ภารกิจอธิการบดีมฟน. ณ กรุงริยาด ซาอุดีอาระเบีย

มหาวิทยาลัยฟาฏอนีขอแสดงความยินดีอย่างยิ่ง เนื่องในโอกาสที่ อธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาฏอนี ได้รับเกียรติสูงสุดให้ร่วมปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในการคัดเลือกผู้สมควรได้รับ “รางวัลกษัตริย์ไฟศ็อล (King Faisal Prize)” ประจำปี ค.ศ. 2026 ซึ่งเป็นรางวัลระดับนานาชาติอันทรงเกียรติ และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในแวดวงวิชาการและสังคมมุสลิมทั่วโลก

การประชุมคณะกรรมการคัดเลือกครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้กรอบ รางวัลกษัตริย์ไฟศ็อล ครั้งที่ 48 โดยมี สมเด็จพระราชกุมาร ตุรกี บิน ไฟศ็อล ประธานคณะกรรมการบริหารศูนย์กษัตริย์ไฟศ็อลเพื่อการวิจัยและการศึกษาอิสลาม ทรงเป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาคัดเลือกผู้ได้รับรางวัล สาขาบริการอิสลาม ประจำปี ค.ศ. 2026

การพิจารณาดังกล่าวมีนักวิชาการ ผู้นำศาสนา และผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายประเทศเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง โดยยึดหลักเกณฑ์ทางวิชาการที่เข้มงวด โปร่งใส และรอบคอบ เพื่อคัดเลือกบุคคลหรือสถาบันที่มีผลงานโดดเด่น สร้างคุณูปการอย่างเป็นรูปธรรมต่ออิสลาม มุสลิม และสังคมมนุษยชาติ

การได้รับความไว้วางใจให้ร่วมทำหน้าที่ในคณะกรรมการคัดเลือกระดับนานาชาติครั้งนี้ สะท้อนถึง ความเชื่อมั่นในบทบาททางวิชาการ ความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ด้านการศึกษาอิสลามของอธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาฏอนี อีกทั้งยังเป็นการยกระดับภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยฟาฏอนีในเวทีโลก และตอกย้ำบทบาทของสถาบันการศึกษาอิสลามจากประเทศไทยในการมีส่วนร่วมส่งเสริมคุณค่าทางวิชาการ จริยธรรม และการรับใช้อิสลามและมนุษยชาติ

ทั้งนี้ รางวัลกษัตริย์ไฟศ็อล ประจำปี ค.ศ. 2026 จะมีการประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัลครบทั้ง 5 สาขา ได้แก่

บริการอิสลาม

การศึกษาอิสลาม

ภาษาอาหรับและวรรณกรรม

การแพทย์

วิทยาศาสตร์

ในพิธีประกาศผลซึ่งจะจัดขึ้น ณ หอประชุมเจ้าชายสุลต่านใหญ่ ศูนย์อัลไฟศอลียะฮ์ กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยจะมีนักวิชาการ ปัญญาชน และสื่อมวลชนจากนานาประเทศเข้าร่วม พร้อมถ่ายทอดสดผ่านเว็บไซต์ทางการและแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ของรางวัลกษัตริย์ไฟศ็อล

ศูนย์กษัตริย์ไฟศ็อลเพื่อการวิจัยและการศึกษาอิสลาม ได้ประกาศผลผู้ได้รับ รางวัลกษัตริย์ไฟศ็อล (King Faisal Prize) ประจำปี ค.ศ. 2026 อย่างเป็นทางการ ครบทั้ง 5 สาขา ภายใต้การอุปถัมภ์ของ เจ้าชายตุรกี อัลไฟศ็อล ประธานคณะกรรมการบริหารศูนย์กษัตริย์ไฟศ็อลฯ

ดร.อับดุลอะซีซ อัสสุบัยย์ เลขาธิการรางวัลกษัตริย์ไฟศ็อล เปิดเผยว่า คณะกรรมการคัดเลือกในแต่ละสาขาได้จัดการประชุมอย่างต่อเนื่อง พิจารณาผลงานที่ได้รับการเสนอชื่ออย่างรอบคอบ พร้อมศึกษารายงานจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้ประเมินอิสระ ก่อนมีมติเอกฉันท์มอบรางวัลแก่ผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและสร้างคุณูปการอย่างโดดเด่นในแต่ละสาขา

🔹 สาขาที่ 1 : บริการอิสลาม

คณะกรรมการมีมติมอบรางวัล ร่วมกัน แก่

เชคอับดุลลาฏีฟ บิน อะห์มัด อัลเฟาซาน (ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย)

ศาสตราจารย์ ดร.มุฮัมมัด มุฮัมมัด อบูมูซา (สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์)

