่วยเหลือในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในเชิงวัตถุเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความห่วงใยและสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นจากพี่น้องชาวไทยที่ส่งผ่านไปยังชาวกาซ่า ภายใต้หลักการ “เรือนร่างเดียวกัน” ที่จะไม่ทอดทิ้งกันในยามวิกฤต


บริจาคอย่างต่อเนื่องได้ที่

ธนาคารอิสลาม

054-1-30696-0

ชื่อบัญชี : กองทุนกาซ่าเพื่อเด็กกำพร้า

ทีมข่าว theustaz.com

ภารกิจอธิการบดีมฟน. ณ กรุงริยาด ซาอุดีอาระเบีย

มหาวิทยาลัยฟาฏอนีขอแสดงความยินดีอย่างยิ่ง เนื่องในโอกาสที่ อธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาฏอนี ได้รับเกียรติสูงสุดให้ร่วมปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในการคัดเลือกผู้สมควรได้รับ “รางวัลกษัตริย์ไฟศ็อล (King Faisal Prize)” ประจำปี ค.ศ. 2026 ซึ่งเป็นรางวัลระดับนานาชาติอันทรงเกียรติ และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในแวดวงวิชาการและสังคมมุสลิมทั่วโลก

การประชุมคณะกรรมการคัดเลือกครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้กรอบ รางวัลกษัตริย์ไฟศ็อล ครั้งที่ 48 โดยมี สมเด็จพระราชกุมาร ตุรกี บิน ไฟศ็อล ประธานคณะกรรมการบริหารศูนย์กษัตริย์ไฟศ็อลเพื่อการวิจัยและการศึกษาอิสลาม ทรงเป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาคัดเลือกผู้ได้รับรางวัล สาขาบริการอิสลาม ประจำปี ค.ศ. 2026

การพิจารณาดังกล่าวมีนักวิชาการ ผู้นำศาสนา และผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายประเทศเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง โดยยึดหลักเกณฑ์ทางวิชาการที่เข้มงวด โปร่งใส และรอบคอบ เพื่อคัดเลือกบุคคลหรือสถาบันที่มีผลงานโดดเด่น สร้างคุณูปการอย่างเป็นรูปธรรมต่ออิสลาม มุสลิม และสังคมมนุษยชาติ

การได้รับความไว้วางใจให้ร่วมทำหน้าที่ในคณะกรรมการคัดเลือกระดับนานาชาติครั้งนี้ สะท้อนถึง ความเชื่อมั่นในบทบาททางวิชาการ ความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ด้านการศึกษาอิสลามของอธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาฏอนี อีกทั้งยังเป็นการยกระดับภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยฟาฏอนีในเวทีโลก และตอกย้ำบทบาทของสถาบันการศึกษาอิสลามจากประเทศไทยในการมีส่วนร่วมส่งเสริมคุณค่าทางวิชาการ จริยธรรม และการรับใช้อิสลามและมนุษยชาติ

ทั้งนี้ รางวัลกษัตริย์ไฟศ็อล ประจำปี ค.ศ. 2026 จะมีการประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัลครบทั้ง 5 สาขา ได้แก่

บริการอิสลาม

การศึกษาอิสลาม

ภาษาอาหรับและวรรณกรรม

การแพทย์

วิทยาศาสตร์

ในพิธีประกาศผลซึ่งจะจัดขึ้น ณ หอประชุมเจ้าชายสุลต่านใหญ่ ศูนย์อัลไฟศอลียะฮ์ กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยจะมีนักวิชาการ ปัญญาชน และสื่อมวลชนจากนานาประเทศเข้าร่วม พร้อมถ่ายทอดสดผ่านเว็บไซต์ทางการและแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ของรางวัลกษัตริย์ไฟศ็อล

ศูนย์กษัตริย์ไฟศ็อลเพื่อการวิจัยและการศึกษาอิสลาม ได้ประกาศผลผู้ได้รับ รางวัลกษัตริย์ไฟศ็อล (King Faisal Prize) ประจำปี ค.ศ. 2026 อย่างเป็นทางการ ครบทั้ง 5 สาขา ภายใต้การอุปถัมภ์ของ เจ้าชายตุรกี อัลไฟศ็อล ประธานคณะกรรมการบริหารศูนย์กษัตริย์ไฟศ็อลฯ

