มูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน ร่วมประชุมใหญ่สภาเครือข่ายฯพร้อมมอบเงิน 1 ล้านบาท สนับสนุน รพ.ชาฮีด อัล-อักศอ ผ่านท่านจุฬาราชมนตรี

1 กุมภาพันธ์ 2569

สาระสำคัญของการประชุม: การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อรายงานผลการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมา พิจารณาแก้ไขธรรมนูญของสภาเครือข่ายฯ และดำเนินกระบวนการสรรหาประธานสภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี สำหรับวาระถัดไป

บรรยากาศในที่ประชุมสะท้อนถึงบทบาทสำคัญของสภาเครือข่ายฯ ในฐานะองค์กรกลางของเครือข่ายมุสลิมด้านเศรษฐกิจ โดยมุ่งเน้นการสร้างธรรมาภิบาล ความต่อเนื่องทางธุรกิจในเชิงสถาบัน และความรับผิดชอบต่อสังคม ภายใต้กรอบหลักการศาสนา หลักนิติธรรม และมาตรฐานสากล

การมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม: ในโอกาสเดียวกันนี้ นายเมธา เมฆารัฐ รองประธานมูลนิธิฯ ได้เป็นตัวแทนมอบเงินบริจาคจากพี่น้องประชาชน จำนวน 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) เพื่อนำไปจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น ให้แก่ โรงพยาบาลชาฮีด อัล-อักศอ

โดยได้รับเกียรติจาก นายอรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรี เป็นผู้รับมอบเงินบริจาคดังกล่าว เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือผ่านกลไกของสภาเครือข่ายความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี ต่อไป


ทีมข่าว theustaz.com

ประธานมูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน เข้าพบประธาน กอจ.นราธิวาส เชิญเป็นประธานเปิดงาน IFTAR #4UGAZA@TABA

1 กุมภาพันธ์ 2569

10.15 น.

โครงการดังกล่าวจะจัดขึ้น ณ ตลาดการค้าชายแดนเมืองตากใบ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนถึงความประเสริฐของเดือนรอมฎอนที่กำลังจะมาถึง พร้อมทั้งเป็นสื่อกลางในการระดมทุนจัดหาอาหารละศีลอดและช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชาวกาซ่าที่กำลังเผชิญวิกฤตขาดแคลนอาหาร ซึ่งถือเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกแห่งการแบ่งปัน การช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก และส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างสันติและเอื้ออาทร

ในการนี้ ทางมูลนิธิฯ ได้เรียนเชิญ บาบอซาฟีอี เจ๊ะเลาะ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีและ บรรยายพิเศษ ในช่วงเวลา 16.00 – 17.00 น. เพื่อให้โอวาทและแนวทางในการปฏิบัติศาสนกิจแก่ผู้เข้าร่วมงาน ซึ่งคาดว่าจะมีกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยนักเรียน ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมโครงการกว่า 1,000 คน


โดยทีมข่าว Theustaz.com

ขอแสดงความยินดีกับ นพ.อนันต์ชัย ไทยประทาน ได้รับเลือกเป็นประธานสภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี อีกสมัย

ในการนี้มูลนิธิเรือนร่างเดียวกันขอแสดงความยินดีกับ นพ.อนันต์ชัย ไทยประทาน ที่ได้รับความไว้วางใจในที่ประชุมสามัญประจำปี 2568 สภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี จากคณะกรรมการชูรอ ให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาเครือข่ายฯ (อีกสมัย) วาระปี 2569-2572

نسأل الله لنا وله التوفيق والسداد لما فيه خير للإسلام ورفعة راية المسلمين ، إنه سميع مجيب


ทีมข่าว theustaz.com

ต้อนรับคณะ DAKWAH UNLIMITED จากมาเลเซีย เปิดแคมเปญ PEDULI ACEH

16 มกราคม 2569

เวลา 09.00 น.