เชคอับดุลลาฏีฟ อัลเฟาซาน ได้รับการยกย่องจากบทบาทด้านการกุศลเชิงระบบ โดยเฉพาะการก่อตั้ง “วะกัฟอัจวาด” เพื่อขับเคลื่อนโครงการมนุษยธรรม การสร้างมัสยิด ศูนย์อิสลาม โรงเรียน บ่อน้ำ และที่พักนักศึกษาในหลายประเทศ ตลอดจนการจัดตั้งศูนย์สำหรับสตรี เด็ก และผู้มีความต้องการพิเศษ รวมถึงการก่อตั้งรางวัลสถาปัตยกรรมมัสยิดระดับโลก และสารานุกรมดิจิทัลด้านสถาปัตยกรรมมัสยิด

ขณะที่ ศาสตราจารย์ ดร.มุฮัมมัด อบูมูซา ได้รับรางวัลจากผลงานทางวิชาการด้านภาษาอาหรับและวาทศิลป์ โดยเฉพาะการอธิบายความอัศจรรย์ของอัลกุรอาน การประพันธ์หนังสือมากกว่า 30 เล่ม การเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งคณะนักปราชญ์อัลอัซฮัร และการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เยาวชนมุสลิมอย่างต่อเนื่อง

🔹 สาขาที่ 2 : การศึกษาอิสลาม

หัวข้อ “เส้นทางการค้าในโลกอิสลาม”

มอบรางวัล ร่วมกัน แก่

ศาสตราจารย์ ดร.อับดุลฮะมีด ฮุเซน ฮะมูดะฮ์ (อียิปต์)

ศาสตราจารย์ ดร.มุฮัมมัด วะฮีบ ฮุเซน (จอร์แดน)

ทั้งสองท่านได้รับการยกย่องจากผลงานวิจัยเชิงลึกด้านเส้นทางการค้าทางบกและทางทะเลในโลกอิสลาม ที่ผสานองค์ความรู้ทางประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และโบราณคดี ควบคู่การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นระบบ

🔹 สาขาที่ 3 : ภาษาอาหรับและวรรณกรรม

มอบรางวัลแก่ ศาสตราจารย์ ปีแยร์ ลาร์เชต์ (ฝรั่งเศส) จากผลงานด้านการแปลและวิเคราะห์วรรณกรรมอาหรับคลาสสิกเป็นภาษาฝรั่งเศส ด้วยระเบียบวิธีทางวิชาการที่มีคุณภาพและได้รับการยอมรับในระดับสากล

🔹 สาขาที่ 4 : การแพทย์

มอบรางวัลแก่ ศาสตราจารย์ สเว็ตลานา มอยซอฟ (สหรัฐอเมริกา) จากการค้นพบเปปไทด์ GLP-1 ซึ่งนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมการรักษาโรคเบาหวานและโรคอ้วน สร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างยิ่งต่อวงการแพทย์โลก

🔹 สาขาที่ 5 : วิทยาศาสตร์

หัวข้อ “คณิตศาสตร์”

มอบรางวัลแก่ ศาสตราจารย์ คาร์ลอส เคอนิก (สหรัฐอเมริกา) จากผลงานการวิเคราะห์ทางคณิตศาสตร์ขั้นสูง ที่ช่วยยกระดับความเข้าใจสมการเชิงอนุพันธ์ไม่เชิงเส้น และเปิดมิติใหม่ของการประยุกต์ใช้ทางวิทยาศาสตร์

ในโอกาสนี้ สำนักงานเลขาธิการรางวัลกษัตริย์ไฟศ็อล ขอแสดงความยินดีอย่างยิ่งแก่ผู้ได้รับรางวัลทุกท่าน พร้อมขอบคุณคณะกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ประเมินผลงาน ตลอดจนสถาบันการศึกษา องค์กรวิชาการ และสื่อมวลชน ที่มีส่วนร่วมสนับสนุนและเผยแพร่คุณค่าของรางวัลอันทรงเกียรตินี้สู่สังคมโลก

พิธีดังกล่าวมี รองศาสตราจารย์ ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา อธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาฏอนี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ดร.ตัรมีซี วาเเตลี ผู้อำนวยการศูนย์อัลวะสะฏียะฮ์ และหัวหน้าสาขาอัลกุรอานและซุนนะฮ์ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี ในฐานะประธานการดำเนินงาน โดยมีที่ปรึกษาอธิการบดี ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ และแขกผู้มีเกียรติจากหลากหลายสถาบันเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน

การมอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อ ยกย่องและเชิดชูเกียรติผลงานอันโดดเด่นของศาสตราจารย์ ดร.อับดุลลอฮฺ อัลมุฏลัก ในฐานะนักวิชาการด้านกฎหมายอิสลามระดับนานาชาติ ผู้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาองค์ความรู้ทางวิชาการ การเผยแผ่อิสลาม ตลอดจนการสนับสนุนกิจการด้านวิชาการของมหาวิทยาลัยฟาฏอนีอย่างต่อเนื่องและยาวนาน

พิธีดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยฟาฏอนีกับนักวิชาการและสถาบันชั้นนำในโลกมุสลิม สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยฟาฏอนีในเวทีการศึกษาระดับนานาชาติ และเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการศึกษาศาสนาอิสลามอย่างยั่งยืน