ดร.อับดุลอะซีซ อัสสุบัยย์ เลขาธิการรางวัลกษัตริย์ไฟศ็อล เปิดเผยว่า คณะกรรมการคัดเลือกในแต่ละสาขาได้จัดการประชุมอย่างต่อเนื่อง พิจารณาผลงานที่ได้รับการเสนอชื่ออย่างรอบคอบ พร้อมศึกษารายงานจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้ประเมินอิสระ ก่อนมีมติเอกฉันท์มอบรางวัลแก่ผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและสร้างคุณูปการอย่างโดดเด่นในแต่ละสาขา

🔹 สาขาที่ 1 : บริการอิสลาม

คณะกรรมการมีมติมอบรางวัล ร่วมกัน แก่

เชคอับดุลลาฏีฟ บิน อะห์มัด อัลเฟาซาน (ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย)

ศาสตราจารย์ ดร.มุฮัมมัด มุฮัมมัด อบูมูซา (สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์)

เชคอับดุลลาฏีฟ อัลเฟาซาน ได้รับการยกย่องจากบทบาทด้านการกุศลเชิงระบบ โดยเฉพาะการก่อตั้ง “วะกัฟอัจวาด” เพื่อขับเคลื่อนโครงการมนุษยธรรม การสร้างมัสยิด ศูนย์อิสลาม โรงเรียน บ่อน้ำ และที่พักนักศึกษาในหลายประเทศ ตลอดจนการจัดตั้งศูนย์สำหรับสตรี เด็ก และผู้มีความต้องการพิเศษ รวมถึงการก่อตั้งรางวัลสถาปัตยกรรมมัสยิดระดับโลก และสารานุกรมดิจิทัลด้านสถาปัตยกรรมมัสยิด

ขณะที่ ศาสตราจารย์ ดร.มุฮัมมัด อบูมูซา ได้รับรางวัลจากผลงานทางวิชาการด้านภาษาอาหรับและวาทศิลป์ โดยเฉพาะการอธิบายความอัศจรรย์ของอัลกุรอาน การประพันธ์หนังสือมากกว่า 30 เล่ม การเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งคณะนักปราชญ์อัลอัซฮัร และการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เยาวชนมุสลิมอย่างต่อเนื่อง

🔹 สาขาที่ 2 : การศึกษาอิสลาม

หัวข้อ “เส้นทางการค้าในโลกอิสลาม”

มอบรางวัล ร่วมกัน แก่

ศาสตราจารย์ ดร.อับดุลฮะมีด ฮุเซน ฮะมูดะฮ์ (อียิปต์)

ศาสตราจารย์ ดร.มุฮัมมัด วะฮีบ ฮุเซน (จอร์แดน)

ทั้งสองท่านได้รับการยกย่องจากผลงานวิจัยเชิงลึกด้านเส้นทางการค้าทางบกและทางทะเลในโลกอิสลาม ที่ผสานองค์ความรู้ทางประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และโบราณคดี ควบคู่การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นระบบ

🔹 สาขาที่ 3 : ภาษาอาหรับและวรรณกรรม

มอบรางวัลแก่ ศาสตราจารย์ ปีแยร์ ลาร์เชต์ (ฝรั่งเศส) จากผลงานด้านการแปลและวิเคราะห์วรรณกรรมอาหรับคลาสสิกเป็นภาษาฝรั่งเศส ด้วยระเบียบวิธีทางวิชาการที่มีคุณภาพและได้รับการยอมรับในระดับสากล

🔹 สาขาที่ 4 : การแพทย์

มอบรางวัลแก่ ศาสตราจารย์ สเว็ตลานา มอยซอฟ (สหรัฐอเมริกา) จากการค้นพบเปปไทด์ GLP-1 ซึ่งนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมการรักษาโรคเบาหวานและโรคอ้วน สร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างยิ่งต่อวงการแพทย์โลก

🔹 สาขาที่ 5 : วิทยาศาสตร์

หัวข้อ “คณิตศาสตร์”

