การเอื้อเฟื้อที่ชั่วร้ายที่สุด

อิบนุตัยมียะฮ์ เราะฮิมะฮุลลอฮ์กล่าวว่า
การเอื้ออาทรที่ชั่วร้ายที่สุดคือ การเอื้อเฟื้อที่ท่านได้มอบผลบุญความดีงามของท่านให้แก่คนอื่นในวันกิยามะฮ์ ด้วยการนินทา ใส่ไคล้ จาบจ้วง ให้ร้าย ด่าทอ สาปแช่งคนอื่น หรือพูดง่ายๆคือ อันธพาล

——————
จงระวังการเอื้อเฟื้อประเภทนี้
แอดมินจำได้ว่า เริ่มแรกที่เป็นครูโรงเรียนประถมที่ Sekolah Rendah Hira’, Klang, Selangor เมื่อ 25 ปีที่แล้ว นักเรียนชอบมาฟ้องว่าตนถูกเพื่อน Bully หรือบอกว่าคนนั้นชอบ Bully เพื่อน อาศัยที่เป็นคนบ้านนอกเข้ากรุงใหม่ๆ จึงไม่เข้าใจคำนี้ เลยถามเพื่อนครูแบบเขินๆว่า Bully คืออะไร ซึ่งเพื่อนก็อธิบายด้วยดี
หลังจากนั้น ก็ไม่เคยได้ยินคำนี้อีกเลย จนกระทั่งมีกระแสในโลกโชเชี่ยลปัจจุบัน
—————
นบีได้พูดถึงคนที่ชอบระรานและใส่ร้ายคนอื่นว่าเป็นคนที่ล้มละลายตัวจริง เพราะในวันอาคิเราะฮ์ ความดีของเขาที่สะสมมาทั้งชีวิต จะถูกถ่ายโอนไปยังคนที่เขาเคยทำร้ายด้วยวาจาและการกระทำเพื่อไถ่บาป หากยังไม่เพียงพอ อัลลอฮ์จะถ่ายโอนบาปของคนที่เขาเคยทำร้ายมาให้เขา จนกระทั่งจากที่เขาเคยเป็นคนที่มีความดีมากมาย กลับกลายเป็นคนที่เต็มไปด้วยบาป จนกระทั่งเขาถูกตัดสินให้เข้านรก نعوذ بالله من ذلك
นี่คืออันตรายของ Bully

ยิ่งในตอนนี้ เราสามารถ Bully ผู้คน โดยที่เหยื่อแทบไม่มีโอกาสรู้จักเราด้วยซ้ำ
ยุคโซเชี่ยล ทำให้คนๆหนึ่งกร่างเมื่ออยู่คนเดียวหน้าจอ แต่ดูสุขุมคัมภีรภาพเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้คน
————

บางคนหาญกล้า Bully อุละมาอฺที่เสียชีวิตไปแล้วร้อยๆปีด้วยผลงานอันมากมาย แต่เรากลับ Bully พวกเขาด้วยความญาฮิลของเรา
เรา Bully คนเดียวหน้าจอก็จริง
แต่คิดว่า จะรอดหรือ


โดย Mazlan Muhammad

ต้องรู้สัจธรรมและอยู่เคียงข้างผู้ยืนหยัดบนสัจธรรมด้วย

ต้องรู้สัจธรรมและอยู่เคียงข้างผู้ยืนหยัดบนสัจธรรมด้วย

ถึงแม้นายเคมาล อะต้าร์เตอร์กจะทำลายประชาชาติอิสลามจนแหลกลาญ สถาปนาลัทธิเคมาลิสต์ผู้คลั่งไคล้ในชาติพันธุ์และชื่นชมทุกอย่างที่ไม่ใช่คำสอนอิสลาม

ถึงแม้นายญะม้าล นัสเซอร์แห่งอิยิปต์ หะบี้บบูรกีบาห์แห่งตูนีเซีย กัดดาฟีแห่งลิเบีย จะกดขี่ประชาชนของตนเองและสร้างประเทศชาติเสมือนไร่นาหรือบริษัทส่วนตัว จนนำพาสังคมดำดิ่งลงในนรกบนดินอันแสนสาหัส ท่ามกลางความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากร

