เยี่ยมเยือนคารวะอิหม่ามมัสยิดริยาดิ้สสุนัน ตลาดแก้ว

21 กันยายน 2569

10.30 น.

ผศ.มัสลัน มาหะมะ ประธานมูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน  คุณเมธา เมฆารัฐ รองประธานมูลนิธิฯ คุณวสุ เซ็นสม ผู้ประสานงาน และทีมงานมูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน ได้เข้าเยี่ยมคารวะท่านอิมามและคณะกรรมการมัสยิดริยาดิ้สสุนัน ตลาดแก้ว อ. นนทบุรี จ.นนทบุรี เพื่อเรียนเชิญและประชาสัมพันธ์งาน SUMUD #4UGAZA @ BANKOK Meeting Mall มีตติ้งมอลล์ บางอ้อ ในวันที่ 3 ตุลาคม 2569 ระหว่างเวลา 15.00-21.30 น.และได้รับการต้อนรับด้วยความอบอุ่นและมิตรไมตรียิ่ง

جزاكم الله خيرا

ประวัติมัสยิดโดยสังเขป

มัสยิดรี่ยาดิ๊สสุนันตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งซ้าย(ตะวันออก) ณ หมู่บ้านตลาดแก้ว ปัจจุบันเลขที่ 43 หมู่ที่ 9 ถนนพิบุลสงคราม 1 (ซอยโรงเรียนสตรีนนทบุรี หรือซอยวัดปากน้ำ) ตำบลส่วนใหญ่ อำเภอเมืองนนทบุรี

มัสยิดรี่ยาดีสสุนัน แต่เดิมชื่อมัสยิดตลาดแก้วใช้ชื่อตามสถานที่ คือ ตลาดแก้ว ทะเบียนเลขที่ 2 เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2492 เปลี่ยนชื่อเป็น “มัสยิดรี่ยาดีสสุนัน”ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2500 เป้นต้นมาจนถึงปัจจุบัน

ประวัติความเป็นมาของชุมชนตลาดแก้ว เป็นที่รู้จักคุ้นเคยของชาวไทยในจังหวัดนนทบุรี และยังเป็นที่รู้จักดียิ่งสำหรับชาวไทยมุสลิม เพราะชุมชนตลาดแก้ว เป็นหมู่บ้านที่ได้ถูกจารึกความเป็นมาและมีความสัมพันธ์ต่อเนื่องกับเรื่องประวัติศาสตร์ชาติไทยก่อนสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เพราะตลาดแก้ว ถูกกล่าวขานนามควบคู่กับ ตลาดขวัญ อันเป็นหมู่บ้านชุมชนที่มีบทบาททางประวัติศาสตร์เพราะ “ตลาดขวัญ” เป็นที่ตั้งจังหวัดนนทบุรี ครั้งแรก

ชุมชนหมู่บ้านตลาดแก้ว ส่วนใหญ่ของอาคารบ้านเรือนยังอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา นับแต่ริมคลองวัดพลับพลา ไปถึงปากคลองบางเขน(เก่า)วัดปากน้ำ ถัดมาจนถึงถนนพิบูลสงครามนับเป็นชุมนุมเมืองหนาแน่น ทั้งศาสนสถาน วัด โบสถ์ วิหารของวัดพลับพลา และวัดปากน้ำ แม้ทุกคนจะมีศาสนาแตกต่างกันตามความเชื่อถือ ต่างอยู่รวมกันด้วยความเข้าใจด้วยความช่วยเหลือเกื้อกูลต่อกันฉันท์พี่น้องนับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ในชุมชนนี้มีศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน เยาชนในชุมชนเกือบร้อยเปอร์เซนต์ต่างเข้ารับการศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน เยาชนในชุมชนเกือบร้อยเปอร์เซนต์ต่างเข้ารับการศึกษานับจากระดับอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาจากสถานศึกษาในชุมชนและใกล้เคียง อาทิ ดรงเรียนกลาโหมอุทิศ โรงเรียนวัดปากน้ำ(พิบูลสงคราม) โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม โรงเรียนสตรีนนทบุรี โรงเรียนเขมะพิทยา โรงเรียนพลับพลาศิริ