มอบรางวัลแก่ ศาสตราจารย์ คาร์ลอส เคอนิก (สหรัฐอเมริกา) จากผลงานการวิเคราะห์ทางคณิตศาสตร์ขั้นสูง ที่ช่วยยกระดับความเข้าใจสมการเชิงอนุพันธ์ไม่เชิงเส้น และเปิดมิติใหม่ของการประยุกต์ใช้ทางวิทยาศาสตร์

ในโอกาสนี้ สำนักงานเลขาธิการรางวัลกษัตริย์ไฟศ็อล ขอแสดงความยินดีอย่างยิ่งแก่ผู้ได้รับรางวัลทุกท่าน พร้อมขอบคุณคณะกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ประเมินผลงาน ตลอดจนสถาบันการศึกษา องค์กรวิชาการ และสื่อมวลชน ที่มีส่วนร่วมสนับสนุนและเผยแพร่คุณค่าของรางวัลอันทรงเกียรตินี้สู่สังคมโลก

พิธีดังกล่าวมี รองศาสตราจารย์ ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา อธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาฏอนี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ดร.ตัรมีซี วาเเตลี ผู้อำนวยการศูนย์อัลวะสะฏียะฮ์ และหัวหน้าสาขาอัลกุรอานและซุนนะฮ์ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี ในฐานะประธานการดำเนินงาน โดยมีที่ปรึกษาอธิการบดี ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ และแขกผู้มีเกียรติจากหลากหลายสถาบันเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน

การมอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อ ยกย่องและเชิดชูเกียรติผลงานอันโดดเด่นของศาสตราจารย์ ดร.อับดุลลอฮฺ อัลมุฏลัก ในฐานะนักวิชาการด้านกฎหมายอิสลามระดับนานาชาติ ผู้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาองค์ความรู้ทางวิชาการ การเผยแผ่อิสลาม ตลอดจนการสนับสนุนกิจการด้านวิชาการของมหาวิทยาลัยฟาฏอนีอย่างต่อเนื่องและยาวนาน

พิธีดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยฟาฏอนีกับนักวิชาการและสถาบันชั้นนำในโลกมุสลิม สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยฟาฏอนีในเวทีการศึกษาระดับนานาชาติ และเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการศึกษาศาสนาอิสลามอย่างยั่งยืน

การเข้าพบในครั้งนี้เป็นไปด้วยบรรยากาศแห่งมิตรภาพ ความเคารพ และความร่วมมือทางวิชาการ โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาการศึกษาอิสลามในระดับอุดมศึกษา การส่งเสริมงานวิจัยเชิงวิชาการ ตลอดจนแนวทางการสร้างความร่วมมือระหว่างสถาบันในระดับนานาชาติ อาทิ การแลกเปลี่ยนนักศึกษาและคณาจารย์ การพัฒนาหลักสูตรร่วม และการจัดกิจกรรมทางวิชาการที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมมุสลิมในภูมิภาคต่าง ๆ ของโลก

ในโอกาสนี้ อธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาฏอนีได้แสดงความขอบคุณต่อการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากผู้บริหารมหาวิทยาลัยอิหม่ามมุฮัมมัด บิน ซะอูด อิสลามียะฮ์ พร้อมย้ำถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยฟาฏอนีในการยกระดับคุณภาพการศึกษาอิสลาม ควบคู่กับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำของโลกอิสลาม เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจด้านวิชาการ การเผยแผ่ศาสนา และการรับใช้สังคมอย่างยั่งยืน

การเยี่ยมคารวะและการหารือครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองสถาบัน และเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาความร่วมมือทางวิชาการอย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต

การเข้าพบเป็นไปในบรรยากาศแห่งความร่วมมือ โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือแนวทางการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการศึกษาและการพัฒนา เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการดำเนินงานเพื่อสังคมในระดับนานาชาติ

ในโอกาสนี้ อธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาฏอนีได้แนะนำบทบาทและพันธกิจของมหาวิทยาลัยในการจัดการศึกษาอิสลามควบคู่กับศาสตร์สมัยใหม่ พร้อมย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อการพัฒนาเยาวชนและการรับใช้สังคมอย่างยั่งยืน

การพบปะครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัยฟาฏอนีและองค์การยุวมุสลิมโลก และเป็นพื้นฐานสู่ความร่วมมือทางวิชาการในอนาคต

การเยี่ยมชมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเรียนรู้แนวทางการดำเนินงานด้านมนุษยธรรม การบรรเทาทุกข์ และการพัฒนาสังคมในระดับนานาชาติ พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาทของสถาบันการศึกษาในการสนับสนุนงานด้านมนุษยธรรม รวมถึงแนวทางความร่วมมือทางวิชาการและกิจกรรมเพื่อสังคมในอนาคต

การพบปะดังกล่าวนับเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัยฟาฏอนีกับองค์กรด้านมนุษยธรรมระดับนานาชาติ เพื่อการบูรณาการองค์ความรู้กับการรับใช้สังคมอย่างยั่งยืน


ที่มาข่าว : Fatoni University มหาวิทยาลัยฟาฏอนี 

https://www.facebook.com/FTUofficial?locale=th_TH

โดยทีมข่าว Theustaz.com

มูลนิธิเรือนร่างเดียวกันร่วมอบมรมเชิงปฏิบัติการระดับนานาชาติ ณ จาการ์ตา

การอบรมในครั้งนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างผู้นำในงานอาสาสมัครและองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรโดยเฉพาะ แบ่งออกเป็น 3 หัวข้อหลัก

หัวข้อที่ 1: การบริหารจัดการการระดมทุน (Fundraising Management)

หัวข้อที่ 2: การจัดการความเป็นผู้นำ (Leadership Management)

หัวข้อที่ 3: การบริหารจัดการโครงการ (Project Management)

โดยได้รับเกียรติจาก Shariq A. Siddiqui, JD PH.D ผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านวิชาการกุศลและผู้อำนวยการ Muslim Philanthropy Initiative จาก Indiana University USA มาเป็นวิทยากรหลักในการถ่ายทอดประสบการณ์

สิทธิประโยชน์ที่ผู้เข้าร่วมอมรมจะได้รับสิทธิพิเศษจากการอบรมครั้งนี้

  1. ประกาศนียบัตร รับรองโดย Indiana University สหรัฐอเมริกา
  2. ทุนการศึกษา สิทธิ์ในการสมัครรับทุนการศึกษาลดหย่อนค่าเล่าเรียนสูงสุด 50% จาก Indiana University

ทีมข่าว theustaz.com

รายงานความช่วยเหลือจากคนในพื้นที่ (2)

วันดำเนินการ 6 พฤศจิกายน 2568

จำนวนครอบครัวที่ได้รับประโยชน์ : 1,000 ครอบครัว

ส่วนประกอบของถุงยังชีพ : ข้าว – น้ำตาล – เกลือ – ถั่ว – เส้นพาสต้า 800 กรัม – น้ำมันพืช – กระป๋องถั่ว – กระป๋องเนื้อ – กระป๋องซอสงาบด- กระป๋องเนย – กระป๋องข้าวโพด

Dr. Sharif Abushamala ประธานมูลนิธิอัลกุดส์ ได้กล่าวรายงานผลการดำเนินงานในส่วนที่ 3 ว่า

“ด้วยการบริจาคของชาวมือบนชาวไทย ผ่านมูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน (หลังจากการได้รับอนุมัติจากอัลลอฮ์) เราได้ดำเนินการโครงการ “การแจกจ่ายถุงยังชีพแก่ครอบครัวผู้พลัดถิ่นและผู้ได้รับผลกระทบจากสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” ในเขตฉนวนกาซาและฉนวนกาซาเหนือ โดยมีผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ 1,000 ครอบครัว หรือประมาณ 7,000 – 8,000 คน”

“ถุงยังชีพแต่ละถุงประกอบด้วยอาหารสำคัญสำหรับครอบครัวชาวปาเลสไตน์ เช่น ข้าว น้ำตาล น้ำมันพืช เนย เนื้อกระป๋อง ถั่ว เส้นพาสต้า กระป๋องถั่ว ซอสงา ชีส และเกลือ ซึ่งแต่ละครอบครัวที่มีสมาชิก 5-8 คน สามารถบริโภคได้ 10-14 วัน ”