โดยในเบื้องต้น ทั้งสององค์กรได้มีข้อตกลงร่วมก้นในการให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ผู้ประสบมหาอุทกภัยที่อาเจะห์ ประเทศอินโดนีเซีย ที่ได้สร้างผลกระทบอย่างหนักแก่ชาวอาเจะห์

“หลายหมู่บ้านได้หายไปเพราะโดนโคลนและทรายจมทั้งหมู่บ้านพร้อมด้วยพื้นที่เกษตรกรรมจำนวนหลายพันไร่ บางหมู่บ้านดินทับเข้าไปในบ้านจนเต็มบ้าน ไม่สามารถใช้เป็นที่อยู่อาศัยต่อไป โรงเรียนศาสนาหลายแห่งต้องย้ายที่สถานเดียว เพราะสถานที่เดิมได้กลายเป็นแม่น้ำและกลายเป็นพื้นที่เสี่ยง ” นายไฟซุลกล่าว

“ พี่น้องกำลังเดือดร้อนอย่างหนัก ชาวบ้านหลายพันชีวิตยังต้องอาศัยเต้นท์ชั่วคราว มัสยิดและโรงเรียนบางแห่งเป็นที่พักอาศัย ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างล่าช้ามาก” ผอ. DU กล่าวเพิ่มเติม

#PEDULI_ACEH

#เราไม่ทิ้งกัน

#มูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน


ทีมข่าว theustaz.com

ร่วมแสดงความยินดีกับผู้ว่าฯยะลาคนใหม่

คณะผู้บริหารมูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน นำโดย ผศ. มัสลัน มาหะมะ ประธานมูลนิธิฯ ร่วมแสดงความยินดีกับผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาคนใหม่ “ก้องสกุล จันทราช” เดินหน้านโยบาย “คนยะลาคือครอบครัว” มุ่งสู่สันติสุขจังหวัด

วันนี้ (16 ธันวาคม 2568 เวลา 07.00 น.) ผศ.มัสลัน มาหะมะ และคณะผู้บริหาร ร่วมแสดงความยินดีและมอบกระเช้าแด่ นายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ หลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำรงตำแหน่ง เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2568

ท่านผู้ว่ายะลาให้เกียรติเปิดจวนผู้ว่า ฯเพื่อต้อนรับคณะท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง โอกาสนี้ นายก้องสกุล จันทราช ได้กล่าวขอบคุณมูลนิธิเรือนร่างเดียวกันที่ร่วมแสดงความยินดี พร้อมชูแนวนโยบายสำคัญในการทำงาน โดยให้ความสำคัญ 2 ประการ ได้แก่ “คนยะลาคือคนในครอบครัว” และ “ยึดหลักการให้บริการประชาชนด้วยความเป็นมิตร” ดูแลกันอย่างพี่น้อง การทำงานแบบบูรณาการร่วมกับทุกหน่วยงาน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนจังหวัด แก้ไขปัญหา และสร้างความสงบสุขอย่างยั่งยืน

ประวัติและเส้นทางการทำงานของผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา

ชื่อ: นายก้องสกุล จันทราช

 เกิด: 26 ตุลาคม 2508

  ภูมิลำเนา: จังหวัดนราธิวาส

  เริ่มรับราชการ: 24 สิงหาคม 2535

  วุฒิการศึกษา  นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง (2532)

   การบริหารการพัฒนาสังคมมหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) (2560)

ตำแหน่งสำคัญที่ผ่านมา

 13 ม.ค. 2568 — รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา

 16 ธ.ค. 2565 — รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง

 7 มี.ค. 2565 — รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา

 24 พ.ค. 2564 — ปลัดจังหวัดยะลา

 24 พ.ย. 2563 — ปลัดจังหวัดนราธิวาส

 20 ก.ค. 2563 — ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการ ศอ.บต.

 15 พ.ย. 2561 — นายอำเภอเมืองสตูล

 9 พ.ย. 2558 — นายอำเภอเมืองยะลา

ในช่วงท้าย นายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้ฝากข้อคิดและมอบหลักการทำงานในการทำงานภาคเอกชนโดยให้มุ่งเน้นเรื่องการปฏิบัติภารกิจอย่างโปร่งใส มีความจริงใจและจิตสาธารณะที่แท้จริง การพบปะครั้งนี้ปิดท้ายด้วยดุอาให้อัลลอฮ์ทรงดลบันดาลความถูกต้องและความเที่ยงตรงแก่ท่านผู้ว่าฯ ยะลาคนใหม่ในการบริหารราชการอันนำมาซึ่งสันติสุข สันติภาพที่ยั่งยืนตลอดไป