โดยที่ชุมชนตลาดแก้วส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม มีมัสยิดรี่ยาดิ๊สสุนัน(ตลาดแก้ว) เป็นจุดศุนย์รวมแห่งการปฎิบัติศาสนกิจทุกวัน วันละ 5 เวลา ทุกวันศุกรืในรอบสัปดาห์มีทั้งการเทศนาสั่งสอนศาสนิกชนให้เป็นสาธุชน พร้อมการปฏิบัติ และมัสยิดนั้นเป็นทั้งสถานที่ปฎิบัติศาสนกิจ และเป็นสถานที่ให้ความรู้ทางโลกทางธรรม และเป็นที่ชุมนุมของชุมชนอันจะยังประโยชน์แก่ประเทศชาติ

มัสยิดรี่ยาดิ๊สสุนันปัจจุบัน เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้นครึ่ง ตั้งอยุ่บนที่ดิน 1 ไร่ 3 งาน 90 ตารางวา อาคารสองชั้น และชั้นลอย ใช้เป็นศาสนสถาน จุคนได้ไม่ต่ำกว่า 1,000 คน อาคารชั้นล่าง ใช้เป็นห้องเอนกประสงค์ทั้งด้านศาสนาและสังคม อาทิ เป็นห้องประชุม ห้องจัดเลี้ยง ห้องอบรมสัมมนา ห้องบรรยายศาสนธรรม จุคนได้ 600 คน ปัจจุบันห้องเอนกประสงค์ใช้ประโยชน์ประจำในชุมชนประกอบด้วย 1.แพทย์ประจำหมู่บ้าน 2.ศูนย์สงเคราะห์อำเภอประจำหมู่บ้าน 3.ที่ทำการคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านวัดปากน้ำ และกองทุนบุรีรังสฤษดิ์ 4.สำนักงานเยาวชนมุสลิม 5. สำนักงานคณะกรรมการประจำมัสยิดฯ ประกอบด้วยอีหม่าม (ผู้นำประจำมัสยิด) คอเต็บ ผู้เทศนา บิหลั่น ผู้ประกาศบอกเวลาปฎิบัติตามศาสนกิจ และกรรมการมัสยิดอีก 12 ท่าน 6.ที่ทำการคณะกรรมการชุมชน หมู่ 9 วัดปากน้ำ

มัสยิดรี่ยาดิ๊สสุนัน มีสุมานฝังศพ 3 แห่ง โรงเรียนสอนศาสนาบังคับแก่เยาวชนมุสลิมทั้งหญิงและชาย เรียนฟรี สอนฟรี และมีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตลาดแก้ว ทั้งหมดอยู่ในการดูแลบริหารของคณะกรรมการมัสยิด โดยมีศรัทธาชนในชุมชนเป็นผู้อุปถัมภ์กิจกรรมต่าง ๆ ที่นำไปสู่การทุนบำรุงศึกษา และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

#ข้อมูลจาก

https://www.m-culture.in.th/album/144365/มัสยิดรี่ยาดิ๊สสุนัน

#SUMUD4UGAZA@BANGKOK

#เพราะเราคือประชาขาติเดียวกัน

#ต่างเสียง_บนสายน้ำเดียวกัน

#เพราะเราคือเรือนร่างเดียวกัน

ม.ฟาฏอนีจัดพิธีประสาทปริญญาบัตร ครั้งที่ 21

ปัตตานี

[16  สิงหาคม 2569] — มหาวิทยาลัยฟาฏอนี จัดพิธีประสาทปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2568 เป็นครั้งที่ 21 ณ หอประชุมวันมูหะมัดนอร์ มะทา มหาวิทยาลัยฟาฏอนี ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เพื่อร่วมแสดงความยินดีในความสำเร็จทางการศึกษาของบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาจากคณะต่าง ๆ โดยมี ฯพณฯ วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะนายกสภามหาวิทยาลัยฟาฏอนี เป็นประธานในพิธี