ถึงแม้นายบัชชาร์จะสังหารประชาชนผู้บริสุทธิ์ชาวซีเรียนับล้านคนนานต่อเนื่องเป็นสิบๆปี ขับไล่ผู้คนออกจากบ้านเรือนนับสิบล้าน จนกระทั่งชาวซีเรียต้องกระเสือกกระสนระเหเร่ร่อนไปทั่วทุกมุมโลก ซีเรียที่อุดมสมบูรณ์กลายเป็นดินแดนมิคสัญญี

ถึงแม้นายโคมัยนีและสมุนในลัทธิของเขาได้สร้างนรกอเวจีให้กับโลกมุสลิมอย่างทนทุกข์ทรมานและโหดร้ายที่สุดชนิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์แม้กระทั่งความป่าเถื่อนของมองโกล

ถึงแม้นายยัสเซอร์ อะรอฟัตจะเป็นผู้นำต่อสู้กับยิว จนกระทั่งแผ่นดินปาเลสไตน์ถูกกลืนกินครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งเขาเสียชีวิตและฝากทายาทที่นับถือบาไฮอย่างมะห์มูด อับบาสสืบสานเจตนารมณ์ทำสงครามมวยปล้ำกับยิวอย่างแข็งขันมาโดยตลอด

แม้กระทั่งนายซีซีย์ใช้ความบ้าระห่ำเข่นฆ่าหนุ่มสาวและประชาชนผู้บริสุทธิ์ชาวอิยิปต์พร้อมเปลี่ยนโฉมให้อิยิปต์ทั้งประเทศประสบภาวะฝืดเคืองทางเศรษฐกิจและผลผลิตยิ่งกว่าภาวะฝนแล้งยุคนบียูซุฟ อะลัยฮิสสลาม

แม้กระทั่งนายพลเฒ่าฮัฟตาร์แห่งลิเบียจะยอมลดตัวเองเป็นสุนัขรับใช้ตะวันตกเพื่อก่อกบฏรัฐบาลอันชอบธรรมที่ได้รับการยอมรับจากประชาชนและสหประชาชาติ จนทำให้ลิเบียลุกเป็นไฟและกลายเป็นประเทศไร้ขื่อแป

ถึงแม้บรรดาผู้นำหุ่นเชิดเหล่านี้จะถูกปลุกเสกเพื่อปฏิบัติภารกิจชั่วตามยุคสมัยเพื่อสกัดกั้นและเด็ดปีกของประชาชาติอิสลาม

ถึงกระนั้นก็ตาม ท่านจะไม่พบงานเขียนใดๆที่เผยแพร่และเปิดโปงความชั่วร้ายของบุคคลเหล่านี้ ยกเว้นจะถูกซุกซ่อนบนชั้นวางหนังสือของผู้รักในอิสลามเท่านั้น

แม้กระทั่งผู้ที่อ้างว่ามีอะกีดะฮ์ที่ถูกต้อง ก็ดูเหมือนไม่ค่อยสนใจขุดคุ้ยเรื่องราวของผู้นำหุ่นเชิดเหล่านี้มากนัก แต่สิ่งเดียวที่เป็นความทุ่มเทของพวกเขาคือศึกษารายละเอียดความผิดพลาดและข้อบกพร่องของผู้นำนักฟื้นฟูอิสลามอย่าง หะซัน อัลบันนา , อัลเมาดูดีย์ , ซัยยิด กุฏุบ ถึงแม้พวกเขาได้จากไปนับสิบๆปีและทิ้งผลงานอันมากมายต่อโลกอิสลามก็ตาม

ปัจจุบัน เชค ดร. ยูซุฟ อัลเกาะเราะฏอวีย์และลูกศิษย์ของเขา ก็จะกลายเป็นเหยื่อปากกาของพวกเขาที่จะเชือดเฉือน ใส่ร้ายและฟิตนะฮ์ทุกรูปแบบ จนกระทั่งผู้คนจะจดจำขึ้นสมองว่า บรรดานักฟื้นฟูอิสลามเหล่านี้มีอะกีดะฮ์ที่บิดเบือน เป็นผู้หลงผิดและทำให้ผู้คนหลงตาม พร้อมลืมเลือนพิพิธภัณฑ์แห่งความชั่วร้ายที่บรรดาผู้นำหุ่นเชิดสร้างมา