ทีมข่าว theustaz.com

#เราไม่ทิ้งกัน_2025

20 ธันวาคม 2568

#เราไม่ทิ้งกัน

จากสถานการณ์น้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องในพื้นที่ภาคใต้ 2025 ที่ผ่านมา มูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน ร่วมกับ International Aid Campaign จากประเทศมัลดีฟได้เร่งลงพื้นที่มอบถุงยังชีพจำนวน 270 ชุด เพื่อเยียวยาและให้กำลังใจผู้ได้รับผลกระทบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามจุดต่าง ๆ ดังนี้

 1. จังหวัดยะลาแจกจ่ายที่อิสลามิคเซ็นเตอร์ ศปง. ยะลา จำนวน 70 ชุด

 2. จังหวัดปัตตานีแจกจ่ายที่มัสยิดคอดียะห์ โสร่งปาแดตือเบาะ ต. เขาตูม อ. ยะรัง จ. ปัตตานี และโรงเรียนสามารถดี อ. สายบุรี จ. ปัตตานี จำนวน 100 ชุด

 3. จังหวัดนราธิวาสแจกจ่ายที่มัสยิดบ้านบือเระ ต. บาเระใต้ อ. บาเจาะ และบ้านลาโละ อ. รือเสาะ จ. นราธิวาส จำนวน 100 ชุด

ถุงยังชีพในแต่ละชุดประกอบด้วย ข้าวสาร 5 กก. น้ำมันพืช 1 ขวด น้ำตาลทราย 1 กก. ปลาซาร์ดีนตราสามแม่ครัว 5 กระป๋อง เงินสด 200 บาทโดยสิ่งของเหล่านี้ ถูกบรรจุในถังพลาสติกปิดฝาอย่างสวยงาม

พวกเราขอเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อความช่วยเหลือเพื่อมนุษยธรรม และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

default
default

https://www.facebook.com/reel/813337358367618

#อุทกภัย2025

#มูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน #International_Aid_Campaign

#ช่วยเหลือผู้ประสบภัย

#ยะลา

#ปัตตานี

#นราธิวาส

#เราไม่ทิ้งกัน


ทีมข่าว theustaz.com

ชาวนราสร้างปรากฏการณ์ Goncang Menara ในงาน #4UGAZA@MENARA

31 พฤษภาคม 2568

15.00 น.

ผศ.มัสลัน มาหะมะ ประธานมูลนิธิเรือนร่างเดียวกันและประธานจัดงานกล่าวว่าสืบเนื่องจากวิกฤติด้านมนุษยธรรมครั้งรุนแรงที่เกิดขึ้นที่กาซ่า ซึ่งได้สร้างความสูญเสียทั้งชีวิต ทรัพย์สิน ศักดิ์ศรีและ คุณค่าความเป็นมนุษย์โดยเฉพาะเด็กเล็ก สตรีและผู้สูงอายุ ทำให้ทั่วโลกได้ตื่นรู้และตระหนักถึงความสำคัญของการยื่นมือให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างเร่งด่วน โดยครั้งนี้มูลนิธิเรือนร่างเดียวกันได้รับความร่วมมือจากสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส สภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี สถาบันอัสสลาม มหาวิทยาลัยฟาฏอนีและองค์กรภาคีพันธมิตรในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวม 39 องค์กรจัดงาน #4UGAZA@MENARA ในวันที่ 31 พฤษภาคม 2568 ณ โรงแรมอิมพีเรียลนราธิวาส เริ่มตั้งแต่ 10.00 – 22.00 น. โดยในภาคเช้าเป็นการแสดงบนเวทีของนักเรียนจากโรงเรียนต่าง ๆ ในสังกัดสมาคมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดนราธิวาส จัดแสดงนิทรรศการและการแสดงความสามารถของนักเรียน ส่วนภาคบ่ายเป็นต้นไป เป็นการบรรยายในรูปแบบ Storytelling จากบรรดานักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ การอ่านบทลำนำจากกวีซีไรท์ พ.ศ. 2555 การเสวนาโดยผู้นำองค์กรพันธมิตรจากต่างประเทศที่มีประสบการณ์การทำงานในพื้นที่ความขัดแย้งนานกว่า 10 ปี

