กมลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีหญิงสหรัฐคนใหม่ผู้เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์การเมือง ของสหรัฐฯ

ชัยชนะของพรรคเดโมแครตทำให้แฮร์ริสสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่กว่า 200 ปีของสหรัฐไปโดยสิ้นเชิง ด้วยการเป็นผู้หญิงคนแรกและคนผิวสีชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียคนแรก ที่ได้รับเลือกให้เป็นรองประธานาธิบดีของประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา

รองประธานาธิบดีวัย 56 ปีเกิดที่เมืองโอคแลนด์ในรัฐแคลิฟอร์เนียในครอบครัวผู้อพยพ มีแม่ชาวอินเดียและ พ่อชาวจาไมกาที่เป็นศาสตรจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ หย่าร้างกันเมื่อเธออายุเพียง 5 ขวบ

และหลังจากนั้นแฮร์ริสก็ได้รับการเลี้ยงดูโดย คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่พ่วงด้วยตำแหน่งนักวิจัยมะเร็งและนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนมาตลอด ซึ่งต่อมาแม่เธอเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเมื่อปี 2009

หลังจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลับฮาวเวิร์ดในกรุงวอชิงตันดีซีในปี 1986 และโรงเรียนกฎหมายแฮสติงส์แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียในปี 1989 แฮร์ริสก็สอบผ่านเนติบัณฑิตในปีต่อมาและเข้าทำงานเป็นอัยการผู้ช่วยในเขตแอละมีดาในรัฐแคลิฟอร์เนียบ้านเกิด

เส้นทางสู่สายการเมืองของแฮร์ริสได้เริ่มขึ้น ณ ที่แห่งนี้

ปี 2003 แฮร์ริสได้รับเลือกให้เป็นอัยการเขตของซานฟรานซิสโก กลายเป็นผู้หญิงผิวดำคนแรกในแคลิฟอร์เนียที่ได้รับตำแหน่งนี้

ต่อมาในปี 2010 เธอเป็นผู้หญิงผิวสีคนแรกที่ได้รับเลือกเป็นอัยการสูงสุดรัฐแคลิฟอร์เนีย และปี 2016 เธอเป็นผู้หญิงผิวสีคนที่สองและเป็นชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียใต้คนแรกที่ได้รับเลือกให้เป็นวุฒิสมาชิกของสหรัฐ

โจ ไบเดนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯอย่างเป็นทางการเมื่อ วันที่ 20 มกราคม 2021 ในวัย 78 ปี ถือเป็นประธานาธิบดีที่มีอายุมากที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา ที่หลายฝ่ายเชื่อว่าเขาน่าจะอยู่ในตำแหน่งนี้เพียงแค่วาระเดียว โดยที่นางแฮร์ริส อาจเป็นประธานาธิบดีหญิงผิวสีคนแรกของสหรัฐฯ ในกรณีที่โจ ไบเดนเสียชีวิตหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้โดยใช้บทบัญญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ 25 เปิดทางโอนอำนาจให้รองประธานาธิบดีไม่ว่าจะเป็นการชั่วคราวหรือตลอดไป


ขอบคุณข้อมูล

https://www.posttoday.com/world/637506?fbclid=IwAR3SqV4zFBObKhhwnINJMjX-yo7OTw_quFg0p5v_1A2oZCESe53TuWd7dZ0

โดย ทีมข่าวต่างประเทศ

16 คุณูปการของทรัมป์ต่ออิสราเอล 16 ความอัปยศของประชาชาติมุสลิม

ตลอดระยะเวลา 4 ปี ในตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา นายโดนัลด์ ทรัมป์ได้สร้างคุณูปการอันใหญ่หลวงให้แก่อิสราเอล 16 ประการ ซึ่งเป็น 16 ประการของความอัปยศของประชาชาติมุสลิมโดยเฉพาะชาวปาเลสไตน์และชาวซีเรีย ทั้ง 16 ประการนี้ นอกจากเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายระหว่างประเทศแล้ว ยังเป็นการทำลายศักดิ์ศรีของชาวปาเลสไตน์และขาวซีเรียโดยสิ้นเชิง

16 ประการนี้ได้แก่

          1.      การรับรองอัลกุดส์เป็นเมืองหลวงอิสราเอล

เมื่อ 6 ธันวาคม 2017 โดนัลด์ ทรัมป์ประกาศรับรองอัลกุดส์เป็นเมืองหลวงอิสราเอลอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางความไม่พอใจของประชาชาติมุสลิมทั่วโลก

          2.      ยุติการเรียก”แผ่นดินที่ถูกยึดครอง”ในเขตเวสต์แบงค์และฉนวนกาซ่า

เมื่อ 20 เมษายน 2018 กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯได้ประกาศยกเลิกการเรียก”แผ่นดินที่ถูกยึดครอง” โดยเรียกเขตเวสต์แบงค์และฉนวนกาซ่าแทน