“โครงการนี้เกิดขึ้นในระยะเวลาการฟื้นฟูจากผลกระทบของสงครามที่ส่งผลต่อวิถีชีวิตของประชาชนทุกด้านในฉนวนกาซา ในนามของพี่น้องของเราในฉนวนกาซา เราขอขอบคุณและชื่นชมทุกท่านที่ได้บริจาคและร่วมมือกับเรา และเราจะพูดเหมือนที่ท่านศาสดาของเราสอนเราว่า ขอให้อัลลอฮ์ตอบแทนคุณด้วยความดีงาม”

มูลนิธิเรือนร่างเดียวกันได้มอบเงินความช่วยเหลือแก่มูลนิธิอัลกุดส์จัดโครงการเร่งด่วนแก่ชาวกาซ่าจำนวนเงินทั้งสิ้น 3,000,000 บาท ซึ่งมูลนิธิอัลกุดส์ได้จัดสรรงบประมาณจัดโครงการย่อย 3 โครงการ คือ 1) โครงการซื้อเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าที่โรงพยาบาลอัลวาฟา 2) โครงการซื้อน้ำดื่ม ซึ่งทั้งสองโครงการได้ดำเนินการแล้ว ( ดู รายงานความช่วยเหลือจากพื้นที่ (1) https://www.theustaz.com/?p=8200) 3) โครงการแจกถุงยังชีพ ซึ่งได้ดำเนินโครงการแล้วเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

الحمد لله الذي بنعمته تتم الصالحات


ทีมข่าว theustaz.com

เข้าร่วมเวิร์กช็อปฉุกเฉินที่จาการ์ตา

1 พฤศจิกายน 2568

วัตถุประสงค์ของเวิร์กชอปฉุกเฉินครั้งนี้ เพื่อตอบรับสถานการณ์ล่าสุดหลังการสิ้นสุดสงครามและการหยุดยิงในฉนวนกาซ่า โดยมีเนื้อเนื้อหาให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในกาซ่าในปัจจุบัน หารือและพัฒนากลไกความร่วมมือด้านมนุษยธรรมในการช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วน กับมูลนิธิที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ระดมกำลังและดำเนินโครงการช่วยเหลือเร่งด่วนก่อนสิ้นปี 2025 โดยเน้นที่การบรรเทาทุกข์ในพื้นที่วิกฤตที่ได้รับผลกระทบในกาซ่า

ผศ.มัสลัน มาหะมะ กล่าวว่า การประชุมเวิร์กชอปในครั้งนี้ นอกจากได้รับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในกาซ่าจากผู้ได้รับผลกระทบจริง ยังเปิดโอกาสในการสร้างเครือข่ายระดับนานาชาติและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับองค์กรระดับโลกที่ทำงานด้านมนุษยธรรมและพัฒนาสังคม โดยเฉพาะ การพบปะและปรึกษาหารืออย่างใกล้ชิดกับ Imam Qasim Rashid Ahmad ประธานมูลนิธิอัลค็อยร์  ( AL- Khair Foundation-AKF) และประธานกรรมการบริหาร IQRA TV โดย Imam Qasim ได้ส่งสัญญาณที่ดีในการสร้างความร่วมมือทวิภาคีกับมูนิธิเรือนร่างเดียวกันในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและพัฒนาสังคมในประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

เช่นเดียวกันกับการได้รับฟังข้อมูลและสถิติอันน่าทึ่งจาก Prof.Dr.Kamalain Shaath อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยอิสลามกาซ่า (2005-2015) ที่เล่าถึงความมุ่งมั่นและการยืนหยัดของชาวกาซ่าที่เป็นสังคมแห่งการแสวงหาความรู้ถึงแม้จะใช้ชีวิตในสถานการณ์ที่ยากลำบากและข้อจำกัดอันมากมายก็ตาม