การเข้าพบในครั้งนี้เป็นไปด้วยบรรยากาศแห่งมิตรภาพ ความเคารพ และความร่วมมือทางวิชาการ โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาการศึกษาอิสลามในระดับอุดมศึกษา การส่งเสริมงานวิจัยเชิงวิชาการ ตลอดจนแนวทางการสร้างความร่วมมือระหว่างสถาบันในระดับนานาชาติ อาทิ การแลกเปลี่ยนนักศึกษาและคณาจารย์ การพัฒนาหลักสูตรร่วม และการจัดกิจกรรมทางวิชาการที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมมุสลิมในภูมิภาคต่าง ๆ ของโลก

ในโอกาสนี้ อธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาฏอนีได้แสดงความขอบคุณต่อการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากผู้บริหารมหาวิทยาลัยอิหม่ามมุฮัมมัด บิน ซะอูด อิสลามียะฮ์ พร้อมย้ำถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยฟาฏอนีในการยกระดับคุณภาพการศึกษาอิสลาม ควบคู่กับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำของโลกอิสลาม เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจด้านวิชาการ การเผยแผ่ศาสนา และการรับใช้สังคมอย่างยั่งยืน

การเยี่ยมคารวะและการหารือครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองสถาบัน และเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาความร่วมมือทางวิชาการอย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต

การเข้าพบเป็นไปในบรรยากาศแห่งความร่วมมือ โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือแนวทางการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการศึกษาและการพัฒนา เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการดำเนินงานเพื่อสังคมในระดับนานาชาติ

ในโอกาสนี้ อธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาฏอนีได้แนะนำบทบาทและพันธกิจของมหาวิทยาลัยในการจัดการศึกษาอิสลามควบคู่กับศาสตร์สมัยใหม่ พร้อมย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อการพัฒนาเยาวชนและการรับใช้สังคมอย่างยั่งยืน

การพบปะครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัยฟาฏอนีและองค์การยุวมุสลิมโลก และเป็นพื้นฐานสู่ความร่วมมือทางวิชาการในอนาคต

การเยี่ยมชมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเรียนรู้แนวทางการดำเนินงานด้านมนุษยธรรม การบรรเทาทุกข์ และการพัฒนาสังคมในระดับนานาชาติ พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาทของสถาบันการศึกษาในการสนับสนุนงานด้านมนุษยธรรม รวมถึงแนวทางความร่วมมือทางวิชาการและกิจกรรมเพื่อสังคมในอนาคต

การพบปะดังกล่าวนับเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัยฟาฏอนีกับองค์กรด้านมนุษยธรรมระดับนานาชาติ เพื่อการบูรณาการองค์ความรู้กับการรับใช้สังคมอย่างยั่งยืน


ที่มาข่าว : Fatoni University มหาวิทยาลัยฟาฏอนี 

https://www.facebook.com/FTUofficial?locale=th_TH

โดยทีมข่าว Theustaz.com

มูลนิธิเรือนร่างเดียวกันร่วมอบมรมเชิงปฏิบัติการระดับนานาชาติ ณ จาการ์ตา

การอบรมในครั้งนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างผู้นำในงานอาสาสมัครและองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรโดยเฉพาะ แบ่งออกเป็น 3 หัวข้อหลัก

หัวข้อที่ 1: การบริหารจัดการการระดมทุน (Fundraising Management)

หัวข้อที่ 2: การจัดการความเป็นผู้นำ (Leadership Management)

หัวข้อที่ 3: การบริหารจัดการโครงการ (Project Management)

โดยได้รับเกียรติจาก Shariq A. Siddiqui, JD PH.D ผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านวิชาการกุศลและผู้อำนวยการ Muslim Philanthropy Initiative จาก Indiana University USA มาเป็นวิทยากรหลักในการถ่ายทอดประสบการณ์

สิทธิประโยชน์ที่ผู้เข้าร่วมอมรมจะได้รับสิทธิพิเศษจากการอบรมครั้งนี้

  1. ประกาศนียบัตร รับรองโดย Indiana University สหรัฐอเมริกา
  2. ทุนการศึกษา สิทธิ์ในการสมัครรับทุนการศึกษาลดหย่อนค่าเล่าเรียนสูงสุด 50% จาก Indiana University

ทีมข่าว theustaz.com

#เราไม่ทิ้งกัน_2025

20 ธันวาคม 2568

#เราไม่ทิ้งกัน

จากสถานการณ์น้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องในพื้นที่ภาคใต้ 2025 ที่ผ่านมา มูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน ร่วมกับ International Aid Campaign จากประเทศมัลดีฟได้เร่งลงพื้นที่มอบถุงยังชีพจำนวน 270 ชุด เพื่อเยียวยาและให้กำลังใจผู้ได้รับผลกระทบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามจุดต่าง ๆ ดังนี้