          3.      ย้ายสถานทูตสหรัฐฯจากเทลอาวีฟไปยังอัลกุดส์

เมื่อ 14 พฤษภาคม 2018 ทรัมป์ออกคำสั่งย้ายสถานทูตสหรัฐฯจากเทลอาวีฟไปยังอัลกุดส์ ซึ่งถือเป็นสถานทูตต่างชาติแห่งแรกที่ได้รับการสถาปนาที่เมืองอัลกุดส์

          4.      ยุติความช่วยเหลือด้านการเงินแก่รัฐบาลปาเลสไตน์

เมื่อ 2 สิงหาคม 2018 รัฐบาลสหรัฐฯประกาศยุติการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่รัฐบาลปาเลสไตน์ โดยทรัมป์อ้างว่า เพื่อกดดันให้รัฐบาลปาเลสไตน์ยอมรับมาตรการของอิสราเอลที่สร้างนิคมตนเองในพื้นที่ชาวปาเลสไตน์

          5.      ตัดงบประมาณความช่วยเหลือทางการเงินแก่ UNRWA

เมื่อ 3 สิงหาคม 2018 รัฐบาลสหรัฐฯประกาศตัดงบประมาณสนับสนุนสำนักงานบรรเทาทุกข์และจัดหางานแห่งสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้ (UNRWA) ซึ่งสหรัฐฯคือผู้สนับสนุนรายใหญ่ที่สุดที่ให้ความช่วยเหลือแก่องค์กรนี้ โดยสหรัฐฯสนับสนุนงบประมาณเพื่อให้สวัสดิการด้านการศึกษา พยาบาลและอื่นๆ กว่า 300 ล้านดอลล่าร์ต่อปี

          6.      ตัดงบประมาณให้ความช่วยเหลือแก่โรงพยาบาลชาวปาเลสไตน์ที่อัลกุดส์ตะวันออก

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2018 กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศยุติการสนับสนุนทางการเงินแก่โรงพยาบาลปาเลสไตน์จำนวน 6 แห่งที่ให้บริการแก่ชาวปาเลสไตน์ ในเขตอุลกุดส์ตะวันออก

          7.      ปิดสำนักงาน องค์การปลดปล่อยปาเลสไตน์ PLO ที่กรุงวอชิงตัน

วันที่ 10 กันยายน 2018 กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศปิดสำนักงานองค์การปลดปล่อยปาเลสไตน์ PLO ที่กรุงวอชิงตันพร้อมขับไล่เจ้าหน้าที่และคนงานออกจากสำนักงาน

          8.      ยุบสถานกงสุลสหรัฐฯที่เมืองอัลกุดส์

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2019 กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศยุบสถานกงสุลสหรัฐฯ ที่อัลกุดส์ โดยผนวกรวมให้อยู่ภายใต้การบริหารของสถานทูตสหรัฐฯที่เมืองอัลกุดส์แทน

          9.      รับรองอำนาจอธิปไตยของอิสราเอลเหนือที่ราบสูงโกลาน

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2019 ทรัมป์ประกาศรับรองอำนาจอธิปไตยของอิสราเอลเหนือที่ราบสูงโกลานที่อิสราเอลยึดครองจากซีเรียเมื่อสงคราม 6 วัน ปีค.ศ. 1967 และในโอกาสนี้อิสราเอลได้เปลี่ยนชื่อที่ราบสูงโกลานเป็นที่ราบสูงทรัมป์ทรัมป์แทน

          10.    ยกเลิกนับจำนวนนิคมอิสราเอลที่ผิดกฎหมาย

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2019 กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ออกประกาศว่าจะไม่มีการนับจำนวนนิคมสร้างตนเองอิสราเอลที่สร้างขึ้นอย่างผิดกฎหมายในบริเวณที่อยู่อาศัยของชาวปาเลสไตน์

          11.    ประกาศแผนสันติภาพข้อตกลงแห่งศตวรรษ

วันที่ 28 มกราคม 2020 ทรัมป์ประกาศแผนสันติภาพ”ข้อตกลงแห่งศตวรรษ” ที่มีเป้าหมายยุติความขัดแย้งและกดดันให้ชาวปาเลสไตน์ยอมรับอธิปไตยของอิสราเอลเหนืออัลกุดส์ฝั่งตะวันออกและพื้นที่อีก 30 % ในเขตเวสต์แบงค์

          12.    รณรงค์แผนดำเนินงาน “การรื้อฟื้นความสัมพันธ์อย่างปกติ”ระหว่างชาติอาหรับกับอิสราเอล

เดือนกันยายน 2020 ทรัมป์ประกาศแผนสันติภาพ “การรื้อฟื้นความสัมพันธ์อย่างปกติ” ระหว่างชาติอาหรับกับอิสราเอลโดยมีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์บาห์เรน ซูดานและมอร็อกโก เป็น 4 ชาติอาหรับนำร่องจับมือกับอิสราเอลดำเนินตามแผนสันติภาพนี้