ทีมข่าว theustaz.com

โรงเรียนฟาฏอนีแห่งกาซ่า ความฝันที่เป็นจริง

ประธานมูนิธิเรือนร่างเดียวกัน ผศ. มัสลัน มาหะมะ กล่าวว่าหลังจากได้ทำข้อตกลงร่วมกับ iESCO ในคราวจัดงาน #4UGAZA@AseanMall, Pattani เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568 ทางมูลนิธิได้รณรงค์เพื่อระดมทุนสร้างโรงเรียนฟาฏอนีแห่งกาซ่า โดยได้รับความร่วมมือจากพี่น้องอย่างล้นหลาม จนสามารถระดมเงินบริจาคจำนวน 5 ล้านบาทครบตามเป้าที่กำหนด เพื่อเป็นงบก่อสร้างอาคารเรียนจำนวน 10 ห้อง รองรับนักเรียนได้ 300 คน

บัดนี้ มูลนิธิเรือนร่างเดียวกันได้รับรายงานจากฝ่ายรับผิดชอบในพื้นที่ว่า การก่อสร้างโรงเรียนได้สำเร็จลุล่วงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้เปิดรับนักเรียนเข้าเรียนอย่างเป็นทางการตามแผนทุกประการ โดยได้จัดพิธีเปิดโรงเรียนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568

وجزاك الله خيرا

والحمد لله رب العالمين


ทีมข่าวต่างประเทศ

#4UGAZA 12th

มูลนิธิเรือนร่างเดียวกันมอบเงินช่วยเหลือกาซ่ารอบที่ 12 จำนวน 4.1 ล้านบาท

4 มิถุนายน 2568

10.00 น.

ผศ.มัสลัน มาหะมะ ประธานมูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน กล่าวว่า : “ จากการที่มูลนิธิเรือนร่างเดียวกันจับมือ 39 องค์กรในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้จัดงาน #4UGAZA@MENARA ภายใต้สโลแกน Goncang Menara เมื่อ 31 พฤษภาคม 2568 โดยในเบื้องต้นได้จัดสรรให้ความช่วยเหลือแก่ 3 องค์กรที่ทำงานในพื้นที่ จำนวน 4,100,000 บาทได้แก่

1) International Education Scientific and Cultural Organization (iESCO) จำนวน 2,800,000 บาท (รอบที่ 3) เพื่อสมทบโครงการสร้างโรงเรียนฟาฏอนีแห่งกาซ่า โดยมี Mr. Ayman Hussein CEO,iESCO เป็นผู้รับมอบ ซึ่งบัดนี้ได้ส่งมอบครบ 5 ล้านบาทตามที่ได้ตกลงระหว่างสองฝ่ายแล้ว

2) Salam for Humanity จำนวน 650,000 บาท เพื่อสมทบโครงการกุรบาน 1446 ฮิจเราะห์ศักราช และอาหารถุงยังชีพ โดยมี Mr. Bilal A.K. Alhamadin ผู้อำนวยการสำนักงาน ฯ เป็นผู้รับมอบ

(3) Al-Quds Foundation-Malaysia จำนวน 650,000 บาท เพื่อสมทบโครงการกุรบาน 1446 ฮิจเราะห์ศักราช และอาหารถุงยังชีพ โดยมี Dr. Sharif Abu Shammalah ประธานมูลนิธิ ฯเป็นผู้รับมอบ” ประธานมูลนิธิเรือนร่างเดียวกันกล่าวเพิ่มเติม

‎تقبل الله صالح أعمالنا وجزاكم الله خيرا


ทีมข่าวต่างประเทศ

#4UGAZA 11th

17 พฤษภาคม 2568

นายซาฟีอี เจ๊ะเลาะ ประธานกกอ.นราธิวาส กล่าวว่า “ช่วงเดือนรอมฎอน 1446 ที่ผ่านมา ตนได้ทำหนังสือไปยังอีมามทั่วจังหวัดนราธิวาส จำนวน 692 ท่าน เพื่อขอความร่วมมือให้แต่ละมัสยิดระดมให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชาวกาซ่าที่กำลังเดือดร้อน ซึ่งได้รับการตอบรับจากชาวนราธิวาสอย่างล้นหลาม โดยสามารถรวบรวมเงินบริจาคทั้งสิ้น 1,755,000 บาท จึงขอถือโอกาสนี้ขอบคุณบรรดาอีมาม คณะกรรมการมัสยิดและชาวนราธิวาสทุกท่านที่ให้ความสำคัญกับโครงการเพื่อมนุษยธรรมครั้งนี้ Jazakumullah Khairan”

