รองศาสตราจารย์ ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา อธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาฏอนี พร้อมด้วยผู้ติดตาม ได้รับเกียรติเป็นผู้แทนจากประเทศไทยเข้าร่วม การประชุมปรึกษาหารือครั้งที่ 1 ของอธิการบดีมหาวิทยาลัยอิสลามทั่วโลก (The First Consultative Forum of Presidents of Islamic Universities Worldwide) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26–27 มิถุนายน 2569 ณ เมืองกาซีอันเตป สาธารณรัฐตุรกี โดยมหาวิทยาลัยอิสลามวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งกาซีอันเตป (Gaziantep Islam Science and Technology University) ร่วมกับสมาพันธ์มหาวิทยาลัยอิสลาม (Association of Islamic Universities)




ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยฟาฏอนีเป็นมหาวิทยาลัยอิสลามแห่งเดียวจากประเทศไทยที่ได้รับเชิญเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ สะท้อนถึงการยอมรับในบทบาทและศักยภาพของมหาวิทยาลัยในฐานะสถาบันอุดมศึกษาอิสลามที่มีบทบาทโดดเด่นในระดับนานาชาติ และมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการอุดมศึกษาของโลกมุสลิม
การประชุมครั้งนี้นับเป็นเวทีความร่วมมือระดับนานาชาติครั้งสำคัญที่รวบรวมอธิการบดีและผู้บริหารระดับสูงของมหาวิทยาลัยอิสลามจาก 41 ประเทศ 73 มหาวิทยาลัย ครอบคลุม 4 ทวีป เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางการพัฒนาการอุดมศึกษาอิสลามในระดับโลก ภายใต้แนวคิด “Towards an Effective Global Islamic University Space” หรือ “สู่พื้นที่ความร่วมมือของมหาวิทยาลัยอิสลามระดับโลกที่มีประสิทธิภาพ”
สาระสำคัญของการประชุมมุ่งเน้นการสร้างวิสัยทัศน์ร่วมของมหาวิทยาลัยอิสลาม การพัฒนาความร่วมมือทางวิชาการ การกำหนดวาระการวิจัยร่วม การแลกเปลี่ยนคณาจารย์ นักวิจัย และนักศึกษา ตลอดจนการพัฒนากลไกความร่วมมือที่ยั่งยืนผ่านเครือข่ายและแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อยกระดับบทบาทของมหาวิทยาลัยอิสลามในการรับมือกับความท้าทายของโลกยุคใหม่
นอกจากนี้ การเข้าร่วมเวทีระดับโลกครั้งนี้ยังเป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอศักยภาพของระบบการศึกษาไทย โดยเฉพาะการศึกษาที่ผสานองค์ความรู้สมัยใหม่กับอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและศาสนา ซึ่งเป็นจุดแข็งของประเทศไทยในการสร้างความเข้าใจข้ามวัฒนธรรมและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในสังคมพหุวัฒนธรรม การมีส่วนร่วมของมหาวิทยาลัยฟาฏอนีจึงไม่เพียงสะท้อนบทบาทของสถาบันเท่านั้น แต่ยังเป็นการยกระดับภาพลักษณ์ของการศึกษาไทยในเวทีนานาชาติ
การเข้าร่วมประชุมของรองศาสตราจารย์ ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา ในฐานะผู้แทนประเทศไทย สะท้อนถึงบทบาทและการยอมรับของมหาวิทยาลัยฟาฏอนีในเวทีการอุดมศึกษานานาชาติ และเป็นโอกาสสำคัญในการขยายเครือข่ายความร่วมมือด้านการศึกษา การวิจัย และการพัฒนาวิชาการกับมหาวิทยาลัยอิสลามชั้นนำจากทั่วโลก อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัยและการสร้างประโยชน์ต่อสังคมไทยและประชาคมมุสลิมในระดับสากลต่อไป อินชาอัลลอฮฺ



Credit :
ข่าว : กองประชาสัมพันธ์ สสน. มฟน.
ภาพ : ผู้ติดตามอธิการบดี