กิจกรรมช่วงเช้า
กิจกรรมช่วงเช้า
กิจกรรมช่วงเช้า
กิจกรรมช่วงเช้า
กิจกรรมช่วงเช้า
กิจกรรมช่วงเช้า
กิจกรรมช่วงเช้า
กิจกรรมช่วงเช้า
กิจกรรมช่วงเช้า
เปิดพิธีอ่านอัลกุรอานโดย ดช.ฟัรฮาน ยูนุศ
กล่าวต้อนรับ โดย นายมูฮัมมัดนาเซร์ หะบาแย  ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการอัสสลาม มหาวิทยาลัยฟาฏอนี
กล่าวรายงานโดย ผศ.มัสลัน มาหะมะ ประธานมูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน
เปิดพิธีและให้โอวาทโดย บาบอซาฟีอี เจ๊ะเลาะ  ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส
บรรยายพิเศษ “1 ดิรฮัม มีค่า ณ อัลลอฮ์ยิ่งกว่า 1,000 ดิรฮัม” โดยรศ.ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา อธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาฏอนี
บรรยายพิเศษ “ก้าวต่อไป… ภารกิจมนุษยธรรม” โดย นายแพทย์อนันต์ชัย ไทยประทาน ประธานสภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี
เสวนาพิเศษ “เรื่องเล่าจากกาซ่า และภารกิจของเรา” โดยผู้นำองค์กรต่างประเทศ 3 องค์กร ดำเนินรายการโดย ผศ.มัสลัน มาหะมะ
TALK 1 หัวข้อ “ริบาฏ ที่ประเสริฐที่สุด คือ อัสกอลาน ” โดย อ.รอมลี หะละ
TALK 2 หัวข้อ “รู้จักไซออนิสต์” โดย ผศ.ดร.อิบรอเฮง ดอเลาะ ประธานมูลนิธิอัลบายาน
TALK 3 หัวข้อ “มนุษยธรรมที่หายไป” โดย นายกูเฮง ยาวอหะซัน เลขานุการรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงยุติธรรม
TALK 4 อ่านบทกวี โดย นายซะการีย์ยา อมตยา กวีซีไรต์ พ.ศ. 2553
TALK 5 หัวข้อ“จงปลูกหน่อไม้ ถึงแม้จะเกิดวันกิยามะฮ์ ”โดย ครูฟาร์ Andalas Farr
TALK 6 หัวข้อ “โรงเรียนฟาฏอนีแห่งกาซ่า สำคัญไฉน” โดย บาบอมูฮำหมัดรอสาลี หะยีดือราแม (บาบอฆอซาลี มูโนะ)
TALK 7 หัวข้อ “บทเรียนกาซ่า” โดย รศ.ดร.อานิส พัฒนปรีชาวงศ์ ผู้อำนวยการ สถาบันอิสลามและอาหรับศึกษา มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์

“ ในงานยังมีการแสดงอานาชีดจากทีมเยาวชนและวงอนาชีด Shukron Pro. การประมูลสินค้าหายาก (Rare item) เช่นงานหัตถกรรมจากแผ่นดินปาเลสไตน์ เรือกอและที่ผสมผสานงานศิลปกรรมระหว่างวิถีชีวิตพื้นเมืองกับแผ่นดินอัลอักศอ พร้อมด้วยกิจกรรม “Goncang Menara ” (เขย่านรา) และกิจกรรมถ่ายรูปหมู่ภายใต้ชื่อ The Key of  Return (กุญแจแห่งการกลับบ้านเกิด) อันเป็นสัญลักษณ์ของความปรารถนาของผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ที่พวกเขาถูกบังคับให้ละทิ้งบ้านเรือนในเหตุการณ์ภัยพิบัติอันนักบาห์ ( Nakba Day) เมื่อปี 1948 โดยในวันงานสามารถระดมเงินความช่วยเหลือจำนวนเกือบสองล้านบาท“ ประธานมูลนิธิ ฯ กล่าวเพิ่มเติม

นายเมธา เมฆารัฐ รองประธานมูลนิธิเรือนร่างเดียวกันกล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงานครั้งนี้เราได้รับความร่วมมืออย่างดีจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ที่ให้เกียรติแก่ทีมงานรายงานวัตถุประสงค์การจัดงานที่จวนผู้ว่าก่อนจัดงาน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส นายกูเซ็ง ยาวอหะซัน ที่อนุเคราะห์รถสุขาเคลื่อนที่ตลอดงาน พ.ต.อ. ปรัชญา ไบเตะ ผกก.สภ. เมืองนราธิวาสที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจรและความปลอดภัย นอกจากนี้ บาบอชาฟิอี เจ๊ะเลาะ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส ซึ่งได้ริเริ่มโครงการระดมความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ชาวกาซ่า ด้วยความร่วมมืออย่างดีจากมัสยิดทั่วจังหวัดจำนวน 690 แห่งซึ่งได้ระดมเงินจำนวน 1,755,000 บาท และได้ส่งมอบความช่วยเหลือมาแล้วผ่านมูลนิธิเรือนร่างเดียวกันเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2568 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