พิธีในครั้งนี้จัดขึ้น เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติและแสดงความยินดีแก่บัณฑิต มหาบัณฑิต และดุษฎีบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาจากคณะต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมในอนาคต โดยมีหน่วยงานภาครัฐและภาคส่วนต่าง ๆ ร่วมแสดงความยินดีกับบัณฑิตอย่างอบอุ่น

“มหาวิทยาลัยฟาฏอนี ยังคงเดินหน้าพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อรักษาตำแหน่งการเป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำ โดยมุ่งเน้นการผลิตบัณฑิตที่เป็น “แสงสว่างแห่งการชี้นำ” และเป็นศูนย์กลางแห่งความรู้ที่ถูกต้อง การจัดพิธีประสาทปริญญาบัตรครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จของปัจเจกบุคคล แต่เป็นการยืนยันถึงความสำเร็จของพันธกิจในการสร้างสังคมแห่งความรู้และจริยธรรมสืบไป” — [รศ.ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา อธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาฏอนี]

มหาวิทยาลัยฟาฏอนีมุ่งเน้นการผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถทางวิชาการควบคู่กับคุณธรรมจริยธรรมตามแนวทางอิสลาม เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมทั้งในระดับท้องถิ่นและประเทศ โดยในปีการศึกษานี้มีผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี ป.บัณฑิต ปริญญาโท และปริญญาเอก จากหลากหลายคณะวิชา รวมจำนวนทั้งสิ้น รวมทั้งสิ้น 599 คน โดยปัจจุบันมหาวิทยาลัยฯมีคณะทั้งหมด 4 คณะ 32 สาขาวิชา และ 1 สถาบันภาษานานาชาติ

พิธีประสาทปริญญาบัตรถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญประจำปีของมหาวิทยาลัย ซึ่งไม่เพียงเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จของบัณฑิตเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงพันธกิจของมหาวิทยาลัยฟาฏอนีในการเป็นศูนย์กลางการศึกษาที่ผสมผสานองค์ความรู้ทางวิชาการเข้ากับคุณค่าทางศาสนาและจริยธรรม เพื่อสร้างบัณฑิตที่มีคุณภาพออกไปรับใช้สังคมต่อไป

หลักชีวิต 3 ประการสำหรับบัณฑิต

ก่อนที่บัณฑิตจะก้าวออกจากรั้วมหาวิทยาลัย นายกสภามหาวิทยาลัยได้มอบหลักการดำเนินชีวิตที่สำคัญ 3 ข้อ เพื่อเป็นเข็มทิศในการประกอบอาชีพและดำเนินชีวิต:

  1. การเรียนรู้ตลอดชีวิต

    การได้รับปริญญาไม่ใช่จุดสิ้นสุดของการศึกษา แต่เป็นเพียงก้าวหนึ่ง บัณฑิตต้องแสวงหาความรู้ต่อไปตราบเท่าที่ยังมีลมหายใจ เพราะความรู้ในโลกนี้กว้างขวางเกินกว่าจะเรียนรู้จบสิ้น

    2.คุณธรรมและจริยธรรม

    ความสำเร็จในการทำงานไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรู้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีคุณธรรม จริยธรรม และความซื่อสัตย์ โดยเฉพาะการยึดมั่นในหลักการของอัลกุรอานและซุนนะห์ของท่านนบีมุฮัมมัด (ซ.ล.)

    3. การอุทิศตนเพื่อส่วนรวม

    การทำหน้าที่อย่างเหมาะสมและยิ่งใหญ่ที่สุดคือการไม่ทำเพื่อตนเองหรือพวกพ้อง แต่ต้องทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น สังคม และประเทศชาติ ซึ่งจะได้รับการตอบแทนความดีงามจากพระผู้เป็นเจ้าทั้งในโลกนี้และโลกหน้า [ฯพณฯ วันมูหะมัดนอร์ มะทา นายกสภามหาวิทยาลัยฟาฏอนี ]


