ประธานมูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน เข้าพบประธาน กอจ.นราธิวาส เชิญเป็นประธานเปิดงาน IFTAR #4UGAZA@TABA

1 กุมภาพันธ์ 2569

10.15 น.

โครงการดังกล่าวจะจัดขึ้น ณ ตลาดการค้าชายแดนเมืองตากใบ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนถึงความประเสริฐของเดือนรอมฎอนที่กำลังจะมาถึง พร้อมทั้งเป็นสื่อกลางในการระดมทุนจัดหาอาหารละศีลอดและช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชาวกาซ่าที่กำลังเผชิญวิกฤตขาดแคลนอาหาร ซึ่งถือเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกแห่งการแบ่งปัน การช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก และส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างสันติและเอื้ออาทร

ในการนี้ ทางมูลนิธิฯ ได้เรียนเชิญ บาบอซาฟีอี เจ๊ะเลาะ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีและ บรรยายพิเศษ ในช่วงเวลา 16.00 – 17.00 น. เพื่อให้โอวาทและแนวทางในการปฏิบัติศาสนกิจแก่ผู้เข้าร่วมงาน ซึ่งคาดว่าจะมีกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยนักเรียน ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมโครงการกว่า 1,000 คน


โดยทีมข่าว Theustaz.com

ขอแสดงความยินดีกับ นพ.อนันต์ชัย ไทยประทาน ได้รับเลือกเป็นประธานสภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี อีกสมัย

ในการนี้มูลนิธิเรือนร่างเดียวกันขอแสดงความยินดีกับ นพ.อนันต์ชัย ไทยประทาน ที่ได้รับความไว้วางใจในที่ประชุมสามัญประจำปี 2568 สภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี จากคณะกรรมการชูรอ ให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาเครือข่ายฯ (อีกสมัย) วาระปี 2569-2572

نسأل الله لنا وله التوفيق والسداد لما فيه خير للإسلام ورفعة راية المسلمين ، إنه سميع مجيب


ทีมข่าว theustaz.com

ต้อนรับคณะ DAKWAH UNLIMITED จากมาเลเซีย เปิดแคมเปญ PEDULI ACEH

16 มกราคม 2569

เวลา 09.00 น.

โดยในเบื้องต้น ทั้งสององค์กรได้มีข้อตกลงร่วมก้นในการให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ผู้ประสบมหาอุทกภัยที่อาเจะห์ ประเทศอินโดนีเซีย ที่ได้สร้างผลกระทบอย่างหนักแก่ชาวอาเจะห์

“หลายหมู่บ้านได้หายไปเพราะโดนโคลนและทรายจมทั้งหมู่บ้านพร้อมด้วยพื้นที่เกษตรกรรมจำนวนหลายพันไร่ บางหมู่บ้านดินทับเข้าไปในบ้านจนเต็มบ้าน ไม่สามารถใช้เป็นที่อยู่อาศัยต่อไป โรงเรียนศาสนาหลายแห่งต้องย้ายที่สถานเดียว เพราะสถานที่เดิมได้กลายเป็นแม่น้ำและกลายเป็นพื้นที่เสี่ยง ” นายไฟซุลกล่าว

“ พี่น้องกำลังเดือดร้อนอย่างหนัก ชาวบ้านหลายพันชีวิตยังต้องอาศัยเต้นท์ชั่วคราว มัสยิดและโรงเรียนบางแห่งเป็นที่พักอาศัย ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างล่าช้ามาก” ผอ. DU กล่าวเพิ่มเติม

#PEDULI_ACEH

#เราไม่ทิ้งกัน

#มูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน


ทีมข่าว theustaz.com

ร่วมแสดงความยินดีกับผู้ว่าฯยะลาคนใหม่

คณะผู้บริหารมูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน นำโดย ผศ. มัสลัน มาหะมะ ประธานมูลนิธิฯ ร่วมแสดงความยินดีกับผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาคนใหม่ “ก้องสกุล จันทราช” เดินหน้านโยบาย “คนยะลาคือครอบครัว” มุ่งสู่สันติสุขจังหวัด