 1. จังหวัดยะลาแจกจ่ายที่อิสลามิคเซ็นเตอร์ ศปง. ยะลา จำนวน 70 ชุด

 2. จังหวัดปัตตานีแจกจ่ายที่มัสยิดคอดียะห์ โสร่งปาแดตือเบาะ ต. เขาตูม อ. ยะรัง จ. ปัตตานี และโรงเรียนสามารถดี อ. สายบุรี จ. ปัตตานี จำนวน 100 ชุด

 3. จังหวัดนราธิวาสแจกจ่ายที่มัสยิดบ้านบือเระ ต. บาเระใต้ อ. บาเจาะ และบ้านลาโละ อ. รือเสาะ จ. นราธิวาส จำนวน 100 ชุด

ถุงยังชีพในแต่ละชุดประกอบด้วย ข้าวสาร 5 กก. น้ำมันพืช 1 ขวด น้ำตาลทราย 1 กก. ปลาซาร์ดีนตราสามแม่ครัว 5 กระป๋อง เงินสด 200 บาทโดยสิ่งของเหล่านี้ ถูกบรรจุในถังพลาสติกปิดฝาอย่างสวยงาม

พวกเราขอเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อความช่วยเหลือเพื่อมนุษยธรรม และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

default
default

https://www.facebook.com/reel/813337358367618

#อุทกภัย2025

#มูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน #International_Aid_Campaign

#ช่วยเหลือผู้ประสบภัย

#ยะลา

#ปัตตานี

#นราธิวาส

#เราไม่ทิ้งกัน


ทีมข่าว theustaz.com

รายงานความช่วยเหลือจากคนในพื้นที่ (2)

วันดำเนินการ 6 พฤศจิกายน 2568

จำนวนครอบครัวที่ได้รับประโยชน์ : 1,000 ครอบครัว

ส่วนประกอบของถุงยังชีพ : ข้าว – น้ำตาล – เกลือ – ถั่ว – เส้นพาสต้า 800 กรัม – น้ำมันพืช – กระป๋องถั่ว – กระป๋องเนื้อ – กระป๋องซอสงาบด- กระป๋องเนย – กระป๋องข้าวโพด

Dr. Sharif Abushamala ประธานมูลนิธิอัลกุดส์ ได้กล่าวรายงานผลการดำเนินงานในส่วนที่ 3 ว่า

“ด้วยการบริจาคของชาวมือบนชาวไทย ผ่านมูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน (หลังจากการได้รับอนุมัติจากอัลลอฮ์) เราได้ดำเนินการโครงการ “การแจกจ่ายถุงยังชีพแก่ครอบครัวผู้พลัดถิ่นและผู้ได้รับผลกระทบจากสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” ในเขตฉนวนกาซาและฉนวนกาซาเหนือ โดยมีผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ 1,000 ครอบครัว หรือประมาณ 7,000 – 8,000 คน”

“ถุงยังชีพแต่ละถุงประกอบด้วยอาหารสำคัญสำหรับครอบครัวชาวปาเลสไตน์ เช่น ข้าว น้ำตาล น้ำมันพืช เนย เนื้อกระป๋อง ถั่ว เส้นพาสต้า กระป๋องถั่ว ซอสงา ชีส และเกลือ ซึ่งแต่ละครอบครัวที่มีสมาชิก 5-8 คน สามารถบริโภคได้ 10-14 วัน ”

“โครงการนี้เกิดขึ้นในระยะเวลาการฟื้นฟูจากผลกระทบของสงครามที่ส่งผลต่อวิถีชีวิตของประชาชนทุกด้านในฉนวนกาซา ในนามของพี่น้องของเราในฉนวนกาซา เราขอขอบคุณและชื่นชมทุกท่านที่ได้บริจาคและร่วมมือกับเรา และเราจะพูดเหมือนที่ท่านศาสดาของเราสอนเราว่า ขอให้อัลลอฮ์ตอบแทนคุณด้วยความดีงาม”

มูลนิธิเรือนร่างเดียวกันได้มอบเงินความช่วยเหลือแก่มูลนิธิอัลกุดส์จัดโครงการเร่งด่วนแก่ชาวกาซ่าจำนวนเงินทั้งสิ้น 3,000,000 บาท ซึ่งมูลนิธิอัลกุดส์ได้จัดสรรงบประมาณจัดโครงการย่อย 3 โครงการ คือ 1) โครงการซื้อเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าที่โรงพยาบาลอัลวาฟา 2) โครงการซื้อน้ำดื่ม ซึ่งทั้งสองโครงการได้ดำเนินการแล้ว ( ดู รายงานความช่วยเหลือจากพื้นที่ (1) https://www.theustaz.com/?p=8200) 3) โครงการแจกถุงยังชีพ ซึ่งได้ดำเนินโครงการแล้วเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

الحمد لله الذي بنعمته تتم الصالحات


ทีมข่าว theustaz.com

รายงานความช่วยเหลือจากพื้นที่ (1)