    ทีมข่าว theustaz.com

    มูลนิธิเรือนร่างเดียวกันจัดงานต้อนรับรอมฎอน 1447 และ#4UGAZA@TABA

    เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา ณ ตลาดการค้าชายแดนเมืองตากใบ อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส “มูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน” ได้จัดกิจกรรม “โครงการต้อนรับรอมฎอน 1447 และระดมทุนช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชาวกาซ่า” โดยบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและพลังแห่งการแบ่งปัน มีนักเรียน ผู้ปกครอง ตลอดจนประชาชนทั่วไปในพื้นที่ให้ความสนใจเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่นกว่า 1,000 คน

    การจัดโครงการในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก บาบอซาฟีอี เจ๊ะเลาะ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส เดินทางมาเป็นประธานในพิธี พร้อมกล่าวให้โอวาทและพบปะปะพี่น้องประชาชนที่มาร่วมงาน

    สำหรับวัตถุประสงค์หลักของโครงการ จัดขึ้นเพื่อรณรงค์ให้ประชาชนได้ตระหนักรู้ถึงความประเสริฐและเตรียมความพร้อมต้อนรับเดือนรอมฎอน ฮ.ศ. 1447 ที่กำลังจะมาถึง ควบคู่ไปกับการเปิดพื้นที่ระดมทุนเพื่อนำปัจจัยไปช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและจัดเตรียมอาหารละศีลอด (อิฟฏอร) ส่งมอบให้แก่พี่น้องชาวกาซ่าที่กำลังประสบความเดือดร้อนและอยู่ในภาวะขาดแคลนอาหารอย่างหนัก

    นอกจากนี้ กิจกรรมดังกล่าวยังมุ่งหวังที่จะเป็นเวทีในการขัดเกลาจิตใจ ส่งเสริมการพัฒนาตนเองของผู้เข้าร่วมงาน ให้รู้จักการเสียสละ การแบ่งปัน และการหยิบยื่นความช่วยเหลือแก่เพื่อนมนุษย์ที่กำลังตกทุกข์ได้ยาก ตลอดจนเป็นการสร้างจิตสำนึกที่ดีในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ เอื้ออาทร และตอกย้ำอุดมการณ์ของมูลนิธิที่เปรียบประชาชาติมุสลิมดั่งเรือนร่างเดียวกัน เมื่อส่วนใดส่วนหนึ่งได้รับความเจ็บปวด ส่วนที่เหลือย่อมรับรู้และร่วมเยียวยา

    การรวมพลังของพี่น้องชาวตากใบและพื้นที่ใกล้เคียงในครั้งนี้ จึงไม่เพียงแต่เป็นการทำบุญต้อนรับเดือนอันประเสริฐ แต่ยังเป็นการส่งต่อแสงสว่างแห่งความหวังและกำลังใจอันยิ่งใหญ่จากประเทศไทย ข้ามพรมแดนไปยังพี่น้องชาวกาซ่าอีกด้วย

    สามารถดูรูปภาพบรรยากาศงานได้ตามลิงค์ข้างล่างนี้
    https://photos.google.com/share/AF1QipOYqYorIHtNwPC05FQPeU8182E4wf4OK8gU4rFA0sXJqD71vrLMJ1_E9Bi6mWUaAQ?key=TDQ3TlcyblNQSTRBQ2JSNXBaRWhVMVowSEVhM013

    https://photos.google.com/share/AF1QipP2Wr10AvjFAHlIF59qRM-ou_bYnX-n56Ra7A_SJ2OHWACfuVSXv5uvyqqzx3eAyw?key=OEJDN2Q5YnBlX3JJdDJ1YnZUd28yQmtOTkdQLUZ3


    ประธานมูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน ร่วมแสดงความยินดี “นายกอบต.เขาตูม คนใหม่”

    เมื่อเวลา 08.40 น. ณ องค์การบริหารส่วนตำบลเขาตูม ผศ.มัสลัน มาหะมะ ประธานมูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน พร้อมด้วยคณะทำงาน ได้เดินทางเข้าพบปะเยี่ยมเยียนและร่วมแสดงความยินดีกับ นายไซพูดิง กาโน เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาตูม (อบต.เขาตูม) ท่านใหม่