นายนาเซร์ เจ๊ะอีแต (แบเซร์อาคู) ประธานฝ่ายจัดหาทุนกล่าวว่า เราได้รับความร่วมมืออย่างดีจากทุกฝ่ายทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานนราธิวาส ชมรมนายกอบต. นราธิวาส ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านนราธิวาส ชมรมผู้นำมุสลิมะห์นราธิวาส สมาคมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส ชมรมบิ๊กไบค์และชาวสองล้อ ชมรมและองค์กรภาคประชาสังคมในพื้นที่ บริษัทและห้างร้านต่าง ๆ อันแสดงถึงความเป็นเรือนร่างเดียวกันที่ทุกฝ่ายได้ตระหนักและให้ความสำคัญยื่นมือความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่ข้ามโพ้นเรื่องชาติพันธุ์ ภาษาและความเชื่อ

“ ข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2568 เวลา 9.30 น. เราได้รับยอดบริจาครวมทั้งสิ้น 4,630,000 บาท ซึ่งเราได้ส่งมอบให้องค์กรที่ดูแลด้านการศึกษา ให้อาหารและความช่วยเหลือเร่งด่วนในกาซ่าจำนวน 4,100,000 บาท เมื่อวันที่ 9 ซุลหิจญะฮ์ 1446 ส่วนเงินที่เหลือเราจะทยอยมอบในคราวต่อไป “ ประธานฝ่ายจัดหาทุนกล่าวทิ้งท้าย


ทีมข่าว theustaz.com

ทีมงานเยี่ยมคารวะผู้ว่า ฯ นราธิวาส

25 พ.ค. 2568

เวลา 11.00 น.

ผศ. มัสลัน มาหะมะ ประธานมูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน ได้รายงานประวัติความเป็นมาของมูลนิธิ ฯ โดยเริ่มต้นจากการรวมตัวของนักกิจกรรมภาคประชาสังคมในพื้นที่และกรุงเทพมหานคร เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวในประเทศตะวันออกกลาง โดยเฉพาะที่ซีเรียเมื่อกว่า 10 ปีที่แล้วพร้อมส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้ประสบภัยสงครามกลางเมือง จนกระทั่งได้รับอนุญาตจดทะเบียนเป็นมูลนิธิเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2566 โดยมีสำนักงานใหญ่ที่จังหวัดยะลา มูลนิธิเรือนร่างเดียวกันเป็นหนึ่งในองค์กรภาคีของสภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี

กิจกรรมโดยส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนด้านสังคมและการศึกษา อาทิให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม อัคคีภัย เหตุโกดังพลุระเบิดมูโนะ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยโควิด-19 สร้างอาชีพและสร้างหรือซ่อมแซมบ้านแก่ผู้ด้อยโอกาส ให้อาหารช่วงเทศกาลสำคัญทางศาสนา สร้างโรงเรียนสอนอัลกุรอานให้แก่เด็กเล็ก ที่สำคัญเป็นสื่อกลางมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากสงครามที่กาซ่า โดยนับตั้งแต่เกิดวิกฤตกาซ่ามาตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2566 จนถึงปัจจุบัน มูลนิธิเรือนร่างเดียวกันได้ส่งมอบความช่วยเหลือผ่านกิจกรรมต่าง ๆ กว่า 10 โครงการใช้งบประมาณไปแล้ว 15,522,108 บาท รายได้ส่วนใหญ่มาจากการระดมบริจาคจากพี่น้องชาวไทยทั่วประเทศ

นายเมธา เมฆารัฐ รองประธานมูลนิธิเรือนร่างเดียวกันให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า วัตถุประสงค์ของการจัดงานครั้งนี้ เพื่อระดมทุนช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในมิติของสังคมและเป็นสะพานบุญในมิติของศาสนา โดยเฉพาะวันจัดงานเป็นช่วง 10 วันแรกของเดือนซุลฮิจญะฮ์ที่มีความประเสริฐยิ่งในอิสลาม ทั้ง 2 มิตินี้ มุ่งเน้นที่จะให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ตกทุกข์ได้ยาก ซึ่งขณะนี้พี่น้องเราที่กาซ่าเรียกร้องขอความช่วยเหลือตามสถานการณ์และภาพข่าวที่ปรากฏซึ่งเราจำเป็นต้องให้ความช่วยเหลือทั้งในมิติของเพื่อนร่วมโลกและพี่น้องร่วมศาสนา สมเจตนารมณ์และวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ  “เราคือเรือนร่างเดียวกัน”

ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ได้ต้อนรับคณะด้วยบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง โดยท่านได้เน้นย้ำในเรื่องความสงบเรียบร้อยในวันงาน พร้อมชื่นชมมูลนิธิเรือนร่างเดียวกันที่ปฏิบัติภารกิจด้านมนุษยธรรมอย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งมูลนิธิ ฯ ทุกประการ

ในช่วงบ่ายเวลา 13.30 น. ของวันเดียวกัน ทีมงานฝ่ายจัดหาทุน ฝ่ายสถานที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ฝ่ายต้อนรับและฝ่ายการเงิน ได้นัดประชุมที่ร้านอาหาร AKHOO โดยมีนายเมธา เมฆารัฐเป็นประธานในที่ประชุมเพื่อติดตาม แก้ไขปัญหาให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสำเร็จลุล่วง การประชุมครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก พ.ต.อ.ปรัชญา ไบเตะผกก.สภ.เมืองนราธิวาส เพื่อให้ข้อเสนอแนะและร่วมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการจัดระเบียบจราจรและการรักษาความปลอดภัยตลอดงาน


ทีมข่าว theustaz.com

ร้านเจตาซีเมนต์และก่อสร้างมอบเงินสนับสนุนโครงการ #4UGAZA

20 กันยายน 2567

เวลา 19.00 น.

https://www.facebook.com/watch/live/?ref=watch_permalink&v=528573339859428&rdid=ExWs8HwNVkHzZMJK

ผ่านการประสานงานจาก Talbiah – ตัลบิยะห์ ฮัจญ์&อุมเราะห์

หลังบรรยาย นายหะยีสุกรี เจะลง ผู้จัดการร้านเจตาซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างได้มอบเงินสมทบเข้าในโครงการ #4UGAZA จำนวน 100,000 บาท โดยมีนายเมธา เมฆารัฐ รองประธานมูลนิธิเรือนร่างเดียวกันและประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาสให้เกียรติเป็นสักขีพยาน นอกจากนี้พี่น้องที่ร่วมฟังการบรรยายได้ร่วมสมทบอีกจำนวน 11,000 บาท

ผศ. มัสลัน มาหะมะ กล่าวว่าตั้งแต่เกิดวิกฤติที่กาซ่าเมื่อ 7 ตุลาคม 2566 ได้เกิดวิกฤติด้านมนุษธรรมครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ มูลนิธิเรือนร่างเดียวกันได้ระดมรับบริจาคและส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่พี่น้องจำนวน 6 รอบ คิดเป็นเงินจำนวน 7,800,000 บาท โดยครอบคลุมการช่วยเหลือฉุกเฉินด้านต่าง ๆ เช่น แจกถุงยังชีพเดือนรอมฎอน แจกเนื้อกุรบาน แจกน้ำดื่ม การบูรณะซ่อมแซมบ่อน้ำด้วยระบบโซล่าเซลล์ สร้างเต้นท์ที่พักชั่วคราว และแจกยาเวชภัณฑ์ โดยผ่านการประสานงานจากองค์กรเอกชนที่ทำงานในพื้นที่ 2 องค์กรคือ Ghirass for Society Development ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ที่กรุงอิสตันบูล และ AL-Quds Foundation – Malaysia สำนักงานกัวลาลัมเปอร์