          13.    ให้ความคุ้มครองเขตนิคมสร้างตนเองของอิสราเอล

วันที่ 28 ตุลาคม 2020 อิสราเอลและสหรัฐอเมริกาได้บรรลุข้อตกลงให้ความคุ้มครองเขตนิคมสร้างตนเองของอิสราเอลที่สร้างขึ้นในเขตเวสต์แบงค์ฝั่งตะวันตกและที่ราบสูงโกลาน

          14.    อนุญาตให้ชาวสหรัฐฯที่อาศัยที่เมืองกุดส์แจ้งเกิดลูกว่าถือกำเนิดที่ประเทศอิสราเอล

วันที่ 29 ตุลาคม 2020 กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐประกาศอนุญาตให้ทารกแรกเกิดของชาวสหรัฐอเมริกาที่ถือกำเนิดที่เมืองอัลกุดส์ ให้สามารถระบุในหนังสือเดินทางว่ากำเนิดที่ประเทศอิสราเอล

          15.    ประกาศว่า กิจกรรมที่ดำเนินการโดยกลุ่มเคลื่อนไหวทั่วโลกเพื่อรณรงค์คว่ำบาตร ลดการลงทุนและลงโทษต่อประเทศอิสราเอล (Boycott,Divestment and Sanction)

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐประกาศว่าแคมเปญ ที่ดำเนินการโดยกลุ่มเคลื่อนไหวทั่วโลกเพื่อรณรงค์คว่ำบาตร ลดการลงทุนและลงโทษต่อประเทศอิสราเอล (Boycott,Divestment and Sanction) จนกว่าอิสราเอลจะยอมปฏิบัติตามกฏหมายระหว่างประเทศและยอมรับสิทธิของชาวปาเลสไตน์ที่ริเริ่มโดยชาวปาเลสไตน์ในปี ค.ศ. 2005 ว่า เป็นมาตรการที่ไร้จรรยาบรรณและถือเป็นกิจกรรมที่เป็นศัตรูต่อคุณค่าอันสูงส่ง

          16.    ติดสติ๊กเกอร์บนผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในเขตนิคมสร้างตนเองว่าผลิตจากอิสราเอล

วันที่ 24 ธันวาคม 2020 สหรัฐอเมริกาเริ่มใช้สติ๊กเกอร์บนผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในเขตนิคมสร้างตนเองว่าผลิตมาจากอิสราเอล ทั้งๆที่เขตนิคมดังกล่าวถูกสร้างบนพื้นที่ของชาวปาเลสไตน์ที่อิสราเอลยึดครองอย่างผิดกฎหมายสากล

https://www.facebook.com/masjidabibakrphatna/videos/504118867390503

อ้างจาก

https://www.aljazeera.net/news/2021/1/20/هذه-مكاسب-إسرائيل-في-عهد-ترامب-على-حساب?fbclid=IwAR1zZgc7ouAv1JqO3S-mJ8cupCOOR_0X364aWDCHphZIuaK2tKgc2cztKcc

โดย Mazlan Muhammad

อาคารครอบครัวอิบรอฮีม ศูนย์กลางศาสนาสากล

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์สร้างศาสนสถานสำคัญ 3 ศาสนา อิสลาม คริสต์และยิวโดยตั้งชื่อว่า อาคารครอบครัวอิบรอฮีม (Abrahamic Family House) ประกอบด้วยมัสยิดที่หันไปทางกะอฺบะฮ์ โบสถ์ที่หันไปทางทิศตะวันออก และซินนะกอก(โบสถ์ยิว)ซึ่งหันไปทางกรุงเยรูซาเลม โดยทั้ง 3 อาคารครอบด้วยหลังคาที่มีลักษณะเหมือนกัน เริ่มก่อสร้างปี 2019 และคาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2022 ใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี นอกจากนี้ยังมีอาคารแสดงนิทรรศการและประชุมสัมมนาอีก 1 อาคาร

คณะกรรมการภราดรภาพมนุษย์ (The Higher Committee of Human Fraternity) ได้ฉลองครบรอบ 1 ปี แห่งการลงนามแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยภราดรภาพมนุษย์ ณ กรุงอาบูดาบี เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2020 โดยสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสแห่งศาสนจักรโรมันคาทอลิกและอิมามใหญ่แห่งอัลอัซฮัร ชัยค์อาห์มัด ตอยยิบ โดยมีชัยค์อับดุลลอฮ์บินซัยด์ อัลนะห์ยาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ให้เกียรติเป็นสักขีพยาน