ผศ.มัสลัน มาหะมะ ประธานมูลนิธิเรือนร่างเดียวกันกล่าวว่า โครงการ “รอมฎอนนี้เพื่อชาวกาซ่า” ที่ดำริโดย นายซาฟีอี เจ๊ะเลาะ ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส ถือว่าได้รับการตอบรับจากประชาชนชาวนราธิวาสอย่างดี ถือเป็นการส่งกำลังใจให้พี่น้องที่กำลังประสบภัยสงครามที่รุนแรง รวมทั้งสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกฝ่ายลุกขึ้นร่วมมือปฏิบัติภารกิจด้านมนุษยธรรมระดับนานาชาติครั้งนี้ ซึ่งมูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน ได้สมทบในโครงการนี้อีกจำนวน 827,520 บาท ทำให้สามารถระดมเงินช่วยเหลือครั้งนี้จำนวน 2,582,520 บาท

“เงินสมทบจำนวนนี้ เราได้จัดสรรให้ความช่วยเหลือแก่ 3 องค์กรที่ทำงานในพื้นที่ ได้แก่

1) International Education Scientific and Cultural Organization (iESCO) จำนวน 1,030,000 บาท เพื่อสมทบโครงการสร้างโรงเรียนฟาฏอนีแห่งกาซ่า โดยมี Mr. Ayman Hussein CEO,iESCO เป็นผู้รับมอบ 

2) Salam for Humanity จำนวน 776,260 บาท เพื่อสมทบโครงการกุรบาน 1446 และอาหารถุงยังชีพ โดยมี Mr. Bilal A.K. Alhamadin ผู้อำนวยการสำนักงาน ฯ เป็นผู้รับมอบ

(3) Al-Quds Foundation-Malaysia จำนวน 776,260 บาท เพื่อสมทบโครงการกุรบาน 1446 และอาหารถุงยังชีพ โดยมี Dr. Sharif Abu Shammalah ประธานมูลนิธิ ฯเ ป็นผู้รับมอบ” ประธานมูลนิธิเรือนร่างเดียวกันกล่าวเพิ่มเติม

“หลังเหตุการณ์พายุแกร่งแห่งอักศอ (ฏูฟาน อักศอ) เมื่อ 7 ตุลาคม 2566 ชาวกาซ่าได้รับผลกระทบด้านมนุษยธรรมครั้งรุนแรงที่สุด มูลนิธิเรือนร่างเดียวกันได้เป็นสื่อกลางยื่นมือให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนมาแล้ว 10 ครั้งรวมครั้งนี้เป็นครั้งที่ 11 โดยสามารถระดมความช่วยเหลือจากพี่น้องชาวไทยรวม 15,522,108 บาท” ประธานมูลนิธิเรือนร่างด้านเดียวกันกล่าวเพิ่มเติม


โดยทีมข่าวต่างประเทศ

#4UGAZA 10th

วันที่ 22 เมษายน 2568

ผศ.มัสลัน มาหะมะ ประธานมูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน พร้อมด้วยนายเมธา เมฆารัฐ รองประธานมูลนิธิฯ ดร.ไพศาล อาแซ เลขานุการ นายอัสอารีย์ เจะเลาะ นายทะเบียน และนายอูซามะห์ มาหะมะ เจ้าหน้าที่ธุรการ ได้เดินทางไปยังกรุงกัวลาลัมเปอร์ เพื่อส่งมอบความช่วยเหลือสร้างโรงเรียนฟาฏอนีแห่งกาซ่า (รอบแรก) จำนวน 1,200,000 บาท โดยมี Mr. Ayman Hussein  ในฐานะ CEO, International Education Scientific and Cultural Organization (IESCO) เป็นผู้รับมอบและผู้รับผิดชอบโครงการ

Mr. Ayman Hussein กล่าวขอบคุณมายังพี่น้องชาวไทยทั่วประเทศที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาที่กาช่า และยืนยันจะดำเนินโครงการสร้างโรงเรียนฟาฏอนีแห่งกาซ่าให้สำเร็จสมกับความตั้งใจของชาวไทยทั่วประเทศ

คณะมูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน ได้เดินทางต่อไปยังกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อมอบความช่วยเหลือให้แก่เด็กกำพร้าชาวกาซ่า ผ่านมูนิธิ HAYAT YOLU จำนวนเงิน 1,300,000 บาท โดยมี Mr. Mohamad Rami ผู้อำนวยการภาคเอเชียตะวันออก HAYAT YOLU และคณะให้การต้อนรับ และรับมอบในวันที่ 23 เมษายน 2568 ณ สำนักงานใหญ่ที่กรุงจาการ์ตา

ผศ. มัสลัน มาหะมะ กล่าวว่า เงินสมทบครั้งนี้เป็นการช่วยเหลือเด็กกำพร้าชาวกาซ่าจำนวน 160 ราย ภายในระยะเวลา 12 เดือน โดยส่วนหนึ่งของงบประมาณนี้ได้รับการสมทบจากสภาความร่วมมือองค์กรสตรีมุสลิมเพื่อสันติภาพ (สอส.) จำนวน 593,500 บาท โดยมีผศ. ซอลีฮะห์ หะยีสะมะแอและคณะเป็นผู้มอบ

หลังเหตุการณ์พายุแกร่งแห่งอักศอ (ฏูฟานอักศอ) วันที่ 7 ตุลาคม 2566 มูลนิธิเรือนร่างเดียวกันได้มอบเงินบริจาคเพื่อให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชาวกาซ่าไปแล้ว 8 ครั้ง ซึ่งได้ดำเนินกิจกรรมด้านต่าง ๆ จำนวน 10 โครงการ ผ่านองค์กรในภาคสนามจำนวน 3 องค์กรหลักโดยใช้งบประมาณจำนวนทั้งสิ้น 9,739,588 บาท  และในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568 ได้จัดงาน #4UGAZA ที่อาเซี่ยนมอลล์ปัตตานี โดยได้รับเงินบริจาคจำนวน 5,710,740 บาท (ข้อมูล ณ วันที่ 13 เมษายน 2568 )

พี่น้องสามารถส่งมอบความข่วยเหลือแก่พี่น้องกาซ่าได้อย่างต่อเนื่อง ผ่านโอนเข้าบัญชี

ธนาคารอิสลาม

054-1-25763-3

กองทุนเรือนร่างเดียวกันเพื่อมนุษยธรรม

ธนาคารกสิกรไทย

172-3-89822-2

มูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน


ทีมข่าวต่างประเทศ

#4UGAZA 9th [2]

#4UGAZA 9th [2]

Iftar Ramadan 1446

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2568 ผศ. มัสลัน มาหะมะ ประธานมูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน พร้อมด้วยทีมงานมูลนิธิ ฯ ได้มอบความช่วยเหลือเพื่อโครงการ Iftar Ramadan 1446 ที่ GAZA ผ่านองค์กรที่ 2 ที่ร่วมจัดโครงการ Iftar Ramadan 1446 คือมูลนิธิ Ghirass ซึ่งได้จัดโครงการนี้ที่เบตฮานูน ทางภาคเหนือกาซ่า ใกล้กับค่ายทหารผู้บุกรุกเพียง 2-3 กม. เท่านั้น โครงการได้จัดขึ้นในวันพฤหัสที่ 13 รอมฎอน 1446 ก่อนพื้นที่แห่งนี้โดนถล่มอีกครั้งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ครอบครัวอาสาสมัครของมูลนิธิเรือนร่างเดียวกันทั้ง 2 ท่านที่ปรากฏในคลิปโดนระเบิดเสียชีวิตหลายคน الله المستعان

มูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน ขอประกาศปิดรับบริจาคเพื่อโครงการ Iftar Ramadan ปีนี้ ส่วนโครงการ #สร้างโรงเรียนฟาฏอนีแห่งกาซ่า จะยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง

إن شاء الله

พี่น้องสามารถส่งมอบความข่วยเหลือแก่พี่น้องกาซ่าได้อย่างต่อเนื่อง ผ่านโอนเข้าบัญชี

ธนาคารอิสลาม

054-1-25763-3

กองทุนเรือนร่างเดียวกันเพื่อมนุษยธรรม

ธนาคารกสิกรไทย

172-3-89822-2

มูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน


ทีมข่าวต่างประเทศ