#4UGAZA 13th

หลังจากเราได้รับมอบเงินบริจาคจำนวน 3 ล้านบาทจากมูลนิธิเรือนร่างเดียวกันในวันที่   25 ตุลาคม 2568  เราได้ทำข้อตกลงว่าจะจัดสรรงบประมาณนี้เพื่อดำเนินโครงการใน 3 โครงการย่อย ดังนี้

            1.         ซื้อเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าและอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่ AL-Wafa Hospital

            2.         โครงการซื้อน้ำดื่ม

            3.         โครงการแจกถุงยังชีพ

ในเบื้องต้นมูลนิธิฯ ได้ซื้อเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าให้แก่โรงพยาบาลอัลวาฟา เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าที่ห้องผู้ป่วยฉุกเฉินซึ่งมีผู้ป่วยและผู้รับบาดเจ็บหลายร้อยคนกำลังรอคอยความช่วยเหลืออยู่ โดยเครื่องผลิตออกซิเจนและอุปกรณ์การแพทย์อื่น ๆ ต้องการกระแสไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก แต่โรงพยาบาลยังขาดแคลนอุปกรณ์เหล่านี้และที่มีอยู่ก็ใช้งานไม่ได้

“ถึงแม้ราคาอุปกรณ์ทางการแพทย์ดังกล่าวจะมีราคาเพิ่มสูงถึง 10 เท่าหากเทียบกับราคาก่อนสงคราม แต่เราจำเป็นต้องซื้อ เช่นเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้า ก่อนสงครามเราสามารถซื้อได้ในราคาเพียง 300 ดอลลาร์แต่ปัจจุบันราคาสูงถึง 3,000 ดอลลาร์” ดร. ชารีฟกล่าว

ส่วนโครงการที่ 2 โครงการซื้อน้ำดื่ม ทั้งนี้เนื่องจากปัจจุบันชาวกาซ่ากำลังประสบภาวะขาดแคลนน้ำดื่มขั้นวิกฤต ในขณะที่อิสลามสอนว่า การบริจาคทานที่ประเสริฐที่สุดคือการบริจาคน้ำดื่ม (นัยหะดีษรายงานโดยนะซาอีย์/3664,อะบูดาวูด/1681) เราจึงมุ่งมั่นจัดโครงการนี้  ซึ่งในวันศุกร์ ที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา เราสามารถซื้อน้ำบริสุทธิ์จำนวน 150,000 ลิตร และแจกจ่ายให้ชาวกาซ่าจำนวน 250,000 คน โดยแต่ละคนสามารถรับน้ำดื่มได้เฉลี่ยคนละ 6 ลิตรเพื่อบริโภคในระยะเวลา 2-3 วัน

ดร.ชารีฟอธิบายเพิ่มเติมว่า ชาวกาซ่าต้องการน้ำดื่มวันละ 7 ล้านลิตร แต่ปัจจุบันพวกเขาได้รับเพียงวันละไม่เกิน 5 แสนลิตรเท่านั้น

ส่วนโครงการแจกถุงยังชีพ มูลนิธิอัลกุดส์จะดำเนินการในระยะเวลาอันใกล้นี้และจะรายงานให้ทราบเป็นระยะ ๆ ต่อไป

الحمد لله الذي بنعمته تتم الصالحات


ทีมข่าว theustaz.com

เข้าร่วมเวิร์กช็อปฉุกเฉินที่จาการ์ตา

1 พฤศจิกายน 2568

วัตถุประสงค์ของเวิร์กชอปฉุกเฉินครั้งนี้ เพื่อตอบรับสถานการณ์ล่าสุดหลังการสิ้นสุดสงครามและการหยุดยิงในฉนวนกาซ่า โดยมีเนื้อเนื้อหาให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในกาซ่าในปัจจุบัน หารือและพัฒนากลไกความร่วมมือด้านมนุษยธรรมในการช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วน กับมูลนิธิที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ระดมกำลังและดำเนินโครงการช่วยเหลือเร่งด่วนก่อนสิ้นปี 2025 โดยเน้นที่การบรรเทาทุกข์ในพื้นที่วิกฤตที่ได้รับผลกระทบในกาซ่า

ผศ.มัสลัน มาหะมะ กล่าวว่า การประชุมเวิร์กชอปในครั้งนี้ นอกจากได้รับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในกาซ่าจากผู้ได้รับผลกระทบจริง ยังเปิดโอกาสในการสร้างเครือข่ายระดับนานาชาติและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับองค์กรระดับโลกที่ทำงานด้านมนุษยธรรมและพัฒนาสังคม โดยเฉพาะ การพบปะและปรึกษาหารืออย่างใกล้ชิดกับ Imam Qasim Rashid Ahmad ประธานมูลนิธิอัลค็อยร์  ( AL- Khair Foundation-AKF) และประธานกรรมการบริหาร IQRA TV โดย Imam Qasim ได้ส่งสัญญาณที่ดีในการสร้างความร่วมมือทวิภาคีกับมูนิธิเรือนร่างเดียวกันในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและพัฒนาสังคมในประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