คณะกรรมการภราดรภาพมนุษย์เป็นองค์กรอิสระที่ประกอบด้วยผู้นำทางศาสนา นักวิชาการด้านการศึกษา และผู้นำทางวัฒนธรรมจากทั่วโลก โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมภราดรภาพมนุษย์ต่อคนทุกหมู่เหล่า มีภารกิจในการปฏิบัติตามปณิธานที่ระบุไว้ในแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยภราดรภาพมนุษย์ทั่วโลก ด้วยการจัดการประชุมร่วมกับผู้นำทางศาสนา ผู้นำขององค์กรระหว่างประเทศ และอื่น ๆ ทั่วโลก เพื่อส่งเสริมการดำเนินการที่จะสร้างโลกที่มีสันติภาพมากขึ้น เพื่อมนุษยชาติทั้งปวง คณะกรรมการภราดรภาพมนุษย์ยังจะทำงานเคียงข้างฝ่ายนิติบัญญัติของประเทศต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมให้เกิดตัวบทกฎหมายระดับประเทศ ที่เสริมสร้างความสำคัญของการเคารพซึ่งกันและกันและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ นอกจากนี้ ทางคณะกรรมการยังจะเข้ามาดูแลโครงการริเริ่มต่าง ๆ ที่มีเป้าหมายเพื่อปฏิบัติตามปณิธานที่ระบุไว้ในแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยภราดรภาพมนุษย์ เช่น อาคาร Abrahamic Family House ซึ่งเป็นศูนย์กลางของศาสนาต่าง ๆ ที่สร้างขึ้นที่กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

อาคารครอบครัวอิบรอฮีม ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทั่วโลก โดยเฉพาะนักวิชาการอิสลามสายอนุรักษ์ ที่มีทัศนะว่า การเชิญชวนให้ผู้คนมีความรักและปรองดองกัน ถือเป็นเจตนารมณ์ร่วมของชาวโลกและเป็นคำสอนหลักของศาสนา แต่การโน้มน้าวให้ผู้คนปฏิบัติตนในลักษณะเดียวกัน เป็นสิ่งที่ฝืนกับธรรมชาติของความเป็นมนุษย์ โดยเฉพาะอิสลามที่มีคำสอนในเรื่องเอกานุภาพของพระเจ้า ในขณะที่อาคารครอบครัวอิบรอฮีมได้แสดงถึงการมีต้นกำเนิดอันเดียวกันของศาสนา ทั้งๆที่ในความเป็นจริงนบีอิบรอฮีมไม่เคยเผยแพร่ให้มนุษย์สร้างภาคีต่อพระผู้เป็นเจ้า

ในขณะที่นักวิชาการอีกกลุ่มหนึ่งเห็นว่าอาคารครอบครัวอิบรอฮีมเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนให้ผู้คนยอมรับความแตกต่าง ใช้ชีวิตอย่างเป็นพี่น้องที่มีความรักและความเมตตาระหว่างกัน


โดยทีมข่าวต่างประเทศ

อ้างอิง https://www.ryt9.com/s/anpi/3092709

5 เหตุผลที่โลกควรสนใจตุรกี

1. ตุรกีเคยเป็นเมืองหลวงโลกอิสลามยุคอุษมานียะฮ์ที่ครอบคลุม 3 ทวีป มีเคาะลีฟะฮ์ปกครอง 36 พระองค์ นานกว่า 600 ปี และเพิ่งล่มสลายไปไม่ถึง 100 ปี

2. ตุรกีกำลังเข้าสู่อ้อมกอดของอิสลามในทุกมิติอีกครั้ง หลังจากถูกบังคับให้ถอดถอนอิสลามชนิดถอนรากถอนโคนด้วยวิธีเผด็จการและโหดร้ายที่สุด

3. ตุรกีปัจจุบัน มีศักยภาพในการแข่งขันกับสังคมโลกได้อย่างน่าทึ่ง และสามารถพัฒนาประเทศอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

4. ตุรกีคือแหล่งพักพิงของผู้อพยพจำนวนมากกว่า 5 ล้านคน และกลายเป็นที่พึ่งพาของของผู้ถูกอธรรมและผู้เดือดร้อนจากทั่วทุกมุมโลก

5. ตุรกีคือ 1 ในสมาชิกนาโต้ที่มีกองกำลังใหญ่โตมากเป็นอันดับ 2 รองจากสหรัฐฯ แต่กำลังถูกสมาชิกนาโต้และสหภาพยุโรปกดดันเพื่อให้ตุรกีกลายเป็นเด็กใต้โอวาทตลอดไป


โดยทีมข่าวต่างประเทศ

คนแรกในประวัติศาสตร์ผู้นำสหรัฐฯที่ถูกร้องถอดถอนจำนวน 2 ครั้ง

สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯมีมติด้วยคะแนนเสียง 232 ต่อ 197 ถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ด้วยความผิดในข้อหาปลุกระดมมวลชนบุกเข้าไปในอาคารรัฐสภาเมื่อวันพุธที่ 6 ม.ค. ที่ผ่านมา เพื่อขัดขวางกระบวนการประกาศรับรองชัยชนะของนายโจ ไบเดนในการเลือกตั้งประธานาธิบดี โดยจะส่งญัตตินี้ให้กับวุฒิสภาสหรัฐฯเพื่อพิจารณาเป็นลำดับต่อไปว่าจะเห็นชอบหรือคัดค้าน