หลังจากนี้อีกสัก 20-30 ปี อนุชนอิสลามจะรับรู้ว่า ผู้นำอย่าง ดร. มุรซีย์แห่งอิยิปต์ แอร์โดอานแห่งตุรกี แม้กระทั่งแกนนำหะมาสที่ปาเลสไตน์ จะกลายเป็นบุคคลที่มีอะกีดะฮ์ผิดเพี้ยน เป็นสมุนรับใช้ยิว คนทรยศขายชาติและเป็นศัตรูอิสลาม

เหมือนที่ในขณะนี้ เยาวชนบางส่วนได้จดจำและเรียนรู้เรื่องราวของหะซันอัลบันนา อัลเมาดูดีย์และซัยยิดกุฏบว่าเป็นผู้มีอะกีดะฮ์ที่ลุ่มหลงและนำพาคนอื่นให้หลงตาม

สัจธรรมไม่ใช่ได้มาเพราะการแอบอ้าง แต่ต้องเรียนรู้ผู้นำพาสัจธรรมและเคียงคู่กับผู้ยืนหยัดในสัจธรรมด้วยครับ
اللهم اهدنا الصراط المستقيم صراط الذين أنعمت عليهم من النبيين والصديقين والشهداء والصالحين وحسن أولئك رفيقا آمين يا رب


เขียคโดย Mazlan Muhammad

หะซัน บันนา กิ่งก้านอันงดงามของต้นอมตะนิรันดร์

● ยินดีกับหนึ่งกิ่งก้านอันอวบอ้วนสมบูรณ์ของต้นอมตะนิรันดร์

[ … การสังหารคนดีๆในโลกนี้ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย

อัลลอฮ์ลิขิต เจตนาให้คนเถื่อนสังหารบรรดานบีของพระองค์ในอดีตกาลที่ผ่านมา

เขาเหล่านั้นถูกเชือดฆ่า
ทั้งๆที่กำลังดำเนินภารกิจดะวะฮ์เรียกร้องสู่ศาสนาของพระองค์

การพบจุดจบเช่นนี้ในขณะปกป้องภารกิจไม่ให้ถูกทำลาย
เป็นสิ่งสลักสำคัญละหรือ
ผู้ใดแสวงหาสิ่งมีค่าก็ต้องกล้าเสี่ยง

โลกนี้ด้อยค่าจริง ณ อัลลอฮ์
เห็นได้จากการที่พระองค์ปล่อยให้ฝูงสุนัขผู้ละเมิดทุกกฎเกณฑ์ได้อยู่อย่างอิ่มหนำสำราญ

แต่ปล่อยให้ผู้นำพาสาส์นของพระองค์ถูกกระทำอย่างอดสู

องค์อภิบาลปฏิเสธที่จะให้บุคคลผู้ประเสริฐที่พระองค์เลือกสรร ให้กลับคืนสู่พระองค์อย่างปลอดภัย ไร้บาดแผลขีดข่วนจากร่องรอยการถูกทำร้ายในโลกมายา ภายหลังจากที่ได้ปฏิบัติภารกิจของตนแล้ว

คนเลวจึงทิ่มแทงท่านอุมัรจนเสียชีวิต

คนเลวจึงเข่นฆ่าท่านอาลี

คนเลวจึงเข่นฆ่าหุซัยน์ หลานแท้ๆของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม

อาณาจักรแห่งคนเลวจึงวางแผนเข่นฆ่าหะซัน บันนา

ห่วงโซ่แห่งบรรดาวีรบุรุษชุฮาดาอ์จะทอดยาวไปทีละข้อ ตราบจนวันสิ้นโลก

ตราบเท่าที่โลกนี้ยังมีสัปประยุทธ์ระหว่างความสว่างกับความมืดมิด… ]


สรุปสาระบท غصن باسق فى شجرة الخلود
“หะซัน บันนา กิ่งก้านอันงดงามของต้นอมตะนิรันดร์”

โดยชัยค์มุฮัมมัด ฆอซาลี
ในตำรา تأملات في الدين والحياة “ครุ่นคำนึง ถึงศาสนา โลกและชีวิต”

ถอดความโดย Ghazali Benmad

ลูกหรือจะสู้นกกรงหัวจุก

ราว 10 ปีที่แล้ว
จำได้ว่า ไปบรรยายที่ มอ.ปัตตานี เรื่องบทบาทสตรีมุสลิมะฮ์ หลังบรรยายเสร็จมีสตรีคนหนึ่งยกมือนำเสนอว่า