    ในการพบปะครั้งนี้ นายไซพูดิง กาโน ได้แสดงวิสัยทัศน์และวางหลักการทำงานที่น่าสนใจ โดยเน้นย้ำถึงจิตสำนึกของการให้บริการประชาชนว่า

    “วิธีหนึ่งที่จะทำให้ผู้แทนและข้าราชการมีจิตสำนึกการบริการ คือการตระหนักว่า คนกินเงินเดือนทุกคนคือ ‘ลูกจ้างของประชาชน’ ประชาชนคือผู้หาเงินมาจ่ายค่าจ้าง และมอบหมายให้เราไปทำงานสาธารณะแทนเขา ไม่ใช่ไปใช้อำนาจเหนือเขา”

    นายก อบต.เขาตูม กล่าวเสริมว่า แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับหลักการที่ท่านนบีมูฮัมหมัด (ซ.ล.) และบรรดาซอฮาบะห์ได้วางรากฐานไว้ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องว่า “ผู้นำคือผู้รับใช้ ไม่ใช่เจ้าของอำนาจ”


    โดยทีมข่าว theustaz.com

    มูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน ร่วมประชุมใหญ่สภาเครือข่ายฯพร้อมมอบเงิน 1 ล้านบาท สนับสนุน รพ.ชาฮีด อัล-อักศอ ผ่านท่านจุฬาราชมนตรี

    1 กุมภาพันธ์ 2569

    สาระสำคัญของการประชุม: การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อรายงานผลการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมา พิจารณาแก้ไขธรรมนูญของสภาเครือข่ายฯ และดำเนินกระบวนการสรรหาประธานสภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี สำหรับวาระถัดไป

    บรรยากาศในที่ประชุมสะท้อนถึงบทบาทสำคัญของสภาเครือข่ายฯ ในฐานะองค์กรกลางของเครือข่ายมุสลิมด้านเศรษฐกิจ โดยมุ่งเน้นการสร้างธรรมาภิบาล ความต่อเนื่องทางธุรกิจในเชิงสถาบัน และความรับผิดชอบต่อสังคม ภายใต้กรอบหลักการศาสนา หลักนิติธรรม และมาตรฐานสากล

    การมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม: ในโอกาสเดียวกันนี้ นายเมธา เมฆารัฐ รองประธานมูลนิธิฯ ได้เป็นตัวแทนมอบเงินบริจาคจากพี่น้องประชาชน จำนวน 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) เพื่อนำไปจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น ให้แก่ โรงพยาบาลชาฮีด อัล-อักศอ

    โดยได้รับเกียรติจาก นายอรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรี เป็นผู้รับมอบเงินบริจาคดังกล่าว เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือผ่านกลไกของสภาเครือข่ายความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี ต่อไป


    ทีมข่าว theustaz.com

    ประธานมูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน เข้าพบประธาน กอจ.นราธิวาส เชิญเป็นประธานเปิดงาน IFTAR #4UGAZA@TABA

    1 กุมภาพันธ์ 2569

    10.15 น.

    โครงการดังกล่าวจะจัดขึ้น ณ ตลาดการค้าชายแดนเมืองตากใบ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนถึงความประเสริฐของเดือนรอมฎอนที่กำลังจะมาถึง พร้อมทั้งเป็นสื่อกลางในการระดมทุนจัดหาอาหารละศีลอดและช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชาวกาซ่าที่กำลังเผชิญวิกฤตขาดแคลนอาหาร ซึ่งถือเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกแห่งการแบ่งปัน การช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก และส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างสันติและเอื้ออาทร

    ในการนี้ ทางมูลนิธิฯ ได้เรียนเชิญ บาบอซาฟีอี เจ๊ะเลาะ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีและ บรรยายพิเศษ ในช่วงเวลา 16.00 – 17.00 น. เพื่อให้โอวาทและแนวทางในการปฏิบัติศาสนกิจแก่ผู้เข้าร่วมงาน ซึ่งคาดว่าจะมีกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยนักเรียน ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมโครงการกว่า 1,000 คน