วันนี้ (16 ธันวาคม 2568 เวลา 07.00 น.) ผศ.มัสลัน มาหะมะ และคณะผู้บริหาร ร่วมแสดงความยินดีและมอบกระเช้าแด่ นายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ หลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำรงตำแหน่ง เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2568

ท่านผู้ว่ายะลาให้เกียรติเปิดจวนผู้ว่า ฯเพื่อต้อนรับคณะท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง โอกาสนี้ นายก้องสกุล จันทราช ได้กล่าวขอบคุณมูลนิธิเรือนร่างเดียวกันที่ร่วมแสดงความยินดี พร้อมชูแนวนโยบายสำคัญในการทำงาน โดยให้ความสำคัญ 2 ประการ ได้แก่ “คนยะลาคือคนในครอบครัว” และ “ยึดหลักการให้บริการประชาชนด้วยความเป็นมิตร” ดูแลกันอย่างพี่น้อง การทำงานแบบบูรณาการร่วมกับทุกหน่วยงาน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนจังหวัด แก้ไขปัญหา และสร้างความสงบสุขอย่างยั่งยืน

ประวัติและเส้นทางการทำงานของผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา

ชื่อ: นายก้องสกุล จันทราช

 เกิด: 26 ตุลาคม 2508

  ภูมิลำเนา: จังหวัดนราธิวาส

  เริ่มรับราชการ: 24 สิงหาคม 2535

  วุฒิการศึกษา  นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง (2532)

   การบริหารการพัฒนาสังคมมหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) (2560)

ตำแหน่งสำคัญที่ผ่านมา

 13 ม.ค. 2568 — รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา

 16 ธ.ค. 2565 — รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง

 7 มี.ค. 2565 — รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา

 24 พ.ค. 2564 — ปลัดจังหวัดยะลา

 24 พ.ย. 2563 — ปลัดจังหวัดนราธิวาส

 20 ก.ค. 2563 — ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการ ศอ.บต.

 15 พ.ย. 2561 — นายอำเภอเมืองสตูล

 9 พ.ย. 2558 — นายอำเภอเมืองยะลา

ในช่วงท้าย นายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้ฝากข้อคิดและมอบหลักการทำงานในการทำงานภาคเอกชนโดยให้มุ่งเน้นเรื่องการปฏิบัติภารกิจอย่างโปร่งใส มีความจริงใจและจิตสาธารณะที่แท้จริง การพบปะครั้งนี้ปิดท้ายด้วยดุอาให้อัลลอฮ์ทรงดลบันดาลความถูกต้องและความเที่ยงตรงแก่ท่านผู้ว่าฯ ยะลาคนใหม่ในการบริหารราชการอันนำมาซึ่งสันติสุข สันติภาพที่ยั่งยืนตลอดไป


ทีมข่าว theustaz.com

สานต่อความหวัง: ดูแลเด็กกำพร้ากาซ่าต่อเนื่อง 12 เดือน

ความสำเร็จในครั้งนี้ -หลังจากได้รับเตาฟิกจากอัลลอฮ์ – เกิดจากการรวมพลังของเครือข่ายภาคี โดยงบประมาณส่วนหนึ่งจำนวน 593,500 บาท ได้รับการสมทบทุนจาก สภาความร่วมมือองค์กรสตรีมุสลิมเพื่อสันติภาพ (สอส.) ซึ่งนำโดย ผศ. ซอลีฮะห์ หะยีสะมะแอ

การส่งมอบความช่วยเหลือในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในเชิงวัตถุเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความห่วงใยและสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นจากพี่น้องชาวไทยที่ส่งผ่านไปยังชาวกาซ่า ภายใต้หลักการ “เรือนร่างเดียวกัน” ที่จะไม่ทอดทิ้งกันในยามวิกฤต