“ อาจารย์คะ ช่วยไปบอกผู้เป็นพ่อใน 3 จว. ชายแดนใต้ทุกคนว่า หากพ่อทุกคนรักและเอาใจใส่ลูกของตนเอง ให้ได้ครึ่งหนึ่งที่เขารักและเอาใจใส่นกกรงหัวจุก รับรองว่า ลูกๆของเรา จะมีค่ามากกว่านกกรงหัวจุกหลายร้อยพันเท่า”

เสียงนั้น ยังคงก้องกังวาลในโสตประสาทของผมตลอดเวลา และผมได้ใช้เวทีต่างๆเพื่อเป็นกระบอกเสียงให้สตรีคนนั้นมาโดยตลอดตราบที่มีโอกาส

โอกาสนี้ จึงขอใช้เวทีนี้ กระจายเสียงของนางอีกครั้งครับ


เขียนโดย ผศ.มัสลัน มาหะมะ

มหัศจรรย์แห่งวากัฟรอมฏอน | บันทึกรอมฎอน 1441 (9)

ตอนเย็นวันที่ 26 รอมฎอน 1441 เวลาประมาณ 5 โมงเย็น มีหญิงอายุเลย 60 ปีขับมอเตอร์ไซค์คันเก่าๆมาจอดหน้าบ้าน พร้อมควักเงิน 1,000 บาท ยื่นให้พลางกล่าวว่า จะบริจาควากัฟมาดีนะตุสสลาม

ผมจึงกล่าวขอบคุณและดุอาให้เมาะและครอบครัว พร้อมถามว่า เมาะรวบรวมเงินอย่างไร

เมาะยิ้มพลางตอบว่า ไม่ได้ออมอะไรหรอก เพียงแต่ทราบว่าตนได้เงินเยียวยา 5,000 บาท แต่ยังไม่ไปเบิก จึงไปขอยืมเงินจากเพื่อนบ้านไปก่อน เกรงว่าพอได้เงินก้อน อาจจะถูกนำไปใช้อย่างอื่นจนไม่เหลือที่จะวากัฟ จึงรีบชิงทำความดีที่ไม่สิ้นสุดไปก่อน ถึงแม้จะต้องไปเครดิตกับเพื่อนบ้านก็ตาม

นับถือวิธีคิดและซาบซึ้งจิตใจอันงดงามของเมาะจริงๆ เมาะสตาร์ทรถเครื่องกลับบ้านไปนานแล้ว แต่ผมยังยืนแน่นิ่งดูเมาะจนลับตา พร้อมน้ำอุ่นๆที่ไหลออกมาโดยไม่รู้สึกตัว

เย็นนี้ เมาะให้บทเรียนหลายข้อที่คุ้มค่าเหลือเกิน

โดย ผศ. มัสลัน มาหะมะ

ไม่มีอะไรที่กลับตาลปัตรและพลิกผันไปมากกว่านี้อีกแล้ว | บันทึกรอมฎอน 1441 (8)

47 ปีที่แล้ว ประเทศอ่าวอาหรับทั้งคูเวต กาตาร์ บาห์เรน เอมิเรตส์ ภายใต้การนำของซาอุดีอาระเบียที่มีกษัตริย์ไฟศอลเป็นผู้นำได้ออกโรงตอบโต้สหรัฐอเมริกาที่สนับสนุนอิสราเอลกรณีใช้กองกำลังบุกยึดปาเลสไตน์ ด้วยการพร้อมใจกันยุติการส่งออกน้ำมันแก่สหรัฐฯและฮอลแลนด์ เพื่อแสดงจุดยืนอยู่เคียงข้างรัฐบาลอิยิปต์และซีเรียที่กำลังทำสงครามกับอิสราเอลที่ปะทุขึ้นเมื่อ 10 รอมฎอน 1394 (6/9/1973)

47 ปีคล้อยหลัง ทั้งประเทศที่เคยร่วมทำสงครามและประเทศบางประเทศที่เคยสนับสนุนทำสงครามกับอิสราเอล ได้ร่วมใจพากันจับมือกับสหรัฐฯและอิสราเอลเพื่อประกาศสงครามกับกลุ่มต่อต้านอิสราเอล และพากันชี้หน้าพวกเขาว่ามีอะกีดะฮ์ที่บิดเบือน แนวคิดที่สุดโต่ง และทัศนคติที่ไม่สร้างสรรค์