    โดยทีมข่าว Theustaz.com

    ขอแสดงความยินดีกับ นพ.อนันต์ชัย ไทยประทาน ได้รับเลือกเป็นประธานสภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี อีกสมัย

    ในการนี้มูลนิธิเรือนร่างเดียวกันขอแสดงความยินดีกับ นพ.อนันต์ชัย ไทยประทาน ที่ได้รับความไว้วางใจในที่ประชุมสามัญประจำปี 2568 สภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี จากคณะกรรมการชูรอ ให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาเครือข่ายฯ (อีกสมัย) วาระปี 2569-2572

    نسأل الله لنا وله التوفيق والسداد لما فيه خير للإسلام ورفعة راية المسلمين ، إنه سميع مجيب


    ทีมข่าว theustaz.com

    ต้อนรับคณะ DAKWAH UNLIMITED จากมาเลเซีย เปิดแคมเปญ PEDULI ACEH

    16 มกราคม 2569

    เวลา 09.00 น.

    โดยในเบื้องต้น ทั้งสององค์กรได้มีข้อตกลงร่วมก้นในการให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ผู้ประสบมหาอุทกภัยที่อาเจะห์ ประเทศอินโดนีเซีย ที่ได้สร้างผลกระทบอย่างหนักแก่ชาวอาเจะห์

    “หลายหมู่บ้านได้หายไปเพราะโดนโคลนและทรายจมทั้งหมู่บ้านพร้อมด้วยพื้นที่เกษตรกรรมจำนวนหลายพันไร่ บางหมู่บ้านดินทับเข้าไปในบ้านจนเต็มบ้าน ไม่สามารถใช้เป็นที่อยู่อาศัยต่อไป โรงเรียนศาสนาหลายแห่งต้องย้ายที่สถานเดียว เพราะสถานที่เดิมได้กลายเป็นแม่น้ำและกลายเป็นพื้นที่เสี่ยง ” นายไฟซุลกล่าว

    “ พี่น้องกำลังเดือดร้อนอย่างหนัก ชาวบ้านหลายพันชีวิตยังต้องอาศัยเต้นท์ชั่วคราว มัสยิดและโรงเรียนบางแห่งเป็นที่พักอาศัย ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างล่าช้ามาก” ผอ. DU กล่าวเพิ่มเติม

    #PEDULI_ACEH

    #เราไม่ทิ้งกัน

    #มูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน


    ทีมข่าว theustaz.com

    ร่วมแสดงความยินดีกับผู้ว่าฯยะลาคนใหม่

    คณะผู้บริหารมูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน นำโดย ผศ. มัสลัน มาหะมะ ประธานมูลนิธิฯ ร่วมแสดงความยินดีกับผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาคนใหม่ “ก้องสกุล จันทราช” เดินหน้านโยบาย “คนยะลาคือครอบครัว” มุ่งสู่สันติสุขจังหวัด

    วันนี้ (16 ธันวาคม 2568 เวลา 07.00 น.) ผศ.มัสลัน มาหะมะ และคณะผู้บริหาร ร่วมแสดงความยินดีและมอบกระเช้าแด่ นายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ หลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำรงตำแหน่ง เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2568

    ท่านผู้ว่ายะลาให้เกียรติเปิดจวนผู้ว่า ฯเพื่อต้อนรับคณะท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง โอกาสนี้ นายก้องสกุล จันทราช ได้กล่าวขอบคุณมูลนิธิเรือนร่างเดียวกันที่ร่วมแสดงความยินดี พร้อมชูแนวนโยบายสำคัญในการทำงาน โดยให้ความสำคัญ 2 ประการ ได้แก่ “คนยะลาคือคนในครอบครัว” และ “ยึดหลักการให้บริการประชาชนด้วยความเป็นมิตร” ดูแลกันอย่างพี่น้อง การทำงานแบบบูรณาการร่วมกับทุกหน่วยงาน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนจังหวัด แก้ไขปัญหา และสร้างความสงบสุขอย่างยั่งยืน