15 มกราคม 2564

รินน้ำใจช่วยภัยน้ำท่วม 3 จังหวัดภาคใต้ ปี 2564

วันพุธที่ 13 มกราคม 2564 เวลา 11.00 น. มูลนิธิเด็กกำพร้าและการกุศล สื่อออนไลน์ theustaz.com กลุ่มเพราะเราคือเรือนร่างเดียวกัน JABIM สมาคมจันทร์เสี้ยวการแพทย์และสาธารณสุข Ron Construction และเครือข่าย พร้อมคณะครูและนักเรียนโรงเรียนยะลาวิทยปัญญานุสรณ์ บือนังบุโย อ. เมือง จ. ยะลา ได้ระดมกำลังแจกถุงปันสุขแก่ผู้ประสบอุทกภัยในชุมชนหมู่บ้านปากาลือซง ม.6 ต.ตุยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

นายอัชอะรีย์ เจะเลาะ ประธานโครงการรินน้ำใจช่วยภัยน้ำท่วม 3 จังหวัดภาคใต้ปี 2564 มูลนิธิสงเคราะห์เด็กกำพร้าและการกุศลและภาคีเครือข่ายฯกล่าวว่า ในวันนี้ทีมงานให้ความช่วยเหลือได้เตรียมถุงปันสุขจำนวน 250 ถุง (50,000 บาท) น้ำดื่ม 150 โหล ( 5,000 บาท) พร้อมยาเวชภัณฑ์ (60,000 บาท) มูลค่ารวม 115,000 บาท มอบให้แก่ชุมชนหมู่บ้านปากาลือซง ม.6 ต.ตุยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานีจำนวน 250 ครัวเรือน โดยมีอิหม่ามมัสยิด ผู้ใหญ่บ้าน สมาขิกอบต. และอสม. ประจำหมู่บ้านคอยอำนวยความสะดวกในการแบ่งปันความข่วยเหลือ

นายอับดุลร็อบ สะอะ ประธานมูลนิธิเด็กกำพร้าและการกุศล กล่าวว่า ตามที่มูลนิธิฯร่วมกับกลุ่มเพราะเราคือเรือนร่างเดียวกัน และสื่อออนไลน์ theustaz.com ประกาศระดมความช่วยเหลือให้แก่เหยื่ออุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ปี 2564 มีพี่น้องบริจาคผ่านบัญชีมูลนิธิฯ จนถึงวันที่ 12 มกราคม 2564 เป็นเงินจำนวน 229,280 บาท และเนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมยังไม่คลี่คลาย ประกอบด้วยบางพื้นที่ ประชาชนผู้เดือดร้อนจากน้ำท่วมยังไม่ได้รับความข่วยเหลืออย่างทั่วถึง มูลนิธิฯจึงเห็นควรขยายเวลาการรับบริจาคจนถึงวันที่ 20 มกราคม 2564 ในโอกาสนี้ ขอขอบคุณทุกท่าน บริษัท ห้างร้านและองค์กรที่กรุณามอบความไว้วางใจแก่มูลนิธิฯในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยครั้งนี้

แจกถุงปันสุขแก่เหยื่อน้ำท่วมภาคใต้

11 ม.ค.64 ที่มหาวิทยาลัยฟาฏอนี สภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี ได้เปิดปฏิบัติการลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ โดยผู้ทรงคุณวุฒิ รศ.ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา อธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาฏอนี ดร.วิสุทธิ์ บิลล่าเต๊ะ ประธานสภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี อ.อิสม่าแอน หมัดอาด้ำ ประธานฝ่ายในประเทศ อ. อับดุลการีม อัสมะแอ ประธานเครือข่าย A-Khidmat และคณะกรรมการบริหารสภาเครือข่ายฯ

ปฏิบัติการครั้งนี้ทางทีมงานได้เตรียมถุงปันสุขจำนวน 1345 ถุง [สภาเครือข่ายฯ 400ถุง ศปง.ตอนบน 200ถุง ศปง.ตอนกลาง+มูลนิธิคนช่วยคน+สหกรณ์บริการอัลฮูดา 200ถุง มัสยิดบ้านเหนือ 210ถุง พัฒนศาสน์มูลนิธิ 35 ถุง มูลนิธิคนช่วยคน 300ถุง และน้ำดื่มจากมูลนิธิคนช่วยคนอีก 1500 โหล] งบประมาณทั้งสิ้น 400,000 บาท เพื่อนำมอบแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่สามจังหวัดภาคใต้ นราธิวาส ยะลา และปัตตานี