—————-
ไม่มีอะไรที่กลับตาลปัตรและพลิกผันไปมากกว่านี้อีกแล้ว

รอมฎอนนี้ไม่มีเธอ | บันทึกรอมฎอน 1441 (7)

รอมฎอนนี้ไม่มีเธอ

10 กว่าปีที่แล้วได้เข้าร่วมเอี้ยะติก้าฟครั้งแรกที่มัสยิดอัตตะอาวุนบางปู อ. ยะหริ่ง จ. ปัตตานี และได้เข้าร่วมปฏิบัติเรื่อยมาเป็นประจำอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นความผูกพันที่สร้างความประทับใจมากมาย

ได้มีโอกาสใกล้ชิดกับผู้หลักผู้ใหญ่ระดับตำนานของหมู่บ้านสืบสานเรื่องราวในอดีตตั้งแต่เหตุการณ์ชุมนุมประท้วงมัสยิดกลางปัตตานี ขบวนการต่อสู้ของกลุ่มเรียกร้องอิสรภาพ การเผยแพร่อิสลามยุคเริ่มก่อตั้งมัจลิสอิลมีย์ทุกเช้าวันเสาร์ที่บราโอ การริเริ่มจัดตั้งโรงเรียนตาดีกาพร้อมตำนานมัสยิดไม้อายุกว่า 300 ปี แนวคิดปลูกฐานสร้างมัสยิดใหญ่โตที่มีเสามหึมาชูตระหง่านนานเกือบ 20 ปี แม้กระทั่งวิถีชุมชนตามเทศกาลต่างๆที่เล่าขานมาอย่างมิรู้เบื่อ

ถึงแม้ไม่สามารถถ่ายทอดได้อย่างครบเครื่องสมบูรณ์ แต่ผมพยายามบันทึกความทรงจำนี้ผ่านลำนำอนาชีดทั้งเวอร์ชั่นภาษามลายูและไทย

ส่วนอนาชีดที่ 3 เป็นภาพสะท้อนตัวตนที่แท้จริงของชาวบางปู ภายใต้การกำกับดูแลของมัสยิดอัตตะอาวุน อันหมายถึง การเกื้อกูลอุดหนุนซึ่งกันและกัน

เนื้อหาอนาชีดทั้ง 3 เป็นเพียงรอยน้ำที่ติดอยู่กับเข็มที่จุ่มในทะเลแห่งอัตตะอาวุน

เพราะในความเป็นจริง มันจะพราวกว่าเนื้ออนาชีดไม่รู้กี่ร้อยพันเท่า

รอมฎอนปีนี้ ถึงแม้ไม่มีเธอ แต่จะพยายามเก็บเกี่ยวความทรงจำตราบนานเท่านาน


โดย ผศ. มัสลัน มาหะมะ

ข่าวด่วน | บันทึกรอมฎอน 1441 (6)

ไวรัสตัวใหม่กำลังมาแรงใน 3 จว. แดนใต้
เริ่มก่อตัวแพร่เชื้ออย่างเร้าใจสุดๆ

ข่าวล่าสุดแจ้งว่า เฉพาะในเมืองยะลาระบาดหนักกว่า 5 จุดแล้ว
ในเมืองปัตตานียังไม่สามารถควบคุมได้
ส่วนในเมืองนราฯคาดว่าจะบานปลาย
ล่าสุดที่หาดใหญ่ผุดแล้ว 4 จุด ในวันเดียว
จังหวัดอื่นๆกำลังลุ้นระทึก

ปรากฏการณ์แชร์ลูกโซ่แห่งความดี
ที่มาช่วงรอมฎอน 1441 นี้
ท่ามกลางวิกฤตโควิด-19
ไวรัสใหม่กำลังระบาด

“ตู้ปันสุข”
ภายใต้สโลแกน #หยิบแต่พอดี_ถ้าท่านมีก็แบ่งปัน


โดย ผศ. มัสลัน มาหะมะ

อาหารเหลือกิน | บันทึกรอมฎอน 1441 (5)

สิ่งหนึ่งที่มักเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตกในเดือนรอมฎอนคืออาหารเหลือกิน ที่กลายเป็นขยะในวันรุ่งขึ้น หากคิดเป็นเงินที่ครัวมุสลิมทิ้งอาหารเหลือกินวันละเพียง 5 บาทต่อวัน ถามว่าเราทิ้งเงินอย่างสูญเปล่าวันละกี่ล้านบาท หากคิดทั้งเดือนรอมฎอนแล้ว ตัวเลขจะสูงมากจนตกใจ