บริจาคอย่างต่อเนื่องได้ที่

ธนาคารอิสลาม

054-1-30696-0

ชื่อบัญชี : กองทุนกาซ่าเพื่อเด็กกำพร้า

ทีมข่าว theustaz.com

ภารกิจอธิการบดีมฟน. ณ กรุงริยาด ซาอุดีอาระเบีย

มหาวิทยาลัยฟาฏอนีขอแสดงความยินดีอย่างยิ่ง เนื่องในโอกาสที่ อธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาฏอนี ได้รับเกียรติสูงสุดให้ร่วมปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในการคัดเลือกผู้สมควรได้รับ “รางวัลกษัตริย์ไฟศ็อล (King Faisal Prize)” ประจำปี ค.ศ. 2026 ซึ่งเป็นรางวัลระดับนานาชาติอันทรงเกียรติ และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในแวดวงวิชาการและสังคมมุสลิมทั่วโลก

การประชุมคณะกรรมการคัดเลือกครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้กรอบ รางวัลกษัตริย์ไฟศ็อล ครั้งที่ 48 โดยมี สมเด็จพระราชกุมาร ตุรกี บิน ไฟศ็อล ประธานคณะกรรมการบริหารศูนย์กษัตริย์ไฟศ็อลเพื่อการวิจัยและการศึกษาอิสลาม ทรงเป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาคัดเลือกผู้ได้รับรางวัล สาขาบริการอิสลาม ประจำปี ค.ศ. 2026

การพิจารณาดังกล่าวมีนักวิชาการ ผู้นำศาสนา และผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายประเทศเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง โดยยึดหลักเกณฑ์ทางวิชาการที่เข้มงวด โปร่งใส และรอบคอบ เพื่อคัดเลือกบุคคลหรือสถาบันที่มีผลงานโดดเด่น สร้างคุณูปการอย่างเป็นรูปธรรมต่ออิสลาม มุสลิม และสังคมมนุษยชาติ

การได้รับความไว้วางใจให้ร่วมทำหน้าที่ในคณะกรรมการคัดเลือกระดับนานาชาติครั้งนี้ สะท้อนถึง ความเชื่อมั่นในบทบาททางวิชาการ ความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ด้านการศึกษาอิสลามของอธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาฏอนี อีกทั้งยังเป็นการยกระดับภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยฟาฏอนีในเวทีโลก และตอกย้ำบทบาทของสถาบันการศึกษาอิสลามจากประเทศไทยในการมีส่วนร่วมส่งเสริมคุณค่าทางวิชาการ จริยธรรม และการรับใช้อิสลามและมนุษยชาติ

ทั้งนี้ รางวัลกษัตริย์ไฟศ็อล ประจำปี ค.ศ. 2026 จะมีการประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัลครบทั้ง 5 สาขา ได้แก่

บริการอิสลาม

การศึกษาอิสลาม

ภาษาอาหรับและวรรณกรรม

การแพทย์

วิทยาศาสตร์

ในพิธีประกาศผลซึ่งจะจัดขึ้น ณ หอประชุมเจ้าชายสุลต่านใหญ่ ศูนย์อัลไฟศอลียะฮ์ กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยจะมีนักวิชาการ ปัญญาชน และสื่อมวลชนจากนานาประเทศเข้าร่วม พร้อมถ่ายทอดสดผ่านเว็บไซต์ทางการและแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ของรางวัลกษัตริย์ไฟศ็อล

ศูนย์กษัตริย์ไฟศ็อลเพื่อการวิจัยและการศึกษาอิสลาม ได้ประกาศผลผู้ได้รับ รางวัลกษัตริย์ไฟศ็อล (King Faisal Prize) ประจำปี ค.ศ. 2026 อย่างเป็นทางการ ครบทั้ง 5 สาขา ภายใต้การอุปถัมภ์ของ เจ้าชายตุรกี อัลไฟศ็อล ประธานคณะกรรมการบริหารศูนย์กษัตริย์ไฟศ็อลฯ