อ้างอิง https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=3709126582481034&id=762235603836828&sfnsn=mo

Harun Yahya ซาตานในคราบนักเผยแพร่ศาสนาถูกตัดสินเข้าคุกกว่า 1,000 ปี

จันทร์ที่ 11 มกราคม 2021 ศาลตุรกีได้พิพากษาลงโทษจำคุก นายอัดนาน โอกตาร์ หรือที่รู้จักในนาม ฮารูน ยะห์ยา 1,075 ปี ในความผิดฐานต่างๆส่วนหนึ่งคือก่ออาชญากรรมทางเพศ

เช่นเดียวกันกับบรรดาสาวกของเขาอีก 236 คนโดยในจำนวนนี้มี 78 คนที่ถูกจับกุมแล้ว และถูกตัดสินคดีตามความผิดในข้อหาต่างๆเช่นแอบอ้างศาสนาและความเชื่อเพื่อการฉ้อโกง ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล หลอกลวง บั่นทอนความมั่นคงของประเทศและก่อการร้าย

นายอัดนาน โอกตาร์ ถูกตำรวจจับกุม เมื่อเดือนมิถุนายน 2018 ในข้อหาก่อตั้งองค์กรอาชญากรรม ล่อลวงเด็ก ทำอนาจาร เป็นสายลับทางการเมืองและการทหาร แอบอ้างศาสนาเพื่อหลอกลวง กระทำก่อการร้าย บั่นทอนความมั่นคงของชาติ และพัวพันกับกลุ่มสายลับโมสาด อิสราเอล

นายอัดนาน โอกตาร์ อ้างตัวตนเป็นนักคิดและนักเผยแพร่อิสลามได้สร้างข้อกังขาในสังคมตุรกีและโลกอิสลามด้วยแนวคิดและการปฏิบัติที่ขัดแย้งกับหลักคำสอนอิสลาม เขาเคยประกาศตนเองเป็นอิมามมะฮ์ดีและยังสนับสนุนรัฐเถื่อนอิสราเอลอย่างหัวชนฝา

เขาเป็นผู้ดำเนินรายการในสถานีโทรทัศน์ช่อง A9TV ซึ่งรัฐบาลได้สั่งปิดแล้ว เนื่องจากมีผู้ร้องเรียนเผยแพร่รายการที่ฝ่าฝืนคำสอนอิสลาม โดยเฉพาะในรายการที่เขาออกอากาศพร้อมดารานักแสดงหญิงที่แต่งตัวโป๊เปลือยในวงเหล้า โดยเขาอ้างว่า กำลังเผยแพร่ศาสนาให้พวกนาง

นายอัดนาน โอกตาร์ นักวิชาการศาสนาแนวคิดวิปลาส ผู้ใช้คำสอนอิสลามเป็นเครื่องมือแสวงหาผลประโยชน์ของตนและมีแผนร้ายต่อความมั่นคงของชาติ มีหลักฐานพัวพันและสนิทสนมกับองค์กรต่างประเทศโดยเฉพาะกลุ่มสายลับโมสาด อิสราเอล

นายอัดนาน โอกตาร์ หนึ่งในกระบอกเสียงผู้เชิญชวนผู้คนสู่นรกญะฮันนัม บัดนี้เขาถูกตัดสินคดีบนโลกนี้แล้ว ก่อนการพิพากษาจากศาลแห่งอัลลอฮ์ในวันแห่งการพิพากษา เขาและบรรดาสาวกจะได้รับการตอบแทนอย่างสาสม หากเขาไม่กลับเนื้อกลับตัวสู่การเป็นผู้ศรัทธาโดยแท้จริง


โดยทีมข่าวต่างประเทศ

bip แอพใหม่จากตุรกี

Turkcell บริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือชั้นนำของตุรกี ตั้งอยู่ในนครอิสตันบูลประเทศตุรกี ผลิตโปรแกรมส่งข้อความBiP สำหรับโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟน ซึ่งมีความปลอดภัยและไม่ต้องเสียค่าบริการ BiP ยังรองรับการส่งเสียง วิดีโอ ประชุมออนไลน์และสามารถแปลภาษาได้ 106 ภาษาด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง

Turkcell เปิดเผยว่าบริษัทเริ่มเปิดใช้ให้บริการตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2564 โดยหลังจากเปิดบริการเพียงสองวันมีผู้สมัครรับบริการแล้วทั่วโลกกว่า 2 ล้านราย

ผู้บริหาร Turkcell กล่าวว่า เราเปิดบริการโปรแกรมนี้ เพื่อเป็นทางเลือกใหม่สำหรับการติดต่อสื่อสารด้วยโปรแกรม WhatsApp ที่วางเงื่อนไขมากมายแก่ผู้บริการ ทำให้มีข้อจำกัดต่างๆ BiP จึงเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ใข้บริการที่ต้องการความสะดวกและการติดต่ออย่างไร้จำกัด