เช่นเดียวกันกับการได้รับฟังข้อมูลและสถิติอันน่าทึ่งจาก Prof.Dr.Kamalain Shaath อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยอิสลามกาซ่า (2005-2015) ที่เล่าถึงความมุ่งมั่นและการยืนหยัดของชาวกาซ่าที่เป็นสังคมแห่งการแสวงหาความรู้ถึงแม้จะใช้ชีวิตในสถานการณ์ที่ยากลำบากและข้อจำกัดอันมากมายก็ตาม


ทีมข่าว theustaz.com

ความช่วยเหลือจากพี่น้องชาวไทยครั้งที่ 13 สู่กาซ่า

วันที่ 25 ตุลาคม 2568

12.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น

 1. มอบให้ International Education Scientific and Cultural Organization (iESCO) เพื่อซื้ออุปกรณ์การเรียการสอนและอาหารกลางวันแก่นักเรียนในโรงเรียนฟาฏอนีแห่งกาซ่า จำนวน 3,000,000 บาท

Mr. Ayman Hussein CEO,iESCO เป็นผู้รับมอบ

 2. มอบให้ Salam for Humanity  เพื่ออุปถัมป์เด็กกำพร้าจำนวน 240 คน เป็นเวลา 6 เดือนจำนวน 3,000,000 บาท

โดยมี Mr. Bilal A.K. Alhamadin ผู้อำนวยการสำนักงาน ฯ เป็นผู้รับมอบ

 3. มอบให้ Al-Quds Foundation-Malaysia เพื่อจัดโครงการถุงยังชีพ ครัวเคลื่อนที่และความช่วยเหลือฉุกเฉิน จำนวน 3,000,000 บาท

โดยมี Dr. Sharif Abu Shammalah ประธานมูลนิธิ ฯเป็นผู้รับมอบ

โดยในวันที่ 23 ตุลาคม 2568 มูลนิธิเรือนร่างเดียวกันได้มอบเงินให้แก่สภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี จำนวน 1 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนซื้อยาและเวชภัณฑ์ให้แก่โรงพยาบาลชะฮีดุลอักศอ กาซ่าโดยมีนายแพทย์อนันต์ชัย ไทยประทาน ประธานสภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรีเป็นผู้รับมอบ

ผศ. มัสลัน มาหะมะ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า  “สืบเนื่องจากวิกฤตมนุษยธรรมที่รุนแรงที่สุดที่กำลังเกิดขึ้นที่กาซ่า ปาเลสไตน์ในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีรายงานล่าสุดระบุว่า เด็กกว่า 30,000 คนต้องกำพร้าพ่อ 4,417 คนต้องกำพร้าแม่ และ 1,918 คนต้องกำพร้าทั้งพ่อและแม่ 2,483 ครอบครัวที่ได้สูญหายจากสำมะโนครัว 67,000 คนที่ชะฮีด โดยในจำนวนนี้ 20,179 คนเป็นเด็ก 169,800 รายที่พิการ 42,000 รายที่ทุพพลภาพ มี1,661 แหล่งเรียนรู้เสียหายยับเยิน ในจำนวนนี้มีมหาวิทยาลัยจำนวน 29 แห่งถูกทำลาย โรงเรียนเสียหาย 534 หลัง เด็ก ๆ กว่า600,000 คนไม่มีที่เรียน บ่อน้ำกว่า 2,512 แห่งใช้การไม่ได้ ระบบน้ำประปาจำนวน 335 จุดเสียหาย โรงพยาบาล 34 แห่งและสถานีอนามัย 212 แห่งไม่สามารถให้บริการได้ พื้นที่เกษตรกรรมจำนวน 112,930,000 ตร.ม. ( 70,581 ไร่) ถูกทำลาย”

 “มูลนิธิเรือนร่างเดียวกันในฐานะองค์กรสาธารณะกุศลที่ให้ความสำคัญกับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมได้ดำริจัดโครงการนี้ร่วมกับองค์กรพันธมิตรจากชายแดนจังหวัดภาคใต้กว่า 70 องค์กรภายใต้การกำกับดูแลจากสภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา ปัตตานีและนราธิวาส และสถาบันอัสสลามมหาวิทยาลัยฟาฏอนี เพื่อนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้อง ลบล้างข้อบิดเบือนต่าง ๆ ที่นำเสนอโดยสื่อกระแสหลักที่ได้จงใจแปลข่าวสารที่สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ประเทศผู้รุกรานและสร้างภาพลักษณ์เชิงลบแก่ประชาชนผู้ถูกอธรรม รวมทั้งระดมความช่วยเหลือเร่งด่วนด้านมนุษยธรรมแก่พี่น้องชาวกาซ่า “ ประธานมูลนิธิฯ กล่าวเพิ่มเติม