ดร.อับดุลอะซีซ อัสสุบัยย์ เลขาธิการรางวัลกษัตริย์ไฟศ็อล เปิดเผยว่า คณะกรรมการคัดเลือกในแต่ละสาขาได้จัดการประชุมอย่างต่อเนื่อง พิจารณาผลงานที่ได้รับการเสนอชื่ออย่างรอบคอบ พร้อมศึกษารายงานจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้ประเมินอิสระ ก่อนมีมติเอกฉันท์มอบรางวัลแก่ผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและสร้างคุณูปการอย่างโดดเด่นในแต่ละสาขา

🔹 สาขาที่ 1 : บริการอิสลาม

คณะกรรมการมีมติมอบรางวัล ร่วมกัน แก่

เชคอับดุลลาฏีฟ บิน อะห์มัด อัลเฟาซาน (ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย)

ศาสตราจารย์ ดร.มุฮัมมัด มุฮัมมัด อบูมูซา (สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์)

เชคอับดุลลาฏีฟ อัลเฟาซาน ได้รับการยกย่องจากบทบาทด้านการกุศลเชิงระบบ โดยเฉพาะการก่อตั้ง “วะกัฟอัจวาด” เพื่อขับเคลื่อนโครงการมนุษยธรรม การสร้างมัสยิด ศูนย์อิสลาม โรงเรียน บ่อน้ำ และที่พักนักศึกษาในหลายประเทศ ตลอดจนการจัดตั้งศูนย์สำหรับสตรี เด็ก และผู้มีความต้องการพิเศษ รวมถึงการก่อตั้งรางวัลสถาปัตยกรรมมัสยิดระดับโลก และสารานุกรมดิจิทัลด้านสถาปัตยกรรมมัสยิด

ขณะที่ ศาสตราจารย์ ดร.มุฮัมมัด อบูมูซา ได้รับรางวัลจากผลงานทางวิชาการด้านภาษาอาหรับและวาทศิลป์ โดยเฉพาะการอธิบายความอัศจรรย์ของอัลกุรอาน การประพันธ์หนังสือมากกว่า 30 เล่ม การเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งคณะนักปราชญ์อัลอัซฮัร และการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เยาวชนมุสลิมอย่างต่อเนื่อง

🔹 สาขาที่ 2 : การศึกษาอิสลาม

หัวข้อ “เส้นทางการค้าในโลกอิสลาม”

มอบรางวัล ร่วมกัน แก่

ศาสตราจารย์ ดร.อับดุลฮะมีด ฮุเซน ฮะมูดะฮ์ (อียิปต์)

ศาสตราจารย์ ดร.มุฮัมมัด วะฮีบ ฮุเซน (จอร์แดน)

ทั้งสองท่านได้รับการยกย่องจากผลงานวิจัยเชิงลึกด้านเส้นทางการค้าทางบกและทางทะเลในโลกอิสลาม ที่ผสานองค์ความรู้ทางประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และโบราณคดี ควบคู่การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นระบบ

🔹 สาขาที่ 3 : ภาษาอาหรับและวรรณกรรม

มอบรางวัลแก่ ศาสตราจารย์ ปีแยร์ ลาร์เชต์ (ฝรั่งเศส) จากผลงานด้านการแปลและวิเคราะห์วรรณกรรมอาหรับคลาสสิกเป็นภาษาฝรั่งเศส ด้วยระเบียบวิธีทางวิชาการที่มีคุณภาพและได้รับการยอมรับในระดับสากล

🔹 สาขาที่ 4 : การแพทย์

มอบรางวัลแก่ ศาสตราจารย์ สเว็ตลานา มอยซอฟ (สหรัฐอเมริกา) จากการค้นพบเปปไทด์ GLP-1 ซึ่งนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมการรักษาโรคเบาหวานและโรคอ้วน สร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างยิ่งต่อวงการแพทย์โลก