Download
Android : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.turkcell.bip&hl=th&gl=US
Apple : https://apps.apple.com/us/app/bip-messenger-video-call/id583274826

โลกโซเชียลถามหาความรับผิดชอบ!! กรณีเขื่อนบางลางระบายน้ำ ใต้อ่วม

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตาปรานีเสมอ มวลการสรรเสริญมอบแด่อัลลอฮฺผู้ทรงอภิบาลแห่งสากลโลก ขอความสันติสุขจงมีแด่ศาสนฑูตมุฮัมมัดและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

ข่าวน้ำท่วมจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยะลา ปัตตานีปีนี้หนักมากๆ หลังจากเขื่อนบางลางระบายน้ำจนมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์หนาหูว่า “น่าจะมีการจัดการน้ำดีกว่านี้ไหม?และสมควรใครจะออกมารับผิดชอบไหม?

ภาพจาก เอก บังเอก เส็นบัตร

#ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ถ้าไม่ปล่อยน้ำแล้วเขื่อนจะแตกแต่ประเด็นอยู่ที่ (จากเพจเศรษฐศาสตร์อิสลาม)
1. ก่อนที่คุณจะกดปุ่มปล่อยน้ำ คุณบริหารจัดการน้ำได้ดีแค่ไหน คุณได้ใช้ความสามารถและตำแหน่งที่อัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงมอบให้อย่างเต็มที่หรือยัง

2. ในขณะที่คุณกำลังจะกดปุ่มปล่อยน้ำ คุณได้ทำการประชาสัมพันธ์ แจ้งเตือนให้ประชาชนในพื้นที่ทราบเพื่อรับมือกับสิ่งที่จะตามมาอย่างทั่วถึงหรือไม่

3. หลังจากที่คุณตัดสินใจกดปุ่มปล่อยน้ำแล้ว คุณได้เตรียมการ เตรียมสถานที่ และเตรียมทรัพยากร เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อย่างครอบคลุมหรือไม่

#นักวิชาการหลาย ท่านสะท้อน เรื่องนี้
เช่น ผศ. ผศ. มัสลัน มาหะมะนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยฟาฏอนี ให้ทัศนะว่า “จริงอยู่
สังคมมุสลิมเรา ถูกสอนให้ยอมรับกับตักดีร (การกำหนดสภาวะการณ์จากพระเจ้า) แต่มิได้หมายความว่าไม่ให้ฝึกฝนให้หาวิธีแก้ปัญหาเพื่อสู่ตักดีรที่ดีกว่า?

หรือใช่ว่า จะพึงพอใจรับสภาพที่เกิดขึ้นโดยอ้างตักดีรอย่างเดียว โดยเฉพาะหากเกิดขึ้นเพราะการบริหารจัดการที่หย่อนยาน ไม่ใช้ข้อมูลเชิงสถิติที่สะสมมากว่า 40 ปี เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการตัดสินใจ ขาดการรวบรวมองค์ความรู้เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ขาดการบูรณาการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ไม่ค่อยตระหนักถึงความเดือดร้อนของประชาชนที่กระทบในวงกว้าง ไม่ค่อยพูดถึงการคืนความสุขและให้สวัสดิการแก่ประชาชนโดยเฉพาะผู้ได้รับผลกระทบ “
อาจารย์รอมฎอน ปัญจอร์ จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ให้ทัศนะว่า “เหตุผลที่แจกแจงมาว่าจำเป็นต้องปล่อยน้ำทะลักบ้านและสวนของชาวบ้านก็เพื่อรักษาความมั่นคงของเขื่อน หรือพูดง่าย ๆ ก็คือป้องกัน #เขื่อนแตก ที่อาจส่งผลเสียหายมากกว่า ทำไมเราต้องจมอยู่กับคำถามกลืนไม่เข้าคายไม่ออกด้วย ไม่ใช่เพียงแค่การบริหารจัดการไม่ดีเท่านั้น แต่นี่คือข้อจำกัดของโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ในอดีต เป็นมรดกตกทอดของการจัดการทรัพยากรแบบรวมศูนย์ข้ามหัวผู้คนและเป็นความอัปลักษณ์ของรัฐราชการไทยและทุนก่อสร้างที่ฮั้วกับราชการมาเนิ่นนาน ด้วยเหตุนี้ การพัฒนาจึงต้องมีทางเลือกให้พิจารณาครับ ไม่ใช่เชื่อ ๆ กันว่ามันมีอยู่เพียงหนทางเดียว”