มูลนิธิเรือนร่างเดียวกันและภาคีพันธมิตรได้จัดโครงการในลักษณะนี้มาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกจัดขึ้นที่อาเซี่ยนมอลล์ ปัตตานี เมื่อวันเสาร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568 โดยสามารถระดมเงินบริจาคจำนวน  4,605,200 บาท ครั้งที่สองจัดขึ้นที่โรงแรมอิมพีเรียล นราธิวาส เมื่อวันเสาร์ที่ 31 พฤษภาคม 2568 สามารถระดมเงินบริจาคจำนวน 5,513,306 บาท

นอกจากนี้ ยังได้ระดมบริจาคผ่านสื่อโชเชียล เวทีบรรยายและงานพบปะต่าง ๆตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมารวมเป็นเงินทั้งสิ้น 19,637,108 บาท  (ข้อมูล ณ วันที่ 4 มิถุนายน 2568) โดยเงินจำนวนนี้ได้ส่งมอบความช่วยเหลือด้วยการจัดโครงการเร่งด่วน 12 โครงการผ่าน 3 องค์กรหลัก ในพื้นที่ที่ทำงานด้านมนุษยธรรม การฟื้นฟูและเยียวยา

ล่าสุด  #4UGAZA@YALA  ได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2568 ณ สนามโรงพิธีช้างเผือก เทศบาลนครยะลา  ด้วยพลังสามัคคีของพี่น้องในพื้นที่ผ่านมัสยิดต่าง ๆ องค์กรและหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน สมาคมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ชมรม สมาคมและบริษัทร้านค้า (หลังจากได้รับเตาฟิกและการอนุมัตจากอัลลอฮ์) มูลนิธิเรือนร่างเดียวกันสามารถระดมเงินบริจาค ณ วันที่ 22 ตุลาคม 2568 เป็นเงินจำนวน  10,018,438 บาท الحمد لله الذي بنعمته تتم الصالحات


ทีมข่าว Theustaz.com

โรงเรียนฟาฏอนีแห่งกาซ่า ความฝันที่เป็นจริง

ประธานมูนิธิเรือนร่างเดียวกัน ผศ. มัสลัน มาหะมะ กล่าวว่าหลังจากได้ทำข้อตกลงร่วมกับ iESCO ในคราวจัดงาน #4UGAZA@AseanMall, Pattani เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568 ทางมูลนิธิได้รณรงค์เพื่อระดมทุนสร้างโรงเรียนฟาฏอนีแห่งกาซ่า โดยได้รับความร่วมมือจากพี่น้องอย่างล้นหลาม จนสามารถระดมเงินบริจาคจำนวน 5 ล้านบาทครบตามเป้าที่กำหนด เพื่อเป็นงบก่อสร้างอาคารเรียนจำนวน 10 ห้อง รองรับนักเรียนได้ 300 คน

บัดนี้ มูลนิธิเรือนร่างเดียวกันได้รับรายงานจากฝ่ายรับผิดชอบในพื้นที่ว่า การก่อสร้างโรงเรียนได้สำเร็จลุล่วงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้เปิดรับนักเรียนเข้าเรียนอย่างเป็นทางการตามแผนทุกประการ โดยได้จัดพิธีเปิดโรงเรียนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568

وجزاك الله خيرا

والحمد لله رب العالمين


ทีมข่าวต่างประเทศ

IUMS เรียกร้องอียิปต์และ ชีค อัลอัซฮัรเร่งยุติการล้างเผ่าพันธุ์ในกาซา พร้อมเปิดด่านราฟะห์ด่วน

โดฮา – 19 กรกฎาคม 2025

ดร.อะลี มุฮัมมัด อัซ-ศอลลาบี เลขาธิการสหภาพฯ เตือนว่า ชาวกาซากำลังเผชิญ “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ด้วยความหิวโหย” ซึ่งเป็นการละเมิดทั้งศาสนบัญญัติและหลักมนุษยธรรมอย่างร้ายแรง โดยระบุว่า “ประชาชนอียิปต์คือผู้ที่มีพลังและบทบาทในการหยุดยั้งโศกนาฏกรรมนี้ได้”

พร้อมกันนี้ เขาได้เรียกร้องไปยัง ชีค อัลอัซฮัร ให้แสดงจุดยืนชัดเจนและออกฟัตวาห้ามการปิดล้อมและการฆ่าชาวปาเลสไตน์ด้วยการตัดเส้นทางความช่วยเหลือ โดยย้ำว่า “คำพูดจากอัลอัซฮัรมีน้ำหนักและอิทธิพลในโลกมุสลิม และถึงเวลาแล้วที่ต้องใช้เสียงนั้นเพื่อปกป้องชีวิตผู้บริสุทธิ์”

สหภาพฯ อ้างข้อมูลจากองค์กรนานาชาติที่ระบุว่า เด็กกว่า 1 ล้านคนในกาซาประสบภาวะขาดสารอาหารอย่างรุนแรง โรงพยาบาลหลายแห่งหยุดทำงาน ขณะที่อิสราเอลยังคงปิดล้อมไม่ให้ความช่วยเหลือเข้าสู่พื้นที่