🔹 สาขาที่ 5 : วิทยาศาสตร์

หัวข้อ “คณิตศาสตร์”

มอบรางวัลแก่ ศาสตราจารย์ คาร์ลอส เคอนิก (สหรัฐอเมริกา) จากผลงานการวิเคราะห์ทางคณิตศาสตร์ขั้นสูง ที่ช่วยยกระดับความเข้าใจสมการเชิงอนุพันธ์ไม่เชิงเส้น และเปิดมิติใหม่ของการประยุกต์ใช้ทางวิทยาศาสตร์

ในโอกาสนี้ สำนักงานเลขาธิการรางวัลกษัตริย์ไฟศ็อล ขอแสดงความยินดีอย่างยิ่งแก่ผู้ได้รับรางวัลทุกท่าน พร้อมขอบคุณคณะกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ประเมินผลงาน ตลอดจนสถาบันการศึกษา องค์กรวิชาการ และสื่อมวลชน ที่มีส่วนร่วมสนับสนุนและเผยแพร่คุณค่าของรางวัลอันทรงเกียรตินี้สู่สังคมโลก

พิธีดังกล่าวมี รองศาสตราจารย์ ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา อธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาฏอนี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ดร.ตัรมีซี วาเเตลี ผู้อำนวยการศูนย์อัลวะสะฏียะฮ์ และหัวหน้าสาขาอัลกุรอานและซุนนะฮ์ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี ในฐานะประธานการดำเนินงาน โดยมีที่ปรึกษาอธิการบดี ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ และแขกผู้มีเกียรติจากหลากหลายสถาบันเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน

การมอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อ ยกย่องและเชิดชูเกียรติผลงานอันโดดเด่นของศาสตราจารย์ ดร.อับดุลลอฮฺ อัลมุฏลัก ในฐานะนักวิชาการด้านกฎหมายอิสลามระดับนานาชาติ ผู้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาองค์ความรู้ทางวิชาการ การเผยแผ่อิสลาม ตลอดจนการสนับสนุนกิจการด้านวิชาการของมหาวิทยาลัยฟาฏอนีอย่างต่อเนื่องและยาวนาน

พิธีดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยฟาฏอนีกับนักวิชาการและสถาบันชั้นนำในโลกมุสลิม สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยฟาฏอนีในเวทีการศึกษาระดับนานาชาติ และเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการศึกษาศาสนาอิสลามอย่างยั่งยืน

การเข้าพบในครั้งนี้เป็นไปด้วยบรรยากาศแห่งมิตรภาพ ความเคารพ และความร่วมมือทางวิชาการ โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาการศึกษาอิสลามในระดับอุดมศึกษา การส่งเสริมงานวิจัยเชิงวิชาการ ตลอดจนแนวทางการสร้างความร่วมมือระหว่างสถาบันในระดับนานาชาติ อาทิ การแลกเปลี่ยนนักศึกษาและคณาจารย์ การพัฒนาหลักสูตรร่วม และการจัดกิจกรรมทางวิชาการที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมมุสลิมในภูมิภาคต่าง ๆ ของโลก

ในโอกาสนี้ อธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาฏอนีได้แสดงความขอบคุณต่อการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากผู้บริหารมหาวิทยาลัยอิหม่ามมุฮัมมัด บิน ซะอูด อิสลามียะฮ์ พร้อมย้ำถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยฟาฏอนีในการยกระดับคุณภาพการศึกษาอิสลาม ควบคู่กับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำของโลกอิสลาม เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจด้านวิชาการ การเผยแผ่ศาสนา และการรับใช้สังคมอย่างยั่งยืน

การเยี่ยมคารวะและการหารือครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองสถาบัน และเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาความร่วมมือทางวิชาการอย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต

การเข้าพบเป็นไปในบรรยากาศแห่งความร่วมมือ โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือแนวทางการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการศึกษาและการพัฒนา เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการดำเนินงานเพื่อสังคมในระดับนานาชาติ

ในโอกาสนี้ อธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาฏอนีได้แนะนำบทบาทและพันธกิจของมหาวิทยาลัยในการจัดการศึกษาอิสลามควบคู่กับศาสตร์สมัยใหม่ พร้อมย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อการพัฒนาเยาวชนและการรับใช้สังคมอย่างยั่งยืน

การพบปะครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัยฟาฏอนีและองค์การยุวมุสลิมโลก และเป็นพื้นฐานสู่ความร่วมมือทางวิชาการในอนาคต

การเยี่ยมชมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเรียนรู้แนวทางการดำเนินงานด้านมนุษยธรรม การบรรเทาทุกข์ และการพัฒนาสังคมในระดับนานาชาติ พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาทของสถาบันการศึกษาในการสนับสนุนงานด้านมนุษยธรรม รวมถึงแนวทางความร่วมมือทางวิชาการและกิจกรรมเพื่อสังคมในอนาคต

การพบปะดังกล่าวนับเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัยฟาฏอนีกับองค์กรด้านมนุษยธรรมระดับนานาชาติ เพื่อการบูรณาการองค์ความรู้กับการรับใช้สังคมอย่างยั่งยืน


ที่มาข่าว : Fatoni University มหาวิทยาลัยฟาฏอนี 

https://www.facebook.com/FTUofficial?locale=th_TH

โดยทีมข่าว Theustaz.com

มูลนิธิเรือนร่างเดียวกันร่วมอบมรมเชิงปฏิบัติการระดับนานาชาติ ณ จาการ์ตา

การอบรมในครั้งนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างผู้นำในงานอาสาสมัครและองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรโดยเฉพาะ แบ่งออกเป็น 3 หัวข้อหลัก

หัวข้อที่ 1: การบริหารจัดการการระดมทุน (Fundraising Management)

หัวข้อที่ 2: การจัดการความเป็นผู้นำ (Leadership Management)

หัวข้อที่ 3: การบริหารจัดการโครงการ (Project Management)

โดยได้รับเกียรติจาก Shariq A. Siddiqui, JD PH.D ผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านวิชาการกุศลและผู้อำนวยการ Muslim Philanthropy Initiative จาก Indiana University USA มาเป็นวิทยากรหลักในการถ่ายทอดประสบการณ์

สิทธิประโยชน์ที่ผู้เข้าร่วมอมรมจะได้รับสิทธิพิเศษจากการอบรมครั้งนี้

  1. ประกาศนียบัตร รับรองโดย Indiana University สหรัฐอเมริกา
  2. ทุนการศึกษา สิทธิ์ในการสมัครรับทุนการศึกษาลดหย่อนค่าเล่าเรียนสูงสุด 50% จาก Indiana University

ทีมข่าว theustaz.com

#เราไม่ทิ้งกัน_2025

20 ธันวาคม 2568

#เราไม่ทิ้งกัน

จากสถานการณ์น้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องในพื้นที่ภาคใต้ 2025 ที่ผ่านมา มูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน ร่วมกับ International Aid Campaign จากประเทศมัลดีฟได้เร่งลงพื้นที่มอบถุงยังชีพจำนวน 270 ชุด เพื่อเยียวยาและให้กำลังใจผู้ได้รับผลกระทบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามจุดต่าง ๆ ดังนี้

 1. จังหวัดยะลาแจกจ่ายที่อิสลามิคเซ็นเตอร์ ศปง. ยะลา จำนวน 70 ชุด

 2. จังหวัดปัตตานีแจกจ่ายที่มัสยิดคอดียะห์ โสร่งปาแดตือเบาะ ต. เขาตูม อ. ยะรัง จ. ปัตตานี และโรงเรียนสามารถดี อ. สายบุรี จ. ปัตตานี จำนวน 100 ชุด