    ประวัติและเส้นทางการทำงานของผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา

    ชื่อ: นายก้องสกุล จันทราช

     เกิด: 26 ตุลาคม 2508

      ภูมิลำเนา: จังหวัดนราธิวาส

      เริ่มรับราชการ: 24 สิงหาคม 2535

      วุฒิการศึกษา  นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง (2532)

       การบริหารการพัฒนาสังคมมหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) (2560)

    ตำแหน่งสำคัญที่ผ่านมา

     13 ม.ค. 2568 — รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา

     16 ธ.ค. 2565 — รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง

     7 มี.ค. 2565 — รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา

     24 พ.ค. 2564 — ปลัดจังหวัดยะลา

     24 พ.ย. 2563 — ปลัดจังหวัดนราธิวาส

     20 ก.ค. 2563 — ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการ ศอ.บต.

     15 พ.ย. 2561 — นายอำเภอเมืองสตูล

     9 พ.ย. 2558 — นายอำเภอเมืองยะลา

    ในช่วงท้าย นายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้ฝากข้อคิดและมอบหลักการทำงานในการทำงานภาคเอกชนโดยให้มุ่งเน้นเรื่องการปฏิบัติภารกิจอย่างโปร่งใส มีความจริงใจและจิตสาธารณะที่แท้จริง การพบปะครั้งนี้ปิดท้ายด้วยดุอาให้อัลลอฮ์ทรงดลบันดาลความถูกต้องและความเที่ยงตรงแก่ท่านผู้ว่าฯ ยะลาคนใหม่ในการบริหารราชการอันนำมาซึ่งสันติสุข สันติภาพที่ยั่งยืนตลอดไป


    ทีมข่าว theustaz.com

    #เราไม่ทิ้งกัน_2025

    20 ธันวาคม 2568

    #เราไม่ทิ้งกัน

    จากสถานการณ์น้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องในพื้นที่ภาคใต้ 2025 ที่ผ่านมา มูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน ร่วมกับ International Aid Campaign จากประเทศมัลดีฟได้เร่งลงพื้นที่มอบถุงยังชีพจำนวน 270 ชุด เพื่อเยียวยาและให้กำลังใจผู้ได้รับผลกระทบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามจุดต่าง ๆ ดังนี้

     1. จังหวัดยะลาแจกจ่ายที่อิสลามิคเซ็นเตอร์ ศปง. ยะลา จำนวน 70 ชุด

     2. จังหวัดปัตตานีแจกจ่ายที่มัสยิดคอดียะห์ โสร่งปาแดตือเบาะ ต. เขาตูม อ. ยะรัง จ. ปัตตานี และโรงเรียนสามารถดี อ. สายบุรี จ. ปัตตานี จำนวน 100 ชุด

     3. จังหวัดนราธิวาสแจกจ่ายที่มัสยิดบ้านบือเระ ต. บาเระใต้ อ. บาเจาะ และบ้านลาโละ อ. รือเสาะ จ. นราธิวาส จำนวน 100 ชุด

    ถุงยังชีพในแต่ละชุดประกอบด้วย ข้าวสาร 5 กก. น้ำมันพืช 1 ขวด น้ำตาลทราย 1 กก. ปลาซาร์ดีนตราสามแม่ครัว 5 กระป๋อง เงินสด 200 บาทโดยสิ่งของเหล่านี้ ถูกบรรจุในถังพลาสติกปิดฝาอย่างสวยงาม

    พวกเราขอเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อความช่วยเหลือเพื่อมนุษยธรรม และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

    default
    default

    https://www.facebook.com/reel/813337358367618

    #อุทกภัย2025

    #มูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน #International_Aid_Campaign

    #ช่วยเหลือผู้ประสบภัย

    #ยะลา

    #ปัตตานี

    #นราธิวาส

    #เราไม่ทิ้งกัน


    ทีมข่าว theustaz.com