ลองคิดหยาบๆดูว่า เฉพาะใน 3 จังหวัดชายแดนใต้มี 300,000 ครัวเรือน x 5 บาท x 30 วัน = 45,000,000 บาท
เงินจำนวนนี้สามารถสร้าง
1. บ้านสำหรับคนไร้บ้านราคาหลังละ 500,000 บาท ได้ 90 หลัง หรือ
2. สร้างมัสยิดงามๆ 9 หลังราคาหลังละ 5 ล้าน
3. สร้างอาคารเรียนตาดีกาอาคารละ 1 ล้าน จำนวน 45 หลัง หรือ
4. มอบทุนการศึกษาระดับ ป. ตรี สำหรับโครงการช้างเผือกในสาขาวิชาขาดแคลน คนละ 1 ล้านได้ถึง 45 ทุน หรือ
5. ฯลฯ

เราจะมีวิธีการจัดการอาหารเหลือกินนี้อย่างไร

โครงการ “ตู้ปันสุข” น่าจะแก้ได้ในระดับหนึ่ง

เชื่อว่าหากในแต่ละชุมชนจัด “ตู้ปันสุข” อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากยังสามารถจัดกิจกรรม “ชุมชนช่วยชุมชน” แล้ว เรายังแก้ปัญหา อาหารทิ้งในวันรุ่งขึ้นได้อย่างคุ้มค่าอีกด้วย

“ทำดี ทำได้ ไม่ต้องเดี๋ยว”
———————-
ปล. อาหารเหลือกินตรงนี้ ไม่ใช่เศษอาหารที่เราเหลือเก็บนะครับ แต่สำหรับบางคนเก็บอาหารเยอะแยะในห้องครัวหรือตู้เย็น ที่ไม่รู้จะคิดยังไงที่จะกินให้หมด แต่มันคืออาหารอันแสนเอร็ดอร่อยของคนบางครอบครัว


โดย ผศ. มัสลัน มาหะมะ

ตู้ปันสุข 3 จังหวัดชายแดนใต้ | บันทึกรอมฎอน 1441 (4)

เท่าที่ทราบ รอมฏอนปีนี้ น่าจะเป็นรอมฎอนแรกที่มีการริเริ่มจัด “ตู้ปันสุข” ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ภายใต้สโลแกน “หยิบไปแต่พอดี ถ้าท่านมี ใส่ตู้แบ่งปัน”

ขอขอบคุณองค์กรและบุคคลที่ริเริ่มจัดโครงการที่มีประโยชน์ยิ่งนี้ โดยเฉพาะทีมงาน IAC เครือข่ายองค์กรมุสลิมสู้ภัยโควิด-19 ถือเป็นการริเริ่มความดีงามในอิสลาม ที่สามารถเกิดผลบุญให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง และเป็นการสะสมผลบุญรวมกับคนที่ทำเป็นแบบอย่างหลังจากนั้นอีกด้วย ตามนัยหะดีษที่รายงานโดยมุสลิม/1017

ขอสนับสนุนกิจกรรม ”แชร์ลูกโซ่” ชนิดนี้ และอยากเชิญชวนให้แต่ละชุมชนนำไปปฏิบัติต่อโดยใช้มัสยิดเป็นศูนย์กลาง เท่าที่มีความสามารถและสถานการณ์เอื้ออำนวย

ถือเป็นหนึ่งในโมเดล “ชุมชนช่วยชุมชน” Kampong bantu Kampong ที่แสนธรรมดาแต่ด้วยพลังใจอันแสนยิ่งใหญ่มาก

ทั้งผู้ยื่นมือให้และผู้ยื่นมือรับ ต่างก็ต้องมีพื้นฐานจิตสำนึกที่สำคัญมากๆไม่แพ้กันคือ “ความรู้สึกอยากแบ่งปัน”

جزاكم الله خيرا وندعوه سبحانه وتعالى أن يكتب هذه الأعمال في سجلات حسناتكم يوم القيامة

เอื้อเฟื้อภาพ Sukree Semmard


โดย ผศ. มัสลัน มาหะมะ