 3. จังหวัดนราธิวาสแจกจ่ายที่มัสยิดบ้านบือเระ ต. บาเระใต้ อ. บาเจาะ และบ้านลาโละ อ. รือเสาะ จ. นราธิวาส จำนวน 100 ชุด

ถุงยังชีพในแต่ละชุดประกอบด้วย ข้าวสาร 5 กก. น้ำมันพืช 1 ขวด น้ำตาลทราย 1 กก. ปลาซาร์ดีนตราสามแม่ครัว 5 กระป๋อง เงินสด 200 บาทโดยสิ่งของเหล่านี้ ถูกบรรจุในถังพลาสติกปิดฝาอย่างสวยงาม

พวกเราขอเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อความช่วยเหลือเพื่อมนุษยธรรม และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

default
default

https://www.facebook.com/reel/813337358367618

#อุทกภัย2025

#มูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน #International_Aid_Campaign

#ช่วยเหลือผู้ประสบภัย

#ยะลา

#ปัตตานี

#นราธิวาส

#เราไม่ทิ้งกัน


ทีมข่าว theustaz.com

รายงานความช่วยเหลือจากคนในพื้นที่ (2)

วันดำเนินการ 6 พฤศจิกายน 2568

จำนวนครอบครัวที่ได้รับประโยชน์ : 1,000 ครอบครัว

ส่วนประกอบของถุงยังชีพ : ข้าว – น้ำตาล – เกลือ – ถั่ว – เส้นพาสต้า 800 กรัม – น้ำมันพืช – กระป๋องถั่ว – กระป๋องเนื้อ – กระป๋องซอสงาบด- กระป๋องเนย – กระป๋องข้าวโพด

Dr. Sharif Abushamala ประธานมูลนิธิอัลกุดส์ ได้กล่าวรายงานผลการดำเนินงานในส่วนที่ 3 ว่า

“ด้วยการบริจาคของชาวมือบนชาวไทย ผ่านมูลนิธิเรือนร่างเดียวกัน (หลังจากการได้รับอนุมัติจากอัลลอฮ์) เราได้ดำเนินการโครงการ “การแจกจ่ายถุงยังชีพแก่ครอบครัวผู้พลัดถิ่นและผู้ได้รับผลกระทบจากสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” ในเขตฉนวนกาซาและฉนวนกาซาเหนือ โดยมีผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ 1,000 ครอบครัว หรือประมาณ 7,000 – 8,000 คน”

“ถุงยังชีพแต่ละถุงประกอบด้วยอาหารสำคัญสำหรับครอบครัวชาวปาเลสไตน์ เช่น ข้าว น้ำตาล น้ำมันพืช เนย เนื้อกระป๋อง ถั่ว เส้นพาสต้า กระป๋องถั่ว ซอสงา ชีส และเกลือ ซึ่งแต่ละครอบครัวที่มีสมาชิก 5-8 คน สามารถบริโภคได้ 10-14 วัน ”

“โครงการนี้เกิดขึ้นในระยะเวลาการฟื้นฟูจากผลกระทบของสงครามที่ส่งผลต่อวิถีชีวิตของประชาชนทุกด้านในฉนวนกาซา ในนามของพี่น้องของเราในฉนวนกาซา เราขอขอบคุณและชื่นชมทุกท่านที่ได้บริจาคและร่วมมือกับเรา และเราจะพูดเหมือนที่ท่านศาสดาของเราสอนเราว่า ขอให้อัลลอฮ์ตอบแทนคุณด้วยความดีงาม”