ศอลลาบีย้ำว่า “การใช้ความหิวโหยเป็นอาวุธถือเป็นอาชญากรรมตามกฎหมายสากล และชาวโลกจะสนับสนุนอียิปต์หากกล้าฝ่าการปิดล้อมเพื่อยุติหายนะนี้”

#กาซากำลังตายเพราะความหิว #เปิดด่านราฟะห์ #อียิปต์

https://iumsonline.org/ar/ContentDetails.aspx?ID=39683


ทีมข่าว Theustaz.com

นักวิชาการเยเมนชื่อดังถูกกองกำลังติดอาวุธฮูธีลอบสังหาร

กองกำลังติดอาวุธฮูธีล้อมบ้านของท่านด้วยรถทหารกว่า 20 คัน ก่อนจะโจมตีด้วยอาร์พีจีและอาวุธหนัก ทำให้บ้านถูกเผา และขังคู่สามีภรรยาสูงอายุไว้ข้างใน

มีรายงานว่าการโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ชัยคฺ Saleh Hantous ปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามคำสั่งของกลุ่มฮูธีให้หยุดสอนอัลกุรอานและภาษาอาหรับให้กับเด็ก ๆ ในมัสยิดของหมู่บ้าน

พวกเขาวางระเบิดบ้านของท่าน ทำลายมัสยิดของท่าน เผาโรงเรียนสอนอัลกุรอานของท่าน และสังหารท่านอย่างเลือดเย็นต่อหน้าภรรยาของท่าน

ชัยคฺ Saleh Hantous เป็นบุคคลสำคัญทางศาสนาและการศึกษาใน Raymah ท่านใช้เวลากว่า 40 ปีในการสอนอัลกุรอานและบริหารโรงเรียนสอนอัลกุรอาน จนกระทั่งถูกปิดตัวลงโดยกองกำลังติดอาวุธฮูธี

การสังหารท่านก่อให้เกิดความโกรธแค้นและการประณามอย่างกว้างขวางทั่วโลก

Cr : Zahid Akhtar

——————

เราย่อมต้องประณามอย่างรุนแรงต่อความผิดในการสังหารชัยคฺและครอบครัวของท่าน

ส่วนหนึ่งจากแถลงการของ สหภาพนักปราชญ์โลกมุสลิม (IUMS) ที่มีต่อเหตุการณ์ในครั้งนี้

ในอิสลามบาปที่ร้ายแรงที่สุดในบรรดาบาปที่อัลลอฮ์ทรงกริ้วหลังจากชิริก คือการสังหารชีวิตอย่างอยุติธรรม ตามที่อัลลอฮ์ ﷻ ตรัสไว้ว่า

“และผู้ใดที่ฆ่าผู้ศรัทธาโดยเจตนา การตอบแทนของเขาคือนรก ซึ่งเขาจะอยู่ในนั้นชั่วนิรันดร์ และอัลลอฮ์ทรงกริ้วโกรธเขาและสาปแช่งเขา และทรงเตรียมการลงโทษครั้งใหญ่ไว้สำหรับเขา” (อัลกุรอาน 4:93)

อาชญากรรมร้ายแรงอีกประการหนึ่งได้แก่ การขัดขวางการรำลึกถึงอัลลอฮ์ในมัสยิดของพระองค์ การทำลายมัสยิด และการมุ่งเป้าที่จะทำลายล้างมัสยิด อัลลอฮ์ ﷻ ตรัสว่า:

“และใครเล่าจะเป็นผู้อธรรมยิ่งไปกว่าผู้ที่หวงห้ามบรรดามัสยิดของออัลลอฮ์ ในการที่พระนามของพระองค์จะถูกกล่าวในมัสยิดเหล่านั้น และพยายามในการทำลายมัสยิดเหล่านั้นด้วย ชนเหล่านี้แหละไม่บังควรแก่พวกเขาที่จะเข้าไปในมัสยิดเหล่านั้น นอกจากในฐานะผู้เกรงกลัวเท่านั้น และเขาเหล่านั้นจะได้รับความอัปยศในโลกนี้ และในปรโลกนั้น พวกเขาจะได้รับการลงโทษอันใหญ่หลวง” (อัลกุรอาน 2:114)

ในบริบทนี้ สหภาพนักปราชญ์โลกมุสลิม ขอประณามอย่างรุนแรงถึงอาชญากรรมร้ายแรงในการลอบสังหารชัยคฺแห่งอัลกุรอาน และผู้ก่อตั้งศูนย์อัลกุรอานในเยเมน ชัยคฺ Saleh Hantous ซึ่งถูกสังหารพร้อมกับครอบครัวของท่านในการโจมตีด้วยอาวุธอย่างโหดเหี้ยม การรุกรานอันเป็นบาปนี้มุ่งเป้าไปที่สารแห่งความรู้และอัลกุรอาน ตลอดจนชีวิตและสถาบันอัลกุรอานในเยเมน

Cr: Fittree Puttawach


ทีมข่าว Theustaz.com