ข้อสังเกตเหล่านี้สะท้อนข้อสังเกตเดิมในการบริหารจัดการนำ้ที่อื่นๆของประเทศกล่าวคือ “ตราบใดที่กฟผ.บริหารน้ำด้วยหลักการว่าหน้าที่หลักของน้ำคือเป็นปัจจัยผลิตไฟฟ้า และตราบใดที่วิศวกรชลประทานไม่มีส่วนร่วมบริหารเขื่อนก็ยากที่จะป้องกันน้ำท่วมได้ “(อ่านเพิ่มเติมใน
https://www.isranews.org/community/comm-scoop-documentary/3961-เศรษฐศาสตร์สามัญสำนึก-น้ำท่วม-เขื่อน-และประกันอุทกภัย.html)
ซึ่งสอดคล้องกับทัศนะของผู้เชี่ยวชาญที่สะท้อนว่า “น้ำท่วมเพราะบริหารจัดการน้ำไม่เป็น (ฟังบทเรียนอดีต #น้ำท่วม…บริหารจัดการไม่เป็น https://www.posttoday.com
#น้ำท่วม : มาจากน้ำที่ปล่อยลงจากเขื่อน
สามารถฟ้องได้ไหม?

น้ำท่วม มาจากน้ำที่ปล่อยลงจากเขื่อนเป็นเหตุให้ทรัพย์สินและชีวิตคนเสียหายทำให้สังคมฉงนว่าเหตุใดผู้มีอำนาจดูแลเขื่อนจึงปล่อยน้ำมหึมาเช่นนั้น? มีการบริหารจัดการน้ำหรือไม่อย่างไร?
“ การที่ปีนี้ฝนตกชุกก็ควรให้น้ำไหลออกทางน้ำล้นหรือสปิลเวย์ (spillway)…ถ้าผู้มีอำนาจ ผู้รับผิดชอบ ดูแลจงใจกระทำเพื่อให้เกิดความเสียหายถือว่า ผู้มีอำนาจดูแลบริหารเขื่อนจงใจทำละเมิดอันเป็นความผิดทั้งอาญาและแพ่ง แต่ถ้าผู้บริหารเขื่อนเห็นว่าในเขื่อนมีน้ำอยู่มากเกรงจะเป็นอันตรายต่อเขื่อนจึงรีบปล่อยน้ำเพื่อมิให้เขื่อนเสียหาย โดยไม่คำนึงถึงผลจะเกิด ถือว่าผู้บริหารเขื่อนประมาทเลินเล่อ การกระทำจึงเป็นละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 420 หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ของตนได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539

ปัญหาสุดท้ายมีว่า จะฟ้องที่ศาลปกครองหรือศาลยุติธรรม พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา 9 บัญญัติว่า ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งในเรื่องดังต่อไปนี้

– คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดหรือความรับผิดอย่างอื่นของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายหรือจากกฎ คำสั่ง ทางปกครอง ฯลฯ

การที่ผู้มีอำนาจบริหารเขื่อนจงใจ หรือประมาทเลินเล่อปล่อยน้ำออกจากเขื่อนโดยไม่คำนึงถึงผลเสียหายอันจะเกิดแก่ประชาชนหรือประเทศชาติ จึงเป็นการกระทำละเมิด

หน่วยงานต้นสังกัดไม่ว่าจะเป็นรัฐวิสาหกิจที่มีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า หรือกรมกองของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับระบบชลประทาน ล้วนมีฐานะเป็นหน่วยงานทางปกครองจึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย จึงต้องฟ้องคดียังศาลปกครอง
อ้างอิง
https://www.isranews.org/isranews-article/4131-หน่วยงานรัฐ-“ปล่อยน้ำเขื่อนเหตุน้ำท่วม”-ฟ้องศาลปกครองได้.html

#ฝากเตือนทุกคนเป็นบทเรียน
อัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงตรัสว่า “การบ่อนทำลาย ได้เกิดขึ้นทั้งทางบกและทางน้ำ เนื่องจากสิ่งที่มือของมนุษย์ได้ขวนขวายไว้เพื่อที่พระองค์จะให้พวกเขาลิ้มรสบางส่วนที่พวกเขาประกอบไว้ โดยที่หวังจะให้พวกเขากลับเนื้อกลับตัว” (อัร-รูม: 41)

ขออัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงตอบแทนผู้ให้ด้วยสิ่งที่ดีกว่า
หมายเหตุ
สมพร ช่วยอารีย์ ให้ข้อมูลว่า

ปริมาณน้ำในเขื่อน 99% ดูได้จาก http://tiwrm.haii.or.th/DATA/REPORT/php/rid_bigcm.html

พื้นที่ฝนตก ดูได้จาก http://www.pbwatch.net/apps/

วันนี้ 10 มกราคม 2564 แรม 12 ค่ำ ครับ วันอังคาร 12 ม.ค. – 15 ม.ค. เจอน้ำทะเลหนุนต่อนะครับ

ดูแนวโน้มฝนตก ได้จาก https://www.windy.com/-Rain-thunder-rain?rain,6.758,101.378,5,i:pressure

ดูแนวโน้มคลื่นลมทะเล ได้จาก http://www.pbwatch.net/apps/ คลิกคลื่นลมทะเล


โดย อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)