มูลนิธิเรือนร่างเดียวกันได้มอบเงินความช่วยเหลือแก่มูลนิธิอัลกุดส์จัดโครงการเร่งด่วนแก่ชาวกาซ่าจำนวนเงินทั้งสิ้น 3,000,000 บาท ซึ่งมูลนิธิอัลกุดส์ได้จัดสรรงบประมาณจัดโครงการย่อย 3 โครงการ คือ 1) โครงการซื้อเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าที่โรงพยาบาลอัลวาฟา 2) โครงการซื้อน้ำดื่ม ซึ่งทั้งสองโครงการได้ดำเนินการแล้ว ( ดู รายงานความช่วยเหลือจากพื้นที่ (1) https://www.theustaz.com/?p=8200) 3) โครงการแจกถุงยังชีพ ซึ่งได้ดำเนินโครงการแล้วเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

الحمد لله الذي بنعمته تتم الصالحات


ทีมข่าว theustaz.com

รายงานความช่วยเหลือจากพื้นที่ (1)

#4UGAZA 13th

หลังจากเราได้รับมอบเงินบริจาคจำนวน 3 ล้านบาทจากมูลนิธิเรือนร่างเดียวกันในวันที่   25 ตุลาคม 2568  เราได้ทำข้อตกลงว่าจะจัดสรรงบประมาณนี้เพื่อดำเนินโครงการใน 3 โครงการย่อย ดังนี้

            1.         ซื้อเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าและอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่ AL-Wafa Hospital

            2.         โครงการซื้อน้ำดื่ม

            3.         โครงการแจกถุงยังชีพ

ในเบื้องต้นมูลนิธิฯ ได้ซื้อเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าให้แก่โรงพยาบาลอัลวาฟา เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าที่ห้องผู้ป่วยฉุกเฉินซึ่งมีผู้ป่วยและผู้รับบาดเจ็บหลายร้อยคนกำลังรอคอยความช่วยเหลืออยู่ โดยเครื่องผลิตออกซิเจนและอุปกรณ์การแพทย์อื่น ๆ ต้องการกระแสไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก แต่โรงพยาบาลยังขาดแคลนอุปกรณ์เหล่านี้และที่มีอยู่ก็ใช้งานไม่ได้

“ถึงแม้ราคาอุปกรณ์ทางการแพทย์ดังกล่าวจะมีราคาเพิ่มสูงถึง 10 เท่าหากเทียบกับราคาก่อนสงคราม แต่เราจำเป็นต้องซื้อ เช่นเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้า ก่อนสงครามเราสามารถซื้อได้ในราคาเพียง 300 ดอลลาร์แต่ปัจจุบันราคาสูงถึง 3,000 ดอลลาร์” ดร. ชารีฟกล่าว

ส่วนโครงการที่ 2 โครงการซื้อน้ำดื่ม ทั้งนี้เนื่องจากปัจจุบันชาวกาซ่ากำลังประสบภาวะขาดแคลนน้ำดื่มขั้นวิกฤต ในขณะที่อิสลามสอนว่า การบริจาคทานที่ประเสริฐที่สุดคือการบริจาคน้ำดื่ม (นัยหะดีษรายงานโดยนะซาอีย์/3664,อะบูดาวูด/1681) เราจึงมุ่งมั่นจัดโครงการนี้  ซึ่งในวันศุกร์ ที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา เราสามารถซื้อน้ำบริสุทธิ์จำนวน 150,000 ลิตร และแจกจ่ายให้ชาวกาซ่าจำนวน 250,000 คน โดยแต่ละคนสามารถรับน้ำดื่มได้เฉลี่ยคนละ 6 ลิตรเพื่อบริโภคในระยะเวลา 2-3 วัน

ดร.ชารีฟอธิบายเพิ่มเติมว่า ชาวกาซ่าต้องการน้ำดื่มวันละ 7 ล้านลิตร แต่ปัจจุบันพวกเขาได้รับเพียงวันละไม่เกิน 5 แสนลิตรเท่านั้น

ส่วนโครงการแจกถุงยังชีพ มูลนิธิอัลกุดส์จะดำเนินการในระยะเวลาอันใกล้นี้และจะรายงานให้ทราบเป็นระยะ ๆ ต่อไป

الحمد لله الذي بنعمته تتم الصالحات


ทีมข่าว theustaz.com