ขอบคุณชาวมือบนทุกท่านที่มีส่วนร่วมกับโครงการช่วยเหลือเพื่อมนุษยธรรมครั้งนี้

وجزاكم الله خيرا

พี่น้องสามารถส่งความช่วยเหลือแก่พี่น้องกาซ่าอย่างต่อเนื่องได้ที่

ธนาคารอิสลาม

054-1-25763-3

กองทุนเรือนร่างเดียวกันเพื่อมนุษยธรรม

ธนาคารกสิกรไทย

172-3-89822-2

มูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน


ทีมข่าว theustaz.com

ศาลจังหวัดนราธิวาสรับฟ้องคดีตากใบ

ทั้งนี้รายงานระบุว่า เมื่อรอจนถึงเวลานัดทั้ง 7 จำเลยไม่มีใครมาศาล ศาลนราธิวาส จึงมีคำสั่งให้ออกหมายจับจำเลยที่ 3-6 และจำเลยที่ 8-9 ประกอบด้วย จำเลยที่ 3 พล.ต.เฉลิมชัย วิรุฬห์เพชร อดีตผู้บัญชาการ พล.ร.5, จำเลยที่ 4 พล.ต.อ.วงกต มณีรินทร์ อดีต ผอ.ศปก.สน. ตร., จำเลยที่ 5 พล.ต.ท.มาโนช ไกรวงศ์ อดีต ผบช.ภาค 9, จำเลยที่ 6 พล.ต.ต.ศักดิ์สมหมาย พุทธกูล อดีต ผกก.สภ.อ.ตากใบ, จำเลยที่ 8 นายศิวะ แสงมณี อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย, จำเลยที่ 9 นายวิชม ทองสงค์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส

ขณะที่จำเลยที่ 1 พล.อ.พิศาล วัฒนวงษ์คีรี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และอดีตแม่ทัพภาคที่ 4 ศาลให้ออกหมายเรียก และหนังสือขออนุญาตจับกุมไปที่สภา พร้อมนัดใหม่ในวันที่ 15 ตุลาคม 2567

จำเลยทั้ง 6 คนที่ศาลออกหมายจับ ศาลให้ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และตำรวจศาลมีอำนาจจับกุมได้ทันทีที่พบตัวภาย ในอายุความถึงวันที่ 25 ตุลาคม 2567

ด้านนายอับดุลเลาะห์ หะยีอาบู มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม ทนายความในคดีตากใบ เปิดเผยว่า ฝ่ายโจทก์จะติดตามหมายจับจำเลยต่างๆ อย่างต่อเนื่อง จะรอดูวันที่ 15 ตุลาคมนี้ เห็นว่าจำเลยที่ 1 (พล.อ.พิศาล) รักษาตัวที่ต่างประเทศ ไม่มาประชุมตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ยังไม่ชัวร์ ส่วนคนอื่นก็ต้องตามดูต่อไป

นางฮามิยะห์ หะยีมะ มารดาของ นายการียา หะยีมะ ผู้เสียชีวิตจากการถูกยิงในเหตุการณ์ตากใบ และเป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้ง 7 เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า รู้สึกผิดหวังที่จำเลยไม่มาร่วมในการไต่สวน แต่ก็มั่นใจในกระบวนการยุติธรรมที่ศาลมีการออกหมายจับ

“อยากให้ทั้ง 7 คนออกมารับผิดชอบ มาขอโทษ มาให้เห็นหน้า ให้รู้ว่าตนเองได้ทำอะไรลงไปในเหตุการณ์ครั้งนั้น เพราะจากเหตุการณ์นั้นทุกคนยังเสียใจ ยังเป็นภาพติดตา มีแผลในใจ คนในครอบครัวหายไปตั้งแต่วันนั้น และไม่เจอกันอีกเลย”

นอกจากนี้ นางสีตีรอกายะห์ สาและ กล่าวว่า ทนมา 20 ปี ได้ข่าวว่าศาลรับคดีนี้แล้วรู้สึกดีใจ อยากดูหน้าคนที่ทำผิดเหมือนกัน อยากให้มาขอโทษด้วยสักคำเพราะเราทนมานานแล้ว ลำบากมานานแล้ว

อย่างไรก็ตาม พล.อ.พิศาล หรือ บิ๊กอ๊อด อายุ 75 ปี ทำงานในพื้นที่ภาคใต้มายาวนานกว่า 15 ปี  ในยุครัฐบาลของทักษิณ ชินวัตร อยู่ในเหตุการณ์การชุมนุมที่อำเภอตากใบ

สำหรับ พล.อ.พิศาล จบโรงเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 9 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้ารุ่นที่ 20 ตำแหน่งสุดท้ายก่อนเป็นแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นผู้ช่วยคณะนายทหารฝ่านเสนาธิการ ขึ้นตรงกับ พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตรผบ.ทบ. ในขณะนั้น จนกระทั่งปี 2547 ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้รับตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 ก่อนจะเข้าสู่ถนนการเมืองในปี 2566

เครดิตข่าว :


ทีมข่าว theustaz.com